Rolls Royce ของไม้เอ็นจิเนียร์
ฟัง พุทธธรรม ชุด
Furniture
ลงโฆษณา
พระไตรปิฎกเสียง คลิก

เลือกสีทาบ้านให้ปลอดภัยกับสุขภาพ

15 Feb 2010 - akanek_ja_ja
เลือกสีทาบ้านให้ปลอดภัยกับสุขภาพ, low VOCs paint, สีฉลากเขียว, green label paint
เลือกสีทาบ้านให้ปลอดภัยกับสุขภาพ, low VOCs paint, สีฉลากเขียว, green label paint

ถ้าใครเคยคิดจะทาสีห้อง คงเคยอยากรู้เหมือนเอกเขนกว่า ควรจะเลือกยี่ห้อไหนดี รุ่นไหนดี บางคนก็พอรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรบ้างเช่น ต้องการสีที่กลิ่นไม่ฉุน บางคนก็อาจจะเอาถูกไว้ก่อนหรือแพงไว้ก่อน หรือบางคนก็อาจจะเอาสีสวยไว้ก่อน พอเอกเขนกมาเริ่มศึกษาเรื่องสีตอนที่ต้องการหาสีที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ก็ได้เรียนรู้ว่าการเลือกสีทาห้องหรือบ้านนั้น ไม่ใช่เลือกง่ายอย่างที่คิดเพราะเดี๋ยวนี้สีมีหลายรุ่นหลายเทคโนโลยีเหลือเกิน ตั้งแต่นาโนเทคโนโลยี สารช่วยยับยั้งแบคทีเรีย จนถึงการป้องกันรังสี UV (สงสัยแดดคงทำให้สีเป็นฝ้าได้เหมือนกัน Laughing) เล่นเอาความตั้งใจเดิมที่จะหาสีที่ปลอดภัยกับสุขภาพผู้อยู่อาศัยสับสนไป

 

 

เหตุผลที่เอกเขนกอยากรู้ว่าสีรุ่นไหน ยี่ห้อไหน ปลอดภัยกับสุขภาพที่สุด เป็นเพราะมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งต้องการทาสีห้องใหม่เป็นการด่วนเพราะเจ้าลูกหมาตัวเล็กที่เพื่งซื้อมาเกิดชอบเลียกำแพง ด้วยความที่เจ้าของพอมีความเข้าใจ

 

อยู่บ้างว่าสีทาบ้านอาจมีสารอันตรายปนเปื้อนอยู่เพราะไม่ใช่ของที่เอาไว้รับประทาน ก็กลัวว่าเจ้าหมาตัวน้อยนั้นจะเป็นมะเร็งตายแทนที่จะได้แก่ตาย เราในฐานะเพื่อนก็ได้แต่นั่งมองตาปริบๆ เพราะไม่รู้จะช่วยยังงัย รู้แต่ว่า ใช่ ในสีทาบ้านมันมีสาร VOC (volatile organic compounds) และสารเคมีอื่นๆ ที่เป็นอันตรายกับสุขภาพ

 

 

โดยทั่วๆ ไป สีทาบ้านที่ได้รับมาตราฐาน มอก. จากกระทรวงอุตสาหกรรม จะต้องไม่มีสารปรอทและสารตะกั่วเลย ส่วนสีราคาถูกที่ไม่รับมาตราฐานนี้ก็ยังมีส่วนผสมของสองสารนี้ได้อยู่  อันนี้ก็แปลกใจเหมือนกันเพราะที่สหรัฐอเมริกาสีที่วางขายในตลาดได้จะต้องไม่มีสารปรอทอยู่เลยตั้งแต่ปี 1977 เพราะรู้กันอยู่ว่าสารปรอทเป็นพิษกับร่างกาย  นอกจากปรอทและตะกั่วแล้ว ในสีก็อาจมีส่วนประกอบอันตรายอื่นๆ เช่น แคดเมียม โครเมียม หรือ formaldehyde

 

ส่วนเรื่อง VOCs นั้นถ้าจะให้พูดก็เป็นเรื่องยาวและน่าเบื่อเพราะเป็นวิชาการมาก พอสรุปให้ฟังสั้นๆ ว่า VOCs หรือ Volatile Organic Compounds เป็นสารไอระเหยที่เกิดขึ้นตามกลไกธรรมชาติเคมี ที่ได้มีการพิสูจน์แล้วว่าอาจทำให้เกิดมะเร็งได้ โดยสารระเหยนี้มักเกิดจากส่วนประกอบที่มีแหล่งกำเนิดจากปิโตรเคมี และเจ้าปิโตรเคมีนี้ก็เผอิญเป็นส่วนประกอบที่มีประโยชน์หลายๆ อย่างโดยเฉพาะการทำหน้าที่เป็นตัวละลาย ในวัสดุก่อสร้างหลายชนิดโดยเฉพาะเคมีที่ใช้ใน ไม้อัด พรม กาว สี จะมีสาร VOCs ค่อนข้างสูงเพราะมักมีส่วนผสมที่มีปิโตรเคมีอยู่  พวกสูตรน้ำ ตั้งแต่น้ำยาเคลือบไม้สูตรน้ำ หรือสีสูตรน้ำ มักจะมีค่า VOCs ที่ต่ำกว่า

 

เรื่อง VOCs นั้นจะสำคัญมากกับคนที่ต้องการทาสีห้องเองหรือต้องการจะเข้าอยู่อาศัยเลยโดยไม่เว้นช่วงเวลาซักอย่างน้อยสองอาทิตย์เพื่อให้สีแห้งสนิท  เพราะค่า VOC ไอระเหยจะสูงสุดในขณะกำลังทาสีและเมื่อสีกำลังแห้ง เมื่อสีแห้งสนิทแล้ว ไอระเหยก็จะลดลงไปหลายเท่าตัว

 

วิธีที่สังเกตุง่ายๆ คือห้องที่พึ่งทาสีใหม่ๆ หรือไม้ที่พื่งเคลือบพื้นผิว มักจะมีกลิ่นฉุน ทุกคนรู้กันว่าถ้าพึ่งทาสีห้องหรือทำพื้นไม้ ไม่ควรเข้าไปอยู่ในทันที คนที่ประสาทไวแค่สูดกลิ่นเหล่านี้เข้าไปไม่กี่นาทีก็เวียนหัว คลื่นไส้ได้ง่ายๆ ทีนี้เมื่อเราปล่อยให้สีแห้งสนิทก็ใช่ว่าสารเหล่านั้นจะหยุดการระเหย มันก็ยังระเหยไปเรื่อยๆ ตามกลไกธรรมชาติของมัน แต่ในอัตราที่ต่ำกว่า เพราะฉะนั้นถึงแม้เราจะเข้าอาศัยหลังจากกลิ่นนั้นได้จางลงจนเราไม่ได้กลิ่น เราก็ยังคงสูดไอระเหยนั้นเข้าไปอีกหลายปี

 

ภาพจาก:www.earthsafefinishes.com

 

ในสหรัฐอเมริกามีสีปราศจาก VOCs (zero VOCs) อยู่หลายยี่ห้อ และสีก็สวยๆ ทั้งนั้น พูดได้ว่าไม่ต้องเสี่ยงสุขภาพตัวเองเพื่อให้ห้องมีสีสวย แต่ก็ต้องยอมรับว่าราคาจะแพงกว่าอยู่นิดหนึ่ง ส่วนผสมทดแทนมักจะมีราคาที่สูงกว่า แต่คำว่า zero VOC ก็ไม่ได้หมายความว่ามีค่า VOC เป็นศูนย์อย่างเดียว แต่รวมไปถึงสีที่มีค่า VOC ต่ำกว่า 5 กรัมต่อ 1 ลิตร ซึ่งถือว่าต่ำมากตามมาตราฐาน EPA (Environmental Protection Agency) ของสหรัฐอเมริกา

 

นอกจากพวก no VOC แล้ว ในต่างประเทศ คนยังสามารถเลือกสีที่ทำจากธรรมชาติจริงๆ ได้อีกด้วย สีพวกนี้ทำมาจากวัตถุดิบตั้งแต่ นม ถั่วเหลือง สาหร่าย น้ำมันพืช สีที่ทำจากพืช แทบจะเรียกได้ว่าเป็นสีที่กินได้กันเลยทีเดียว  แต่แน่นอนราคาตรงนี้ก็สูงกว่าเยอะ การใช้งานและเฉดสีก็มีให้เลือกไม่มากเท่าสีเคมีทั่วๆ ไป

 

ส่วนในเมืองไทยเท่าที่ทราบมายังไม่มีสีทาอาคารที่ผลิตจากธรรมชาติ แต่ว่าทางสำนักเลขานุการสิ่งแวดล้อมไทยที่มีหน้าที่ดูแลสัญญลักษณ์ฉลากเขียว ก็ได้สร้างมาตราฐานสำหรับสีฉลากเขียว โดยมีข้อกำหนดว่าว่าจะต้องไม่มีสารตะกั่ว สารปรอท และ formaldehyde เป็นส่วนผสม สำหรับค่า VOCs  จะต้องต่ำกว่า 50 กรัมต่อ 1 ลิตร สำหรับสีด้าน (ดูตารางข้อกำหนดปริมาณสารประกอบอินทรีย์)  ณ ตอนนี้ยังไม่มีสีรุ่นไหน ยี่ห้อไหนที่เป็น no VOCs แต่มีหลายรุ่น หลายยี่ห้อที่เป็น low VOC คือมีค่า VOC ต่ำกว่า 50 กรัมต่อ 1 ลิตร ซึ่งก็อาจจะยังมีกลิ่นนิดๆ จนกว่าจะแห้ง คนที่เซ้นซิทีฟมากๆ ก็ควรเลือกสีที่มีค่า VOC ต่ำกว่า 25 ถ้าอยากรู้ว่ามีสีรุ่นไหน ยี่ห้อไหนบ้างที่ได้ฉลากเขียว ก็เข้าไปดูกันได้ในหมวดบ้านสีเขียว – วัสดุก่อสร้างบ้านแนวกรีน

 

ภาพจาก:www.channel4.com

 

จากที่คุยกันไว้หลายๆ ที่ ก็พอสรุปได้ว่า รุ่น พรีเมียมของแทบทุกยี่ห้อ (ซึ่งก็เป็นสูตรน้ำทั้งหมด) จะได้รับมาตราฐานฉลากเขียว ส่วนรุ่นท๊อปถึงรุ่นกลางๆ ก็จะได้ ฉลากเขียวกันพอสมควร  การซื้อสีที่มีค่า VOCs ต่ำนอกจากจะปลอดภัยกับสุขภาพของนในบ้านแล้วยังช่วยให้ คนที่มีส่วนร่วมในสีนั้นตั้งแต่พนักงานในโรงงานผลิตสีจนถึงช่างทาสีที่ทุก วันคลุกคลีอยู่กับสีตลอดเวลาไม่ต้องเสี่ยงกับสารเคมีอันตรายใดๆ

 

อันนี้ไม่ใช่อยากให้ทุกคนกระโดดออกไปซื้อรุ่นที่แพงที่สุดมาทาสีห้องใหม่เพราะกลัวเป็นมะเร็งกัน แต่อยากจะให้คนที่กำลังเลือกสีทาบ้านอยู่นอกจากจะคิดถึงเรื่องการใช้งานและความสวยงามแล้ว ควรพิจารณาถึงผลกระทบต่อสุขภาพของตนเองและผู้อื่นด้วยเพราะเราต้องสูดอากาศภายในบ้านอยู่ตลอดเวลาอย่างน้อยก็ตอนนอน ถ้าหากงบประมาณเราไม่พอที่จะซื้อสีรุ่นราคาแพงทาทั้งบ้าน ก็อาจเลือกทาเฉพาะห้องนอนอย่างเดียวก็ได้ เพราะถ้าเราไม่ประมาณงบทาสีของเราให้ดี อาจจะเครียดตายเพราะจ่ายบิลไม่ไหวก็ได้ค่ะ

 

 

About the Author

กอง บก. AKANEK - มีกันอยู่ 2-3 คน ไม่ดุ ไม่กัด เขียนทุกวัน เขียนทุกเรื่อง

Comments

akanek_ja_ja's picture

ถ้าสนใจเรื่องคุณภาพของอากาศภายในบ้าน หรือ Indoor Air Quality อ่านรายละเอียดกันเพิ่มเติมได้ที่ อากาศดีๆ สร้างได้ในบ้าน

กอง บก. AKANEK - มีกันอยู่ 2-3 คน ไม่ดุ ไม่กัด เขียนทุกวัน เขียนทุกเรื่อง