Rolls Royce ของไม้เอ็นจิเนียร์
ฟัง พุทธธรรม ชุด
Furniture
ลงโฆษณา
พระไตรปิฎกเสียง คลิก

ไม้ เหล็ก พลาสติก เฟอร์นิเจอร์แบบไหนรักษ์โลกที่สุด

18 Dec 2012 - akanek_ja_ja

เดี๋ยวนี้ ใครๆ ก็ติดคำว่า รักษ์โลก ไม่ว่าเรื่องอะไรก็พ่วงเอาเรื่องของสิ่งแวดล้อมเข้ามาด้วย ไม่เว้นแม้แต่เฟอร์นิเจอร์ที่สงสัยกันว่า เฟอร์นิเจอร์ประเภทไหนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกว่ากัน วันที่เข้าไปขอความรู้เรื่องเฟอร์นิเจอร์ไม้กับคุณจิรชัย(อ่านความรู้เรื่องไม้ได้ที่นี่ โต๊ะทานข้าวไม้จริง ราคา 30,000 ควรซื้อหรือเปล่า? ) ได้ให้ความรู้เรื่องเฟอร์นิเจอร์กับคำว่ากรีนกลับมาด้วย ก็เลยขอมาขยายความต่อ สำหรับคนที่สนใจเรื่องกรีนๆ

“คำถามคือ อะไรที่กรีน?”  

ลองยกโจทย์เล่นสนุกๆ ว่า สมมติว่ามีเฟอร์นิเจอร์ไม้  ไม้ MDF ไม้Particle board  เฟอร์นิเจอร์เหล็ก เฟอร์นิเจอร์พลาสติก ถ้ามองกันในแง่ วัตถุดิบ การผลิต การใช้งานหรือการจัดการหลังจากไม่ใช้งานแล้ว เฟอร์นิเจอร์แต่ละประเภทจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากน้อยแค่ไหน?   

กว่าจะมาเป็นวัตถุดิบเข้าโรงงานผลิต

ไม้เป็นวัตถุดิบเดียวที่ใช้หมดไปแล้ว ปลูกทดแทนขึ้นมาใหม่ได้ตลอด ตอนที่ยังยืนต้นก็ช่วยฟอกอากาศ   ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ตอนถูกเลือยตัดโค่นก็ปล่อยของเสียน้อยกว่าถ้าเทียบกับการถลุงเหล็กหรือหลอมเม็ดพลาสติก เพราะมีแค่เลื่อยกับแรงงานช่างไม้ ก็สามารถตัดต้นไม้ได้แล้ว

ฟังแค่นี้แล้วอย่าเพิ่งกดคะแนนให้เฟอร์นิเจอร์ไม้ไปก่อน เพราะในวงการไม้เอง เขายังถกกันไม่เลิกว่าระหว่างไม้สัมปทานป่ากับไม้ป่าปลูก ใครกรีนกว่ากัน  เรื่องนี้คุณจิรชัยเล่าให้ฟังว่า ถ้าเป็นการทำไม้ป่าปลูก จะถางป่าออกทั้งหมดก่อนเพื่อปรับสภาพพื้นที่ สิ่งแวดล้อมที่ช่วยให้ต้นไม้โตเร็วที่สุด สัตว์ป่า ระบบนิเวศฯ เดิมของพื้นที่ก็จะได้รับผลกระทบจากการปรับสภาพนี้ไปด้วย

ส่วนไม้สัมปทาน เวลาที่ตัดก็จะเลือกตัดเฉพาะต้นที่ใช้ได้ ตอนปลูกทดแทนก็ปลูกซ่อมที่ตัดไปหรือปลูกแซมไปกับป่า ปลูกแล้วก็ปล่อยให้โตตามธรรมชาติ ไม่ได้บำรุงหรือเร่งให้ต้นไม้โตเร็วๆ

มาถึงเฟอร์นิเจอร์เหล็กกันบ้าง อย่างที่รู้ว่ากว่าที่จะได้วัตถุดิบมาผลิตเฟอร์นิเจอร์เหล็กได้ เราต้องไป ขุด เจาะ แร่เหล็กขึ้นมาจากดิน จากภูเขาที่เอามาแล้วกว่าที่ดิน หินจะสร้างขึ้นมาใหม่ต้องใช้เวลาหลายแสน หลายล้านปี  ตอนถลุงเอาแร่โลหะออกมาก็เกิดฝุ่งละอองฟุ้งกระจายไปทั่ว 

เช่นเดียวกับเฟอร์นิเจอร์พลาสติก ที่แม้ว่าต้นทางของวัตถุดิบจะได้มาจากการกลั่นน้ำมัน แต่ก็ต้องนำมาหลอมให้กลายเป็นเม็ดพลาสติกอีกครั้ง ก๊าซที่ถูกปล่อยออกมาก็เป็นอันตรายกับทุกชีวิต ไม่น้อยหน้าเฟอร์นิเจอร์เหล็ก

ใช้พลังงานในการผลิตมากน้อยแค่ไหน

หลังจากที่เราได้วัตถุดิบมาแล้วก็มาถึงขั้นตอนผลิต ในขั้นตอนแปรรูป ไม้ก็ยังคงเป็นวัตถุดิบชนิดเดียวที่ใช้เครื่องมือช่างธรรมดาๆ กับช่างไม้ ก็แปรรูป-ผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ได้แล้ว แต่อย่าเพิ่งคิดว่าโรงงานเฟอร์นิเจอร์ไม้เขาไม่ต้องใช้เครื่องจักรกันเลยหรือ?  ยังใช้ค่ะ แต่ใช้น้อยกว่าเฟอร์นิเจอร์ประเภทอื่น  เช่น พลาสติกที่เมื่อได้เม็ดพลาสติกเตรียมผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์แล้วก็ต้องนำมาหลอมขึ้นรูปอีกครั้งถึงจะได้เป็นเฟอร์นิเจอร์ออกมา

ปล่อยของเสียออกมามากน้อยแค่ไหน

ในบรรดาเฟอร์นิเจอร์ที่ AKANEK ยกมาเป็นตัวอย่างวันนี้ เฟอร์นิเจอร์ไม้ค่อนข้างโชคดีที่ของเสียที่เกิดจากการผลิตยังเอาไปต่อยอด ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อื่นได้  ถ้าเป็นเศษไม้ชิ้นใหญ่หน่อยก็เอาไปทำพื้นไม้ ไม้ปาร์เก้ และถ้าเป็นไม้เศษเล็กเศษน้อยก็เอาไปย่อยแล้วอัดขึ้นรูปเป็นแผ่น เรียก ไม้ MDF หรือ ไม้ Particle board 

ส่วนขี้เลื่อยก็เอาไปทำเป็นเชื้อเพลิงในโรงงาน  ในขณะที่เฟอร์นิเจอร์พลาสติคและเฟอร์นิเจอร์เหล็กดูจะปล่อยของเสียในรูปของก๊าซที่ได้จากการเผาไหม้ออกมาตลอดการผลิตซึ่งเป็นอันตรายต่อทุกชีวิต และยังไม่สามารถนำไปต่อยอดผลิตหรือนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้ต่อ

ใช้งานแล้วปล่อยสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกายผู้ใช้มั้ย

ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้ เฟอร์นิเจอร์เหล็ก หรือเฟอร์นิเจอร์พลาสติก ก็ปล่อยสารพิษอันตรายเข้าสู่ตัวเราได้เท่าๆ กัน ถ้าเฟอร์นิเจอร์นั้นยังใช้ กาวที่สารเคมีอันตรายเป็นส่วนผสม ยังใช้สีหรือสีเคลือบที่มีสารปรอท สารตะกั่วปนเปื้อนอยู่  แต่ที่ดูจะมีปัญหามากที่สุด จะเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้ MDF หรือไม้ Paritcle board  ราคาถูกในบ้านเรา

ส่วนใหญ่เป็นเจ้าเล็กเจ้าน้อย ที่กระจายอยู่ทั่วไป ขาดการควบคุม บังคับใช้ที่เข้มงวดว่า สีที่ใช้ทาเฟอร์นิเจอร์ต้องเป็นสีที่ปลอดสารพิษหรือเสารพิษต่ำเท่านั้นถึงจะใช้ได้  แต่ถ้าเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ อย่าง Index, SB, หรือIkea เดี๋ยวนี้เฟอร์นิเจอร์ของเขาเปลี่ยนไปใช้ไม้ที่มีค่า E-1 แล้ว (อยากรู้ E-1 คืออะไร อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่.VOCs หรือสารไอระเหยจากเฟอร์นิเจอร์

ถ้าเป็นผู้ผลิตดีๆ หรือผู้ผลิตส่งออกไปขายต่างประเทศ ก็จะข้ามไปใช้วัสดุที่ได้มาตรฐาน E-0 โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว เพราะเป็นกฏเกณฑ์ของต่างประเทศเขาที่ต้องทำตาม

ใช้ได้นานแค่ไหน

ของที่อายุการใช้งานยาวนานก็เท่ากับว่า ไม่จำเป็นต้องผลิตเพิ่ม ผลิตใหม่ การปล่อยของเสียหรือการสูญเสียทรัพยากรที่จำเป็นในการผลิตก็จะลดลงตามไปด้วย  เฟอร์นิเจอร์ไม้ขึ้นชื่ออยู่แล้วว่าแข็งแรงทนทานอยู่ได้นาน ซื้อรุ่นปู่อยู่ไปได้ถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน แต่เฟอร์นิเจอร์ไม้รุ่นใหม่ๆ หันไปใช้ไม้ป่าปลูกอายุไม่มาก ความแข็งแรงทนทานของเนื้อไม้ก็จะลดลง แต่อย่างน้อยก็อยู่ได้หลายสิบปี  หรือถ้าเป็นไม้แก่เนื้อแข็งที่ผ่านการวิธีการผลิตมาอย่างดี  มีการดูแลอยู่เสมอก็อยู่ได้เป็นร้อยปีทีเดียว

เฟอร์นิเจอร์เหล็กนี่ไม่ต้องพูดถึง แข็งแรงทนทานอยู่ได้หลายสิบปีแน่นอน  จะมีบ้างก็ขึ้นสนิม ขัดสนิมออกแล้วพ่นสีใหม่ ก็จะได้เฟอร์นิเจอร์ใหม่ทันที ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เป็น by product ของไม้ อย่างไม้ MDFหรือ Particle board พวกนี้อายุการใช้งานจะสั้นมากไม่ทนน้ำ ความชื้นและปลวก แต่ที่เรียกว่าอายุสั้นที่สุดก็คือเฟอร์นิเจอร์พลาสติก ที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 5 ปีก็เริ่มจะเสื่อมคุณภาพเริ่มเนื้อเปลี่ยนสีให้เห็น

ไม่ใช้แล้ว  นำกลับมาใช้ใหม่ได้มั้ย

เดี๋ยวนี้รู้สึกว่า เราขี้เบื่อเร็ว เฟอร์นิเจอร์ ใช้ไป 10 ปีบางคนก็เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ใหม่อีกรอบแล้ว ปัญหาคือเฟอร์นิเจอร์ที่โล๊ะทิ้ง จะไปอยู่ที่ไหน?  ถ้าเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้ ที่อาจจะชำรุด เสียหายก็ซ่อมแซมไม่นานและไม่ยุ่งยากก็นำกลับมาใช้ได้ใหม่อีกครั้ง หรือถ้าเบื่อก็ดัดแปลงสภาพได้ทันที ไม่ต้องส่งเข้าโรงงานผลิตออกมาใหม่ให้เสียเวลา 

ยกเว้น ไม้ MDF หรือ Particle board  ที่ต้องทิ้งสถานเดียวถ้าเกิดเจอน้ำท่วม บวมพอง   ส่วนเฟอร์นิเจอร์เหล็กและพลาสติก เบื่อ ชำรุด พัง ก็ต้องส่งเข้าโรงงานหลอมใหม่อีกครั้ง ซึ่งระหว่างหลอมก็จะปล่อยก๊าซพิษออกมาสร้างปัญหาเช่นเดิม 

 

มองมุมไหนดี?

พอจะเห็นภาพกันบ้างมั้ยคะว่า ในแต่ละมุมของเฟอร์นิเจอร์แต่ละประเภทก็จะมีมุมทั้งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมุมที่ดูจะไม่ค่อยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเท่าไหร่
ถ้ามองกันถึงที่มาของตัววัตถุดิบก่อนป้อนเข้าโรงงานผลิต เฟอร์นิเจอร์ไม้ดูจะกรีนมากที่สุด  ของเสียที่เกิดก่อนที่จะได้วัตถุดิบผลิตและในระหว่างกระบวนการผลิต ก็ยังสามารถนำไปต่อยอด ใช้ประโยชน์ได้อีกหลายอย่าง

มองในเรื่องความปลอดภัย ข้อนี้จะเป็นไม้ เหล็กหรือพลาสติกก็ปล่อยสารพิษอันตรายเข้าสู่ร่างกายได้เหมือนกันถ้าวัตถุดิบที่ใช้ผลิต (สี สีเคลือบ หรือกาว)มีส่วนประกอบของสารไอระเหย แต่ที่พบกันบ่อยๆ ก็จะเป็นเฟอร์นิเจอร์ประเภทไม้ MDF กับ Particle board ราคาไม่แพงที่ขายในตลาดในประเทศ

ส่วนใครที่มองเรื่องใช้งานได้ยาวๆ ไม่ต้องผลิตกันบ่อย  ก็ต้องยกให้เฟอร์นิเจอเหล็ก ที่ใช้งานได้ยาวนาน อยู่นับสิบๆ ปี

และสุดท้ายถ้ามองกันไปถึงการจัดการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุดแล้ว ต้องยกให้เฟอร์นิเจอร์ไม้ครองถ้วยไป เพราะเป็น เมื่อสิ้นสุดการใช้งาน ชำรุดเสียหาย ก็ไม่จำเป็นต้องกลับเข้าโรงงานเพื่อผลิตใหม่ซ้ำอีกครั้ง ปรับปรุง ซ่อมแซมด้วยเครื่องมือช่างและแรงงานคน ก็สามารถกลับมาใช้งานได้ใหม่ ต่างจากเหล็กและพลาสติกที่เกิดชำรุดเสียหายแล้ว ต้องนำกลับไปหลอมใหม่เท่านั้น 

แต่สุดท้ายแล้ว   ในการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ ความชอบของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน วัสดุแต่ละชนิดก็เหมาะกับการใช้งานที่ต่างกัน  พลาสติกอาจจะเป็นวัสดุที่ถูกที่สุด ที่ตากแดด ตากฝนได้ แช่น้ำได้เป็นเดือน น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก 

ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่นำมาใช้ชั่วคราวอย่างในงานอีเวนท์หรืองานแสดงสินค้า  เฟอร์นิเจอร์พาร์ติเคิลบอร์ดอาจจะเหมาะสมที่สุดกับการใช้งานชั่วคราวเพราะราคาถูกและทำลายได้ง่าย

ต้องขอบคุณคุณจิรชัยอีกครั้ง ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และถ้าใครสนใจความรู้เรื่องเฟอร์นิเจอร์ไม้จริง เขาดูกันอย่างไรที่เรียกว่า ของดี ของแพง ของถูก หาอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ โต๊ะทานข้าวไม้จริง ราคา 30,000 ควรซื้อหรือเปล่า? 

 

 

About the Author

กอง บก. AKANEK - มีกันอยู่ 2-3 คน ไม่ดุ ไม่กัด เขียนทุกวัน เขียนทุกเรื่อง