Rolls Royce ของไม้เอ็นจิเนียร์
ฟัง พุทธธรรม ชุด
Furniture
ลงโฆษณา
พระไตรปิฎกเสียง คลิก

เลือกพรมสักชิ้น ไม่ใช่เรื่องยาก

14 Feb 2013 - akanek_ja_ja

สีสัน ลวดลายที่สวยงาม ความนุ่มสบาย แสดงถึงความหรูหรา มีรสนิยมของเจ้าของพรม ตกแต่งง่าย ไม่ยุ่งยาก สวยเร็วทันใจ  ทำให้พรม กลายเป็นของตกแต่งบ้านอันดับต้นๆ ที่คนนิยมนำมาตกแต่งบ้านกัน แต่ก็มีอีกหลายคนที่พอเริ่มมองหาพรมมาตกแต่งบ้าน กลับเลือกพรมผืนที่ใช่ ไม่ได้สักที วันนี้เราเลยจะช่วยคุณทำการบ้านกันว่า ถ้าจะเลือกซื้อพรมสักผืน ควรจะเลือกอย่างไร ต้องพิจารณาอะไรบ้าง 

 ควาทนทาน  เชื่อว่าหลายคนเวลาเดินเข้าร้านขายพรม มักจะดูเรื่องสีสันลวดลายดีไซน์ที่ถูกใจก่อน (เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง) แต่จริงๆ แล้วเรื่องการใช้งานก็สำคัญพอๆ กับเรื่องหน้าตาสีสันความสวยงาม จะเอาไปใช้งานที่ไหน? ลองคิดดูว่า ห้องที่จะปูพรมนั้นเป็นห้องอะไร มีการใช้งานบ่อยแค่ไหน ใครบ้างที่จะเข้ามาใช้ ฯลฯ list คำถามง่ายๆ พวกนี้ขึ้นมาก่อน จะช่วยให้คุณพอมองเห็นภาพพรมที่คุณต้องการได้อย่างคร่าวๆ 
 
ห้องที่มีการใช้งานหนัก ใช้บ่อย มีคนใช้จำนวนมาก เช่น ห้องนั่งเล่น หรือตามขั้นบันได โถงบันได โถงทางเดินในบ้าน ถ้ารูปการออกมาแบบนี้ พรมต้องรับบทหนักแน่นอน เลือกชนิดที่ทนทานเป็นพิเศษ  แต่ถ้าเป็นห้องที่มีการใช้งานส่วนตัว ใช้เป็นบางเวลาและไม่ได้ใช้บ่อยๆ เช่น ห้องนอน พรมก็ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นรุ่นที่ความทนทานสูงนัก  แต่ถ้าจะขอแบบนุ่มสบายเท้าก็ไม่ว่ากัน
 
 แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าพรมที่ทนทานการใช้งานสูง?  มันมีวิธีดูค่ะ มีหลายวิธีเสียด้วย วิธีแรกถามหา rate ลองถามคนขายพรมดูว่า พรมที่คุณชอบ rate อะไร เพราะว่าพรม เขาจะมีการกำหนดเรทความทนทานเอาไว้  มีตั้งแต่เรท 1-5   เรท 5 ถือว่าเป็นเรทที่ทนทานสูงสุด เรท 1 จะทนทานต่ำที่สุด เช่น พรมเรท 4-5 หมายความว่าพรมนั้นเป็นพรมคุณภาพสูง เหมาะกับการใช้งานหนัก รองรับการสัญจรไปมาภายในบ้านได้สูง  ส่วนเรท 2.5 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ทั่วไป และถ้าต่ำกว่านี้ล่ะ? ไม่ได้หมายความว่าคุณภาพไม่ดี แต่หมายความว่า พรมจะรับรองการใช้งานที่ไม่หนัก เช่น ในห้องนอนหรือห้องส่วนตัวที่การใช้งานมีแค่ 1-2 คนเท่านั้น และใช้งานเป็นบางช่วงเวลาเท่านั้น
 
อีกวิธีก็คือให้ดูที่น้ำหนัก พรมที่มีน้ำหนักมากๆ มักจะทนทานกับการใช้งานมากกว่าพรมน้ำหนักเบาๆ นั่นเพราะเส้นพรมมีจำนวนเส้นมากกว่า แน่นกว่าก็เลยทำให้หนักมากขึ้น หรือบางคนที่สายตาแหลมคมเป็นตาเหยี่ยวจะพลิกด้านหลังของพรม ดูจำนวนเส้นพรมที่ทอ หรือดูระยะห่างของเส้นพรมแต่ละเส้น ถ้าระยะห่างกว้าง เนื้อพรมไม่แน่น แบบนี้จะไม่ค่อยทนเท่าไหร่ แต่ถ้าแทบไม่เห็นช่องว่างเลยก็แสดงว่าเนื้อพรมค่อนข้างแน่น 
 
 ชนิดของพรม  หลักๆ แล้วพรมถูกแบ่งออกตามเทคนิคการทอ มีอยู่ 5 ชนิด 
 
พรมทอมือ เป็นงานทอมือที่อาศัยเครื่องมือพื้นบ้าน เพียงกี่หรือหูกทอผ้าแบบบ้านๆ เช่น พรมเปอร์เซีย กว่าที่จะได้พรมออกมาสักผืนจึงใช้เวลาค่อนข้างนานเพราะคนทอต้องค่อยๆ สอดเส้นดายเข้าไปทีละเส้น เนื้อพรมหนาแน่นสูงจนเป็นที่ยอมรับกันว่าพรมทอมือนั้นเป็นพรมที่มีคุณภาพสูงที่สุด ราคาผืนๆ หนึ่งจึงค่อนข้างสูง นิยมกันมากตามบ้านของผู้มีอันจะกิน 
 
พรมทอเครื่อง (tufted carpet) ใช้เครื่องจักรในการผลิต  ใช้เข็มร้อยเส้นพรมปักลงไปบนฐานพรม ราคาไม่แพงเพราะเป็นพรมระดับอุตสาหกรรม ที่สามารถผลิตได้ครั้งละมากๆ ลวดลาย สีสัน รูปแบบและขนาดสามารถสั่งผลิตได้ตามต้องการ ใช้กับบ้านพักอาศัยทั่วไปที่งบไม่สูงมากนัก 
 
พรมอัด (needle-punched carpet)  เป็นพรมที่ทอด้วยเครื่องจักเช่นเดียวกัน จะใช้เครื่องจักรอัดเส้นใยสังเคราะห์จนแป็นแผ่นเรียบ เนื้อแน่น ผิวหน้าพรมประเภทนี้จะเรียบคล้ายผ้าสักหลาด นิยมผลิตสีพื้นออกมา ราคาถูก ใช้ปูพื้นตามออฟฟิศ ตามอาคารสำนักงาน
 
 วัสดุ  ที่นิยมนำมาทำพรมจะมี 2 กลุ่มใหญ่ๆ  คือ พรมเส้นใยธรรมชาติและพรมเส้นใยสังเคราะห์ 
 
พรมเส้นใยธรรมชาติ จะเป็นเส้นใยที่ได้จากพืช เช่น ฝ้าย ปอ เส้นใยประเภทนี้จะมีความเหนียว ทนทาน ทำความสะอาดง่ายกว่างพรมจากขนสัตว์   แต่พรมเส้นใยที่ได้จากขนสัตว์ เช่น ขนแกะ จะได้เปรียบตรงที่ให้ผิวสัมผัสนุ่มนวล อุ่น สบายเท้า ให้ความรู้สึกหรูหรากว่า
 
ส่วนพรมที่ได้จากเส้นใยสังเคราะห์ เช่น ไนลอน อะครีลิก และเส้นใย polypropylene  เส้นใยในกลุ่มนี้จะเป็นงานทอเครื่องจักร ทอได้ครั้งละจำนวนมากๆ ใช้เวลาทอไม่นาน ให้ความสวยงาม นุ่มฟูน้อยกว่าพรมจากธรรมชาติ แต่ก็มีข้อดีตรงที่สีสันสดใสกว่า ดูแลรักษาง่ายกว่า ทนทาน ใช้งานหนักได้ดีเช่นเดียวกัน ราคาก็ถูกกว่า 
 
ลักษณะเส้นพรม  ถ้าเรายกพรมขึ้นมามองใกล้ๆ จะเห็นเส้นพรม  ทั่วไปแล้วพรมก็จะมีเส้นพรม 2 แบบ แบบแรกเรียกว่าพรมขนห่วง ที่ปลายเส้นพรมทั้งสองด้านจะฝังยึดแน่นกับฐานพรม เส้นพรมจะเป็นห่วง เทคนิคนี้จะให้พรมเนื้อแน่น ทนทานต่อการใช้งานหนัก เหมาะกับพื้นที่มีการใช้พื้นที่หนัก  ส่วนเส้นขนอีกแบบหนึ่ง เป็นเส้นพรมขนตัด ปลายเส้นพรมจะถูกตัดขาดออกจากกัน จะเป็นเส้นพรมเป็นเส้นขนเดี่ยวๆ  ความแน่นของเส้นพรมสู้แบบแรกไม่ได้ แต่จะให้ความนุ่มสบายกว่าแบบแรก 
 
 สีสัน   หลายคนคงเคยได้ยินคำแนะนำในการเลือกสีพรมว่า ถ้าห้องมีการใช้งานบ่อยๆ หรือมีเด็กอยู่ในบ้าน ควรเลือกพรมสีเข้มๆ เข้าไว้ เวลาเลอะเทอะขึ้นมาจะได้สังเกตเห็นยาก แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง พรมสีอ่อนก็ใช่ว่าจะไม่เหมาะ เพราะยิ่งสกปรกง่าย สังเกตเห็นง่าย เราก็จะทำความสะอาดบ่อยขึ้น ฝุ่นละออง สิ่งสกปรกที่ซ่อนอยู่ในพรมก็จะถูกกำจัดออกไปบ่อยขึ้น ฝุ่นละอองก็จะไม่มาสะสมอยู่ในพรมเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคในบ้าน และที่สำคัญพรมสีเข้มๆ ถ้าคุณไม่ใช่ประเภทตาเซียน หยั่งรู้เรื่องการตกแต่งภายในเหมือนอินทีเรียร์แล้ว การใช้พรมสีเข้มๆ อาจจะทำให้ห้องยิ่งดูแคบลงไปได้ 
 
 การดูแลรักษา  สำหรับการดูแลรักษาเบื้องต้น มือเจ้าของบ้านหรือมือแม่บ้านก็เอาอยู่ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ให้เอาเครื่องดูดฝุ่นมาดูด ทำความสะอาดพรม จะให้ดีควรเป็นเครื่องดูดฝุ่นที่ติดหัวแปรงด้วยจะปัดเอาพวกเม็ดฝุ่นละอองเล็กๆ ที่ซุกอยู่ในพรมได้ล้ำลึกกว่า   ถ้าขยันกว่านี้จะเป็น 2-3 วันครั้งก็ดี หรือจะทำทุกวันยิ่งดีเพราะเป็นการกำจัดฝุ่นละอองที่จะมาสะสมอยู่ในพรม
 
และในกรณีฉุกเฉิน มีเหตุให้พรมต้องสกปรกเลอะเทอะ ในบ้านก็ควรจะมีน้ำยาทำความสะอาดพรมเตรียมพร้อมไว้เสมอ เกิดเลอะเทอะเมื่อไหร่ก็สามารถทำความสะอาดแบบแร่งด่วนได้ทันทีไม่ต้องรอ เพราะคราบสกปรกอย่างคราบอาหาร เครื่องดื่มที่หกใส่พรม ถ้าปล่อยไว้นานคราบจะยิ่งฝังลึกจนอาจจะทำความสะอาดได้ไม่หมด   แต่ถ้าถ้าความสกปรกนั้นหนักหนาสาหัส เกินกำลังของคุณไปแล้ว ยกหน้าที่ให้กับร้านรับซักพรมจะดีที่สุด เพราะร้านพวกนี้เขาจะมีเครื่องไม้เครื่องมือที่พร้อมจะกำจัดคราบความสกปรกให้คุณได้ดีกว่า 
 
ช่วยคุณทำการบ้านเลือกพรมกันไปแล้ว น่าจะพอเป็นไอเดียในการช่วยตัดสินใจเลือกพรมได้แล้ว  ตอนนี้คุณน่าจะมีคำตอบให้ตัวเองได้แล้วว่า จะเลือกพรมแบบไหนที่เข้ากับการใช้ชีวิตในแบบคุณได้แล้ว
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

About the Author

กอง บก. AKANEK - มีกันอยู่ 2-3 คน ไม่ดุ ไม่กัด เขียนทุกวัน เขียนทุกเรื่อง

Comments

Sarisa.db_5775's picture

สวัสดีค่ะ ชื่อ  ริสานะค่ะ พอดีริสากำลังตบเเต่งเรือนหอที่เพิ่งสร้างเสร็จ และได้หาพรมเปอร์เซียมาค่อนข้างนาน เพราะอยากได้ของดี ราคาถูก

 

พอดีเจอน้องที่เคยซื้อพรมร้านนี้มาแนะนำให้ลองไปเลือกพรมที่ร้าน Oriental carpetsที่อยู่ตรงลานจอดรถวิลล่า ซุปเปอร์มาร์เก็ต ตอนเเรกก็กะจะไปดูเฉย 

 

ร้านใหญ่ เปิดมาเเล้ว 35 ปี มีพรมให้เลือกเยอะมากค่ะ ร้านสวย มีพรมเยอะมาก ทุกชั้น ชั้น 1 เป็นพรมเปอร์เซียที่นำเข้ามาจากหลากหลายประเทศ ชั้น 2 เป็น ทั้งพรม และ Killim ชั้น 3 เค้ามี Hanging carpets พรมเยอะ ตาลายเลย แบบว่า สวยมากก ประทับใจมาก 

 

พรมสวย ดูแลง่าย และคุณภาพดีมากค่ะ

ลองไปดูก็ได้ค่ะ แนะนำเลยนนน