view counter
AKANEK'S POINT
AKANEK'S POINT

ซื้อบ้านหลังแรก

2786 reads
ความคิดเห็น (0)
akanekshopping.com

วันนี้เอกเขนกมีโอกาสได้พูดคุยรู้จักกับคุณสุธี ปัญญาแสงพานิช ปัจจุบันทำงานที่ Korea Center Travel บริษัท่องเที่ยวที่เน้นการจัด แพคเกจทัวร์ประเทศเกาหลี ในตำแหน่ง General Manager เลยอยากนำเรื่องราวประสบการณ์จากการซื้อบ้านหลังแรกมาเล่าให้ฟัง

 

คุณสุธี เจ้าของบ้านสวยน่ารักหลังนี้ บอกว่า กว่าจะได้บ้านหลังนี้มาก็เป็นคนสุดท้ายของโครงการพอดี วางมัดจำไป 50,000 บาท วันเซ็นสัญญาก็จ่ายค่าดาวน์อีก 150,000ส่วนที่เหลือทำเรื่องกู้ธนาคาร เหตุผลหลักที่เลือกโครงนี้ เพราะเป็นโครงการใหญ่มีความรับผิดชอบ ใช้วัสดุดีสมราคา ไม่อยู่ในเมือง และไม่วุ่นวาย วิวสวย บ้านของคุณสุธีอยู่ติดสวนของหมู่บ้าน บรรยกาศสบายร่มรื่น ใกล้ทางด่วนแค่ 10 นาที แถมยังสามารถฝากบ้านไว้กับพี่สาวให้ช่วยดูแลเพราะบ้านอยู่ติดกัน

 

 

คุณสุธีแนะนำว่า ผู้ซื้อควรจะศึกษาเรื่องการซื้อบ้านอย่างละเอียด อย่างแรกเลยคงจะเป็นเรื่องของโครงการ ว่าโครงการนี้สร้างบ้านมาแล้วมีปัญหามากมั้ย เช่นมีเรื่องการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานหรือเปล่า  และอย่าลืมถามถึงการประกันบ้านในส่วนต่างๆว่าอายุประกันนานเท่าไหร่ เช่น ประกัน โครงสร้างกี่ปี หรือแม้แต่เกรดของสีทาบ้านทั้งภายใน ภายนอก สีของฝ้าเพดาน ก็ต้องตรวจว่าตรงตามสเปกมั้ย ของผมเองโดนลดเกรดของสี กว่าจะรู้ก็ตอนทำ built-in เพราะเมื่อทำเสร็จ ช่างต้องซื้อสีมาใหม่เพื่อแก้รอยเปื้อนก็เลยทราบว่าโครงการลดเกรดของสีเพราะในสัญญาระบุชัดเจน

 

ตอนซื้อบ้านหลังนี้มา ส่วนของตัวบ้านเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลย เพราะว่ากลัวว่าจะไปบังทิศทางการรับของลม แต่ใช้การตกแต่งแบบbuilt-in เพิ่มเติมภายในทั้งหมด การตบแต่งภายในคุณสุธี เป็นคนออกแบบเองเพราะ คิดว่าบ้านเป็นคนอยู่เอง อยากให้เป็นแบบไหนก็เขียนแบบขึ้นมา โดยที่คุณสุธีไม่ได้มีความรู้ด้านนี้เลย พอได้แบบคร่าวๆ  ก็เรียกช่างมาดู พูดคุยถึงแบบ ในเรื่องของการหาช่าง built in พอดีมีคนรู้จักแนะนำช่างมาให้ แต่คุณสุธีต้องนำแบบที่ผมเขียนขึ้นเอง จากความเข้าใจไปให้ทางช่างดูก่อนว่าเค้าอ่านแบบ แล้วเข้าใจรูปแบบของการตกแต่งที่เราต้องการหรือเปล่า และขณะที่คุยกับช่าง ช่างสามารถที่จะเสนอ ช่วยแนะนำ เกี่ยวกับแบบได้มั้ย โดยส่วนตัวคุณสุธีเป็นคนชอบเฟอร์นิเจอร์สไตล์โมเดิรน์ แบบที่ออกมาเลยเป็นแบบโมเดิร์น

 

 

 

พูดถึงการติดต่อผู้รับเหมาทำ Built inบ้านผมคิดราคาเหมางานทั้งหมด ไม่ได้คิดเป็นตารางเมตร ไม่ว่าแบบไหนเราสามารถต่อรองราคาได้ ผมโชคดีที่งานออกมาดีแถมทำถูกใจด้วย

หลังจากที่คุยแล้ว ต้องตกลงทำสัญญาว่าจ้าง การกำหนดจ่ายเงินแบ่งเป็น 4 งวด งวดแรก 30% ก่อนเริ่มลงมือทำงาน งวดสอง 30% คราวนี้ต้องมาดูผลงานว่าคืบหน้ามั้ย งวดสาม 30%งวดสุดท้ายอีก 10% 

 

แต่การแต่งบ้านแต่ละครั้งไม่ต้องห่วงครับบานปลายแน่นอน  มากหรือน้อยแค่ไหนก็แล้วเจ้าแต่ของบ้านครับ ตอนแรกคาดว่าจะใช้เงินในการตกแต่งประมาณ 20-30 แต่สุดท้ายมีการเพิ่มเติมจากแบบนิดหน่อยสรุปว่าใช้งบตกแต่งไป 40% งานตกแต่งบ้านหลังนี้ใช้เวลา 2 เดือน เพราะช่างมาทำงานเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เวลาเรามาดูช่างทำงานก็จะคุยกับช่างตลอด

 

 

จุดเล็กน้อยพวกนี้สำคัญนะครับ ส่วนงานปูนเป็นส่วนที่ผมประสบปัญหานิดหน่อยบางครั้งผู้รับเหมาอาจจะต้องการจับงานใหญ่กว่า ก็ส่งช่างไปทำงานใหญ่ มาหยุดงานเล็กของเรา ผมจ่ายไปแล้ว 90% งานใกล้เสร็จแล้วแต่ช่างไม่มา ส่วนคงค้าง 10% พอดีรู้จักคนงานที่มีฝีมือเลยจ้างวันที่เขาไม่มีงาน ราคาถูกมา จึงทำให้เรารู้จักระบบรับเหมาว่า ผู้รับเหมาไม่ใช่ช่าง แต่เป็นคนที่ติดต่อและทำสัญญา หลังจากนั้นผู้รับเหมาก็หาช่างที่มีฝีมือ จ่ายค่าแรงเป็นรายวันซึ่งถูกมากๆ แล้วคิดเงินค่าทำกับเราชาร์จเข้าไป 2-3 เท่าตัว เป็นส่วนกำไรของผู้รับเหมา ซึ่งถ้าเราไม่รู้เรื่องก็จะถูกพวกนี้ชาร์จไปไม่รู้กี่เท่าที่สำคัญถ้าเจอผู้รับเหมาไม่มีความรับผิดชอบพอทำออกมาแล้วไม่ดีก็หนีหายตามตัวไม่เจอ ฟ้องร้องก็ไม่ได้ลองเข้าไปดูในเวปต่างๆ วิจารณ์พวกผู้รับเหมาทั้งนั้น ทำให้เสียชื่อไปคนวงการเดียวกัน

 

คุณสุธีแนะนำคนที่กำลังทำบ้านว่าควรตรวจตราก่อนการทำงานของช่างจะสิ้นสุดว่าทำงานเรียบร้อยมั้ย เพราะส่วนใหญ่ช่างอาจทำงานแบบลวกๆ เสร็จงานแล้ว จบเลย ไม่สนใจแก้ไขงาน อย่างเช่นที่คุณสุธีประสบมาว่าจ่ายไปล่วงหน้าไปแล้ว 90% ส่วนที่เหลืออีก 10% ต้องจ้างคนอื่นมาเก็บงานให้อีก แล้วข้อสำคัญที่สุดการตรวจรับบ้านก่อนโอนสำคัญมาก เพราะทุกวันนี้หมู่บ้านทุกโครงการรีบทำให้เสร็จเพื่อจะได้รีบขาย ทำให้คุณภาพไม่เหมาะสมกับราคา ถ้าเรายอมรับได้ก็ดีไปแต่ถ้ายอมรับไม่ได้ โอนไปแล้ว ก็อาจจะทำให้ไม่มีความสุขในการใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านหลังนั้น  เพราะว่าถ้าคุณโอนบ้านแล้ว จะมาให้นั่งแก้ไข หรือซ่อมตอนอยู่แล้วก็คงน่าหงุดหงิด แม้แต่เกรดของสีทาบ้านทั้งภายใน ภายนอก สีฝ้า ก็ต้องตรวจว่าตรงตามสเปกมั้ย

 

 

คุณสุธีกล่าวตบท้ายว่า “ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่าผมไม่ได้ตั้งใจที่จะซื้อบ้าน และไม่เคยศึกษาเรื่องซื้อบ้านเลย แต่เพราะความบังเอิญ ที่สำคัญคือพอมีเงินเก็บนิดหน่อย ถ้าถามผมเรื่องความสำคัญในการซื้อบ้าน ความคิดเห็นส่วนตัวผมว่าถ้าเรายังไม่มีความจำเป็นอย่าเพิ่งซื้อจะดีกว่า บางคนยังผ่อนรถอยู่แล้วต้องผ่อนบ้านอีก ผมว่ามันหนักไปเพราะคุณจะต้องมีรายได้เกือบแสนถึงจะซื้อได้ทั้ง2อย่าง หรือถ้าคุณไม่มีภาระอะไรก็ดีไป แต่ชีวิตของคุณก็จะไม่สามารถสังสรรค์ใช้เงินฟุ่มเฟือยอีกแล้ว คุณต้องแต่งบ้านซื้อของเข้าบ้านฯลฯ ผมว่าหนักมากๆนะ ทุกวันนี้เลิกเที่ยวไปเลยเพราะเอาเงินไปเที่ยวมาผ่อนบ้านดีกว่า

 

สรุปคือคนที่จะซื้อบ้านต้องวางแผนเก็บเงินในระยะยาวเพื่อเอามาดาวน์บ้าน เสร็จแล้วต้องมีค่าโอนบ้าน หลังจากนั้นก็จะเป็นค่าตกแต่งบ้านอีก ไม่เกี่ยวกับการผ่อนรายเดือนหรือซื้อของเพิ่มเติมในแต่และเดือน แต่ถ้าใครที่คิดว่าพร้อมแล้ว ก็เป็นกำลังใจให้สำหรับคนที่คิดจะซื้อบ้านนะครับ”

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพสวยๆ จาก : คุณสุธี  ปัญญาแสงพานิช  และถ้าหากใครสนใจที่จะไปเที่ยวเกาหลี ติดต่อคุณสุธี ได้ที่ www.korea-center.com

Tag: Akanek Interviews, Real Life Experience

Copyright © 2011 Akanek.com All Rights Reserved