Rolls Royce ของไม้เอ็นจิเนียร์
ฟัง พุทธธรรม ชุด
Furniture
ลงโฆษณา
พระไตรปิฎกเสียง คลิก

วัสดุก่อสร้างขึ้นราคา จะสร้างหรือชะลอไว้ก่อน ???

01 Jul 2011 - akanek_ja_ja

“73% เป็นค่าวัสดุก่อสร้าง  27% ค่าแรงงานและเครื่องจักร”  นี่คือสัดส่วนของต้นทุนผันแปร (variable costs) ของราคาค่าก่อสร้างบ้าน 1 หลังในธุรกิจรับสร้างบ้าน   จะเห็นว่า 3 ใน 4 ของค่าก่อสร้างหมดไปกับวัสดุก่อสร้าง คำถามต่อมา ถ้าวัสดุก่อสร้างขึ้นราคา เจ้าของบ้านตาดำๆ อย่างเราจะปรับตัวอย่างไร??

 

วันก่อนมีโอกาสไปลับคมรอยหยักในสมองกับงานสัมมนาวิชาการ ในหัวข้อ Decoding Cost ถอดรหัสสกัดต้นทุนแพง ที่จัดโดย สมาคมรับสร้างบ้าน ที่ห้อง แกรนด์บอลรูม โรงแรม ดิ เอ็มเมอรัล แถวรัชดาฯ มีบริษัทรับสร้างบ้านและคนที่อยู่ในวงการธุรกิจสร้างบ้านให้ความสนใจ มากันเต็มห้อง เห็นว่า ถ้าเจ้าของบ้านอย่างเราๆ รู้เอาไว้บ้าง เล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดีกว่าไม่รู้อะไรเลย ก็เลยกลับมาเล่าให้ฟัง
 
วิทยากรที่มาให้ความรู้ก็เป็นระดับ ดร. และ ผู้ชำนาญการพิเศษด้านเศรษฐกิจ และบุคคลผู้เกี่ยวข้องกับวงการธุรกิจรับสร้างบ้าน   แต่ละท่านก็มาถอดรหัสปัจจัยที่จะมีผลให้ราคาวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น ไล่มาตั้งแต่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่เป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตและขนส่งสินค้า ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนไปมา อัตราดอกเบี้ย ซึ่งทุกท่านก็ฟันธงตรงกันว่า ปีหน้า ราคาวัสดุก่อสร้างอย่างไรเสียก็ต้องขึ้นราคาแน่นอน แต่จะขึ้นมาก น้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าปัจจัยข้างต้นกระเพื่อมมากหรือกระเพื่อมน้อย แต่ให้ทุกคนยอมรับและทำใจไว้เลยว่า ขึ้นแน่ไม่มีลง!!!
 
ปัจจัยที่ทำให้ราคาวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้น ก็เช่น
  • ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เมื่อราคาน้ำมันดิบตลาดโลกมีการปรับตัวสูงขึ้น ราคาวัสดุก่อสร้างก็จะขยับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพราะวัสดุก่อสร้างหลายอย่างต้องพึ่งพาพลังงานเชื้อเพลิง ในการผลิตและขนส่ง เช่น สุขภัณฑ์ที่มีแนวโน้มว่าปีหน้าจะปรับราคาขึ้น เช่นเดียวกับอุปกรณ์ไฟฟ้าและท่อประปา ที่ต้องใช้วัสดุดิบที่มาจากน้ำมันเตา   แต่วัสดุก่อสร้างที่จะบอกเราได้ว่า ราคาค่าก่อสร้างบ้านกำลังจะปรับขึ้นแน่นอนแล้วก็คือ เหล็ก ปูน หิน และคอนกรีต
  • อัตราดอกเบี้ยเงินฝากมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นถึง 3- 3.5 % จากปัจจุบัน ยิ่งอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ฟูฟ่องเท่าไร ต้นทุนวัสดุก่อสร้างก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น
  • อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน  ตัวนี้จะเป็นได้ทั้งพระเอกและผู้ร้าย เป็นพระเอกถ้าค่าเงินบาทของเราแข็งค่า ต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ต้องนำเข้าก็จะถูกลง แต่ถ้าค่าเงินบาทเราอ่อนค่าเมื่อไหร่ วัสดุก่อสร้างที่นำเข้าก็แพงหูฉี่กันเลยทีเดียว
 
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อราคาวัสดุก่อสร้าง เช่น ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและแอฟฟริกาเหนือที่ยังฮึมๆ กันอยู่ หรือภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนไปมา ฯลฯ
 
นอกจากราควัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้นแล้ว ถ้าอัตราค่าแรงขั้นต่ำขึ้นตาม...
 
ปัจจัยตัวใหม่ล่าสุด สดๆ ร้อนๆ ก็คือ การปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ถ้าจำตัวเลขค่าก่อสร้างข้างบนได้ ค่าแรงและค่าเครื่องจักรรวมกันเท่ากับ 27% ของค่าก่อสร้างบ้าน แต่ถ้ามีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำจาก 215 บาท เป็น 270 หรือเพิ่มขึ้นอีก 25% ราคาบ้านก็คงจะปรับขึ้นอีก 3.9-4 %  จากราคาปัจจุบัน
 
แต่ถ้ารัฐบาลใจป้ำ ประกาศอัดฉีดค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท ค่าแรงในการก่อสร้างก็จะเพิ่มขึ้นอีก 39.5-40%
และถ้ามีการปรับขึ้นของต้นทุนในส่วนอื่นตามมา เช่น ค่าวัสดุ ค่าจิปาถะต่างๆ ราคาบ้านก็อาจจะพุ่งโด่งขึ้นไปอีก 12% จากปัจจุบันได้

 

 
โอ้โห... แล้วแบบนี้จะสร้างบ้านหรือชะลอไว้ก่อน??? 
 
อย่าเพิ่งตกอกตกใจ เพราะถ้ามองย้อนกลับไปการที่มีการปรับค่าแรงขั้นต่ำ ก็ช่วยให้มีเม็ดเงินลงมาในระบบมากขึ้น มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น สภาพคล่องก็จะลื่นไหลขึ้น ส่งผลดีกับระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ  
 
สำหรับคนที่กำลังคิดจะสร้างบ้าน เมื่อรู้แล้วว่าต้นทุนในการก่อสร้างบ้านมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นค่อนข้างแน่นอน ควรจะรับมือกับมันอย่างไร
 
  1. อย่ารอเวลา ไหนๆ คุณก็ plan ไว้แล้วว่าจะสร้างบ้าน ก็อาจจะร่นระยะเวลาขึ้นมา หนีราคาวัสดุก่อสร้างที่จ่อขึ้นราคาในปีหน้า  อันนี้ไม่ได้บอกให้ทุกคนที่กำลังจะสร้างบ้านรีบร้อนสร้างกันวันนี้พรุ่งนี้เลย แต่ถ้ายิ่งปล่อยหรือรอเวลาออกไปกับความหวังลมๆ แล้งๆ ว่า ราคามันอาจจะลงมาก็อาจจะไม่ได้บ้านเสียที หรือได้บ้านในขนาดหรือคุณภาพที่เล็กลง วิทยากรท่านหนึ่งบอกว่า หมดยุคของถูกแล้ว  มีแต่จะยิ่งแพง ยิ่งเพิ่มราคาขึ้นไปเรื่อยๆ   หรือ ถ้าสร้างในงบเท่าเดิม แต่คุณภาพวัสดุ หน้าตาความสวยงามของบ้านราคา 3 ล้านวันนี้อาจจะลดลง ถ้าคิดจะสร้างปีหน้า
  2. เวลาเลือกบริษัทรับสร้างบ้านหรือผู้รับเหมา เจ้าของบ้านฉลาดๆ แบบเรายิ่งต้อง screen คนที่จะสร้างบ้านให้เราให้มากขึ้นเป็นพิเศษ  ป้องกันผู้รับเหมาหนี หาย ทิ้งงานเพราะแบกรับต้นทุนก่อสร้างไม่ไหว   ลองดูว่าผู้รับเหมาหรือบริษัทรับสร้างบ้านรายนั้น รับงานเกินตัวหรือเปล่า เพราะยิ่งในภาวะที่ราคาต้นทุนก่อสร้างสูงขึ้น บริษัทหรือผู้รับเหมาอาจขาดสภาพคล่อง บริหารเงินสดไม่ทัน จนไม่สามารถว่าจ้างแรงงานฝีมือมาทำงาน  งานก่อสร้างที่ออกมาก็อาจจะไม่ได้มาตรฐานตามที่ต้องเป็น
  3. ถ้าตัดสินใจแน่นอนแล้ว ว่าจะสร้างบ้าน ก็ควรจับไม้จับมือตกลงทำสัญญาเรื่องสเปควัสดุก่อสร้างกับทางบริษัทรับสร้างหรือผู้รับเหมาให้เรียบร้อย เพื่อ lock ราคาวัสดุก่อสร้างเอาไว้ ก่อนที่จะมีการปรับขึ้น
 
ในส่วนของผู้รับเหมาหรือบริษัทรับสร้างบ้านเอง ถ้ารู้จักบริหารต้นทุนเป็น มีการวางแผนต้นทุนต่างๆ เอาไว้ล่วงหน้า เตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ในอนาคต ก็อาจจะช่วยให้ต้นทุนการก่อสร้างไม่บีบรัดตัวเองจนเกินไปจนไปกระทบกับเจ้าของบ้านได้
 
ในสภาวะที่อะไรๆ ก็พากันขึ้นราคากันหมด ไม่ใช่แค่บริษัทรับสร้างบ้านเท่านั้นที่จะต้องปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ที่รออยู่ข้างหน้า เจ้าของบ้านเองที่โดนผลกระทบนี้แบบเต็มๆ ก็ต้องปรับตัวเช่นเดียวกันนะคะ

 

Showcase : 

Comments

neon's picture

เผอิญว่าผมโชคดีได้ไปสัมมนางานเดียวกับคุณ akanek_ja_ja
ในความคิดส่วนตัวนะครับว่า ถ้า say เลขกลมๆว่า ต้นทุนบ้าน เป็นค่าแรง 30% ค่าของ 70% แต่กระนั้นหากขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแล้ว จะกระทบเพียงส่วนของต้นทุนค่าแรง ผมเห็นว่ามันน่าจะกระทบต้นทุนวัสดุด้วยอีกต่างหาก รวมถึงดอกเบี้ยอีกตัว เพื่อกันไม่ให้เงินเฟ้อจากการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ
ลองคิดย้อนกลับมาว่า ถ้าค่าของ 70% นั้น แบ่งเป็น 30% เป็นค่าแรง และอีก 70% เป็นต้นทุนวัตถุดิบทั้งหมดที่แปรรูปมาแล้ว (ตัวเลขมึนๆ อาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ขึ้นกับวัสดุแต่ละประเภท) ถ้าอย่างนั้นยิ่งกลายเป็นว่า ค่าแรงทั้งหมดของบ้าน 1 หลัง เทียบเท่า 30% + 30%(70%) = 51% เลยนะครับนั่น หากค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มเพียง 25% หรือจะเท่าไหร่ก็ตามแต่ นั่นหมายถึงว่ากระทบ 51% ในส่วนของค่าแรงโดยตรง!!
นั่นคงเป็นคราวเคราะห์ของผู้บริโภคเราๆ ท่านๆ อย่างแน่นอน แต่ถึงอย่างนั้น ทางว่าที่รัฐบาลชุดใหม่ได้กล่าวไว้ส่วนหนึ่งของการขึ้นค่าแรงว่า ต้องเป็นแรงงานที่มีทักษะ ผ่านการอบรมมาแล้ว ซึ่งปัจจุบันมีการเริ่มทวงถามถึงค่าแรงขั้นต่ำ 300 ที่ว่านี้ 
ผมเข้าใจว่าหากปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ก็ยังพอหนีภัยกันได้บ้าง (สำหรับผู้ที่มีสายป่านยาว) แต่สุดท้ายจะเป็นอย่างไรนั้น ผมเองคงมองไม่เห็น คงคิดได้แต่เพียงว่า "ตอนนี้มีเงินเก็บ ถ้าไม่รีบสร้าง รีบอยู่ ก็รอจนกว่านโยบายจะออกมาชัดเจน" แต่ถ้าประกาศนโยบายแน่ชัดเมื่อไหร่แล้วละก็ ผู้บริโภคเตรียมทำงานหาเงิน พิมพ์แบงค์ ตากแบงค์ กันเหนื่อยหน่อยละครับ งานนี้ 

By neon on

neon's picture

จากการปรับเพิ่มขึ้นของค่าแรงขั้นต่ำ ในส่วนของผู้ประกอบการ หากแบกรับต้นทุนไม่ไหว ก็คงต้องผลักภาระส่งต่อไปยังผู้บริโภคอีกทอด แต่ในแง่ดีสำหรับผู้ประกอบการนั่นก็คือ ตลาดแรงงานกลับมาคึกคักมากขึ้น มีแรงงานที่มีทักษะให้เลือกสรรมากขึ้น เพราะปัจจุบันแรงงานที่มีทักษะนั้นหายากยิ่ง 
ส่วนผู้บริโภค หากสามารถสร้างบ้านได้ในช่วงนี้ ก็ขอให้รีบหาฤกษ์ลงเสาเอก สร้างบ้านแต่โดยไว ก่อนที่พายุบุแคมของมาตรการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจะบุกมาึถึงตัว

By neon on

nitinart's picture

ก็ไม่รู้ว่านโยบายโดนใจเหล่านี้ จะทำให้สัมฤทธิ์ผลอย่างที่ต้องการได้อย่างไร  นอกจากบริษัท ห้าง ร้านแล้ว โรงเรียนเอกชนโดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนระดับล่างที่เงินเดือนครูไม่ถึง 15,000 บาท จะให้ขึ้นค่าเทอม ผู้ปกครองก็จะไม่ไหว
ค่าแรงขึ้น ต้นทุนขึ้น ค่าครองชีพก็ต้องขึ้น  ข้าวอาจจะขึ้นจากจานละ 30 บาท เป็น 35-40 บาท  สินค้าทุกอย่างก็ต้องขึ้นตาม
จริงๆ ก็เห็นใจทุกฝ่าย  แต่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ปัญหาเรื่องค่าครองชีพก็คงไม่หมดไป  ค่าแรงขึ้น ค่าครองชีพก็ขึ้นตามมาเป็นเงาตามตัว  แล้วที่เคยไม่พออย่างไร ก็จะไม่พออย่างนั้น  หรืออาจจะหนักกว่า
ถ้ามองโลกในแง่ดี  ผู้ประกอบการก็จะหันมาใส่ใจกับประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้น  หันมาใช้เทคโนโลยีในการทำงานมากขึ้น  เพื่อตัดต้นทุนเรื่องแรงงาน ค่าจ้างออกไป  ส่วนแรงงานเอง ก็คงต้องมีการพัฒนาทักษะให้สูงขึ้นให้สมกับรายได้ที่สูงขึ้น แต่ในช่วงที่ทุกคนกำลังปรับตัวให้เข้ากับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น  ก็คงจะต้องเหนื่อยและเครียดกันหลายปี จนกว่าจะเข้าที่เข้าทาง 
โครงการสร้างบ้านที่มี  สงสัยจะต้องยืดออกไป...

Buy Less, Choose Well, Make it Last. - Vivienne Westwood

7boxes's picture

 เรื่องขึ้นค่าแรงนี่กระทบตัวเองตรงๆ เหมือนกัน เพราะ status ปัจจุบัน ก็คือแรงงาน ถึงจะใช้สมองมากกว่าแรง ก็แรงงานเหมือนกัน 55+ 
ถ้าวันหนึ่งประกาศออกมาว่า เอาล่ะ จะขึ้นค่าแรงแล้วนะ  แรงงานแบบเราถึงจะดีใจแต่ก็แอบมีหวั่นๆ เหมือนกัน ภาพนายจ้างก็ต้องมานั่งดีดลูกคิดต๊อกแต๊กๆ ว่า อืมมม... จ้าง คนนี้ไว้มันคุ้มค่าแรงที่ขึ้นมั้ย  ลอยมาในหัวทันที...หลอนมาก
 
ตกหนัก ลูกจ้างที่ต้องรีบ upgrade สเปคตัวเองอย่างด่วน ใครสเปคสูงก็อยู่รอดต่อไป แต่ใครสเปคต่ำ upไม่ขึ้นแล้ว ก็ต้องจากกันไป ถูกจัดเป็นแรงงานด้อยฝีมือ 
แล้วคนที่อยู่ก่ำกึ่ง จะเป็นแรงงานฝีมือก็สเปคแรงไม่พอ จะ downgrade เป็นแรงงานด้อยฝีมือก็ไม่เชิง  จะอยู่ตรงไหน????