Rolls Royce ของไม้เอ็นจิเนียร์
ฟัง พุทธธรรม ชุด
Furniture
ลงโฆษณา
พระไตรปิฎกเสียง คลิก

เกิดเป็น particle board, MDF ต้องบวม พอง ขึ้นรา ด้วยหรือ?

01 Dec 2011 - akanek_ja_ja

particle board  และ MDF เป็นวัสดุที่นิยมนำมาทำเป็นโครงเฟอร์นิเจอร์ บานเปิด เฟอร์นิเจอร์หรือชุด built-in เคาน์เตอร์ตามบ้าน แต่จากที่ได้ยินได้ฟังจากคนอื่นมาถึงปัญหาของเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากวัสดุพวกนี้ แต่ละรายก็สาหัสหนักเบาไม่เท่ากัน ทั้งบวม พอง ผุ พัง ขึ้นราหรือปลวกกิน     ก็เลยเกิดสงสัยว่า ปัญหาบวม พอง พัง เป็นจุดอ่อนของ particle board หรือ MDF ที่แก้ไขไม่หายเลยหรือ และคนที่มาช่วยตอบคำถามพวกนี้ก็คือ คุณภูมิศักดิ์ จุลวัลลิภะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วนชัยกรุ๊ป ผู้ผลิตแผ่นไม้ทดแทนไม้ธรรมชาติ ส่งออกรายใหญ่รายหนึ่งของประเทศ ที่เคยมาให้ความรู้กับเราเรื่อง VOCs หรือสารไอระเหยจากเฟอร์นิเจอร์

ความต้องการผันตาม living style
อย่างที่รู้กันว่า ทุกวันนี้การหาไม้สักหรือไม้เนื้อแข็ง ไม่ได้หาซื้อกันง่ายๆ หรือถูกๆ อีกต่อไปแล้ว เพราะคำว่า ‘ตัดไม้’ มักจะตามมาด้วย ‘ทำลายป่า’ ทำให้ไม้กลายเป็นของที่หายากขึ้นและมีราคามากขึ้น แต่คนที่ยังต้องการความสวยงามของไม้ก็ยังมีอยู่ ก็เลยเกิดมีไม้อัดจำพวก particle board, MDF หรือ ไม้ plywood ขึ้นมาทดแทนไม้จริง ที่ถึงแม้หน้าตาอาจจะไม่ค่อยและการใช้งานไม่ดีเท่าไม้จริงนัก แต่ particle board และ MDF ก็ยังให้ความรู้สึกของไม้ได้ดีกว่าวัสดุอื่นๆ อย่างเหล็ก หรือ พลาสติก

นอกจากนั้นแล้ว คุณภูมิศักดิ์บอกว่า lifestyle ของคนเปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่ๆ ที่สร้างบ้านของตัวเองก็อยากจะแต่งบ้านตามใจตัวเอง เบื่อเมื่อไหร่หรือไม่ตอบโจทย์การใช้งานได้อีกแล้วก็รื้อทิ้งทำใหม่ได้ หรือไม่อยากได้เฟอร์นิเจอร์มรดกตกทอดจากพ่อแม่ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้จริงๆ ที่หน้าตาออกจะเชยๆ ไปหน่อย

 

ไม้ที่ใช้เป็นวัตถุดิบผลิต particle board และ MDF กว่า 90% จะเป็นไม้ยางพารา แหล่งหาซื้อไม้พวกนี้ก็ไม่ต้องไปไหนไกล ตามสวนยางภาคใต้บ้านเรานี่เอง เพราะเมื่อต้นยางหมดน้ำยาง เจ้าของสวนก็จะต้องโค่นต้นยางทิ้งเพื่อปลูกต้นใหม่ทดแทน ไม้ยางพาราเหล่านี้ก็เลยกลายเป็นวัตถุดิบผลิต particle board อย่างดี มีให้ใช้เหลือเฟือ โดยที่ไม่ต้องไป ‘ตัดไม้ ทำลายป่า’ และโดยที่โรงงานผลิตไม่ต้องลงทุนปลูกเองหรือต้องหามาปลูกทดแทน

แยกออกมั้ย particle board กับ MDF ต่างกันอย่างไร
ออกตัวก่อนว่า ก่อนที่จะได้คุยกับคุณภูมิศักดิ์ ก็แยกไม่ค่อยออกว่าอะไรคือ particle board อะไรคือ MDF เพราะจะว่าไปแล้ว หน้าตาตอนออกมาเป็นเฟอร์นิเจอร์แล้ว แทบจะดูไม่ออกเลย แต่ถ้าคนชำนาญบางคนเคาะๆ เอาก็จะรูได้

ถึงกระบวนการผลิตหรือต้นกำเนิดของ particle board กับ MDF จะคล้ายกัน (ใช้เศษไม้มาย่อย แล้วผสมกาว นำไปอัดเป็นแผ่น แล้วทำ finishing อีกชั้นเพื่อความสวยงามด้วยวัสดุปิดผิว เช่น ลามิเนต กระดาษ หรือเมลามีน ) แต่ที่ทำให้ทั้งคู่ต่างกัน ก็คือ เรื่องของคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ที่ทำให้เหมาะกับการนำไปใช้ที่ต่างกัน

แผ่น particle board จะใช้ไม้ยางพาราสับเป็นชิ้นเล็กๆ ผสมกับกาว แล้วนำไปอัดขึ้นรูปเป็นแผ่นไม้ เนื้อไม้จะ “เหนียวแต่ไม่แน่น” ได้เปรียบตรงความเหนียวที่ได้จากเส้นใยที่ประสานกัน แต่เนื้อไม้ก็จะฟู หยาบ ไม่แน่น ถ้าเอาอะไรแข็งๆ มาขูดลงไปบนเนื้อไม้ เนื้อไม้จะยุ่ยขึ้นมา ในเนื้อไม้จะมีโพรงอากาศเล็กๆ เต็มไปหมด ( ถ้านึกภาพไม่ออก ให้นึกถึงฟองน้ำที่มีรูพรุน )ทำให้ไม้เบากว่าไม้จริง ช่างเลยนิยมเอาไปทำเฟอร์นิเจอร์ หรือโครง Built-in furniture แต่ก็ดูดซึมน้ำเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ถ้าเอาไปพ่นสี ก็จะเปลืองมาก ช่างทำเฟอร์นิเจอร์เลยไม่นิยมพ่นสีแต่จะใช้การปิดผิวด้วยวัสดุอื่นแทน

ส่วนคำถามคาใจที่ว่า particle board ปลวกกินมั้ย คุณภูมิศักดิ์พูดติดตลกว่า ปลวกกิน แต่จะเลือกกินเป็นอย่างสุดท้ายเพราะไม่อร่อย เนื่องจากเนื้อไม้มีสารประกอบอื่นๆ อยู่เยอะ (ถ้าจะป้องกันเรื่องปลวกแบบจริงๆ จังๆ ก็ทำได้ เช่น ทาน้ำยากันปลวกตั้งแต่ก่อนผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์ เรื่องปลวกก็คงไม่เป็นปัญหา สนใจอ่านเรื่องปลวกเพิ่มเติม เข้ามาอ่านกันต่อได้ที่นี่ http://community.akanek.com/articles/akanekjaja/termite-solution)

ส่วน MDF หรือ Medium Density Fiber Board หรือแผ่นใยไม้อัดความหนาแน่นปานกลาง ส่วนใหญ่จะใช้ทำบานเปิดเฟอร์นิเจอร์ หรือแม้แต่บานประตู แต่จะมีน้ำหนักมากกว่า แผ่นไม้จะให้เนื้อละเอียด เนียนเรียบเพราะหลังจากที่นำไม้มาสับละเอียดแล้วขึ้นเป็นแผ่น จะนำแผ่นนั้นมาบดเป็นผงอีกทีหนึ่ง แล้วจึงนำไปผสมกับกาวอบให้แห้ง เพื่อนำไปอัดแผ่น ด้วยความร้อนอีกครั้ง

เนื้อของ MDF จะมีความหนาแน่นสูงกว่า มีโพรงอากาศน้อยกว่า particleboard เวลาพ่นสีลงไปเนื้อไม้ก็จะไม่ดูดสีมาก และเพราะเนื้อเนียน หน้าสวยกว่า ช่างเฟอร์นิเจอร์เลยนิยมนำไป ทำเป็นบานเปิด ประตูหรือส่วนที่ต้องโชว์ผิวไม้มากกว่าจะทำเป็นโครงเฟอร์นิเจอร์ แล้วพ่นสีทับหรือ พ่น Hi-gloss หรือปิดทับด้วยวีเนียร์

ความที่เนื้อไม้ถูกบดละเอียดเป็นผง ไม้ MDF จึงไม่เหมาะกับงานที่ต้องยิงตะปูเกลียว ด้วย พอยิงตะปูเกลียวลงไป เกลียวของตะปูจะยึดฝังบนเนื้อไม้ไม่ดีเท่า particle board แต่ถ้าจะลงให้ละเอียดจริง เรื่องนี้คงต้องไปดูว่า ไม้ที่เอามาใช้ มีค่าที่เกี่ยวกับการยึดเหนี่ยวของตะปูหรือ screw holding เท่าไหร่ ถ้าใช้ไม้ที่มีค่ายึดเหนี่ยวต่ำ โอกาสที่ตะปูเกลียวจะถอนออกจากเนื้อไม้ก็มีมาก

พอง บวม ล้ม พัง
เท่าที่ฟังจากคุณภูมิศักดิ์ พอพูดถึงเฟอร์นิเจอร์ particle board หรือ ไม้ MDF พอง บวม หรือล้มพังลงมา มีสาเหตุได้หลายอย่างด้วยกัน แต่ทั้งหมด ทั้งมวลแล้ว มาจากการเลือกใช้งาน ถ้าเลือกวัสดุไม่เหมาะกับการใช้งาน ถึงเวลาใช้งานจริงก็เกิดปัญหา หรือบางครั้งเลือกใช้ของดี เหมาะกับการใช้งานแล้ว แต่ไปเจอช่างไม่ดี ของดีก็กลายเป็นของไม่ดี มีปัญหาได้

ซึ่งคุณภูมิศักดิ์บอก ปัญหาที่เกิดขึ้นมักเกิดขึ้นจาก

เลือกคุณภาพของ particle board หรือ MDF ที่ไม่เหมาะสมกับการใช้งาน

ไม้พาร์ติเคิลบอร์ดหรือ MDF นี้ จะมี คุณภาพที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเกรดตามมาตรฐานต่างๆ ของตัววัสดุ ของ particle board และ MDF นั้นๆ ซึ่งมันจะมีผลต่อไปยังการนำไปใช้งานอย่างเช่น ถ้าเป็น MDF ที่ความหนาเท่ากัน แต่ ค่า Density ต่างกัน ความหนาแน่นของแผ่นไม้ก็จะได้ต่างกัน เช่นเดียวกัน ถ้าขนาดของแผ่นไม้เท่ากัน แต่ ค่า screw holding ต่างกัน ค่ายึดเกาะระหว่างตะปูเกลียวกับเนื้อไม้ก็จะไม่เท่ากัน เมื่อเปิดปิดใช้งานในระยะเวลาเท่ากัน บานเปิดลิ้นชักที่มีค่ายึดเกาะเนื้อไม้น้อยกว่าก็จะห้อย ตกหรือหลุดออกมาเร็วกว่าบานเปิดที่มีตัวเลขค่าสูงกว่า หรือถ้าชั้นวางหนังสือใช้ไม้หนาเท่ากันแต่ ค่า MOE (Modulus of Elasticity) ต่างกัน ไม้ที่มีค่าความยึดหยุ่นสูงกว่าก็จะรับน้ำหนักได้ดีกว่า แม้แต่เคาน์เตอร์ในห้องน้ำ ถ้าใช้ไม้ที่มีค่า Thickness Swell ไม่เท่ากัน ความบวม พองของไม้ก็จะไม่เท่ากัน

แม้เลือกใช้มาตรฐานที่เหมาะสมแล้ว แต่ออกแบบเฟอร์นิเจอร์มาไม่เหมาะสม

นอกจากเรื่องของค่ามาตรฐานต่างๆ ที่มาเป็นตัวกำหนดคุณภาพของไม้แล้ว เรื่องการนำไปใช้งาน ก็เป็นอีกสาเหตหนึ่งที่ทำให้ไม้พวกนี้ บวม พอง ล้ม พังได้ ยกตัวอย่างเรื่องตู้ล้ม คุณภูมิศักดิ์ให้ความเห็นว่า อย่าลืมว่าไม้ particle board เบากว่าไม้จริง พอเอามาทำเฟอร์นิเจอร์ ตู้หรือชั้นวางของก็จะเบากว่า โคลงไปมาได้ง่ายกว่าไม้จริง ก็ต้องเป็นหน้าที่ของคนออกแบบว่าตัวเองออกแบบอะไร ใช้ทำอะไร เช่น ออกแบบตู้เสื้อผ้าก็ต้องคิดก่อนว่าจะออกแบบอย่างไรไมให้ตู้โยก โคลงได้ คำนวนแบบว่าตรงจุดไหนของเฟอร์นิเจอร์บ้างที่ต้องเพิ่มความหนาของไม้ หรือใช้ไม้ที่มีค่ารับน้ำหนักเพิ่มขึ้น หรือจุดไหนต้องใช้วัสดุที่มีค่าทนน้ำ ทนความชื้นสูงขึ้น ซึ่งความสามารถพวกนี้จะผลิตมาจากทางโรงงานผลิต particle board, MDF อยู่แล้ว

เลือกใช้มาตรฐานที่เหมาะสม ออกแบบมาเหมาะสม แต่ผู้บริโภคใช้งานไม่เหมาะสม

กรณีนี้ก็เช่นว่าผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์บอกมาแล้วว่า เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้ ตู้ใบนี้รับน้ำหนักได้เท่านี้ แต่เมื่อผู้บริโภคอย่างเราๆ ซื้อไปใช้ ไม่ใส่ใจกับตัวเลขเหล่านี้ และใช้งานตามใจฉัน ก็มีสิทธิ์ที่จะเกิดปัญหาตามมาได้

คุณภูมิศักดิ์บอกว่า หากใช้งานดีๆ แล้ว particle board หรือ MDF สามารถอยู่ได้นานนับ 10 ปี เลยทีเดียว เพียงแค่ระวังว่าอย่าให้เกิดตำหนิกับวัสดุปิดผิว เพราะเมื่อมีตำหนิแล้วจะไม่สามารถขัดผิวหน้าใหม่ได้เช่นเดียวกับไม้ธรรมชาติ และความชื้นหรือน้ำก็จะเข้าไปในเนื้อไม้ได้

 

พื้นลามิเนต วัสดุปูพื้นยุคใหม่ที่กำลังมาแรง เพราะมีหน้าไม้ให้เลือกหลากหลายและมีราคาจับต้องได้
พูดถึงเรื่อง particle board, MDF แล้วก็อดไม่ได้ที่ต้องขอถามไปถึงเรื่อง พื้นไม้สำเร็จรูปอย่างลามิเนต เลยแอบถามคุณภูมิศักดิ์ว่าคิดอย่างไรกับพื้นลามิเนต ที่ถามก็เพราะส่วนใหญ่แล้วคนที่สร้างบ้าน ถ้าเลือกได้ระหว่างไม้สำเร็จรูปอย่างลามิเนตกับไม้จริง เป็นใครก็คงเลือกไม้จริงกัน ทั้งเรื่องคุณค่าของไม้และความสวยงามที่ดูเป็นธรรมชาติ

คุณภูมิศักดิ์ตอบมาว่า จริงๆ แล้ว พื้นลามิเนตก็ไม่ใช่แย่อะไร ถ้ารู้เทคนิคในการติดตั้งและใช้งาน ที่บ้านคุณภูมิศักดิ์เองก็ปูด้วยลามิเนตเหมือนกัน เทคนิคที่ว่าคือ เวลาเลือกลามิเนต ให้สังเกตดูว่าตรงลิ้นไม้มีการเคลือบแว๊กซ์หรือไม่ แต่ที่จะพลาดกันทั้งเจ้าของบ้านและช่างปูก็คือ เคลือบแว๊กซ์อยู่แล้วแต่ทำแว๊กซ์หาย โดยเฉพาะการปูลามิเนตแผ่นริมติดผนังที่มักจะต้องตัดออกบางส่วน ขอบลามิเนตใหม่ก็จะไม่มีแว๊กซ์เคลือบทับอยู่ เวลาถูบ้านหรือมีน้ำหกลงไป น้ำก็จะเข้าผ่านรอยตัดนั้น ถ้าจำเป็นต้องตัดแบ่งลามิเนตก็ต้องย้ำให้ช่างปูทาแว๊กซ์กันน้ำก่อนปูเสียก่อน ป้องกันน้ำหรือความชื้นที่มักจะอาศัยลิ้นไม้เข้าไปในเนื้อไม้

ต้องเร่งสร้างมาตรฐาน
สุดท้ายคุณภูมิศักดิ์ฝากเรื่องคุณมาตรฐานต่างๆ ทุกวันนี้คุณภูมิศักดิ์มองว่าเป็นเรื่องของความ “สมัครใจ” ไม่ใช่ “ภาคบังคับ” อย่างที่ยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น จะเข้มงวดกันมาก โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยสารไอระเหย ผู้ผลิตรายไหนไม่ผ่านมาตรฐาน ก็จะไม่สามารถนำเข้ามาในตลาดได้

ตรงกันข้ามกับตลาดบ้านเรา ที่แข่งขันกันสูงมาก และมักจะใช้ราคานำหน้าคุณภาพ จนบางครั้งผู้บริโภคอย่างเราๆ ก็มองกันแต่ตัวเลข แต่ลืมมองไปถึงคุณภาพหรือมาตรฐานที่จำเป็น เจ้าภาพหรือหน่วยงานภาครัฐที่ควบคุมดูแลเรื่องนี้ก็ยังไม่เข้มงวดเรื่องมาตรฐานกับผู้ผลิตมากนัก บ้านเราก็เลยดูเหมือนตลาดเสรีที่มีทั้งสินค้าคุณภาพผ่านมาตรฐาน และสินค้าที่ไม่ผ่านคุณภาพจากต่างประเทศนำมาลดราคาขายกันอย่างคึกคัก โดยที่คนซื้อไม่รู้ตัวเลยว่าซื้อของคัดทิ้งจากต่างประเทศกลับไป

หลายคนที่ลังเลอยู่ว่า เฟอร์นิเจอร์ เคาน์เตอร์บิวท์อินจากโครงไม้อัด ใช้ จะแข็งแรง ทนทานหรือไม่ วันนี้คงได้ความรู้ ความเข้าใจ และการเลือกซื้อ เลือกดู ไม้ particle board หรือ MDF กันไปบ้างไม่มากก็น้อย ต้องขอบคุณคุณภูมิศักดิ์ จุลวัลลิภะ ผู้ช่วยผู้จัดการ บริษัท วนชัยกรุ๊ปอีกครั้ง ที่ให้ความรู้ดีๆ เรื่อง particle board หรือ MDF กับเราอีกครั้ง

 

 

Showcase : 
Story Categories: