Rolls Royce ของไม้เอ็นจิเนียร์
ฟัง พุทธธรรม ชุด
Furniture
ลงโฆษณา
พระไตรปิฎกเสียง คลิก

ทำไมต้องระบุแหล่งที่มาของสินค้า?

02 Oct 2012 - akanek_ja_ja

เคยสงสัยมั้ยว่า วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตข้าวของเครื่องใช้ที่เราบริโภคอุปโภคทุกวันนี้ ชุดโต๊ะอาหารที่ซื้อมาจากงานแฟร์ปีที่แล้ว มีแหล่งที่มาจากไหน?


หลายครั้งที่เราบริโภคสิ่งของต่างๆ ในชีวิตประจำวันโดยไม่ทราบแน่ชัดถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบ  แล้วเราก็คงไม่สบายใจนักถ้ารู้ว่าเก้าอี้ที่เรานั่งอยู่นี้มีส่วนทำให้ต้นไม้ในป่าธรรมชาติลดจำนวนลง หรือมีส่วนประกอบที่มีสารเคมีอันตรายกับเราปนเปื้อนอยู่  

ตัวอย่างใกล้ตัว เช่น เฟอร์นิเจอร์ โต๊ะเก้าอี้ไม้ที่เราเห็นตามงานแฟร์เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ  เรามักจะได้ข้อมูลจากคนขายว่า  "นำเข้าไม้มาจากต่างประเทศ"  บางแบรนด์ดีขึ้นมาอีก มีเอกสารรับรองมาให้เราดูด้วยว่า ไม้นี้มาจากแหล่งที่ถูกกฎหมาย(ของแต่ละประเทศ)ให้เราสบายใจขึ้นอีกนิด  แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าที่เขาบอกว่านำเข้ามาจากต่างประเทศ ถ้าสาวไปลึกๆ แล้ว ไม้พวกนี้มาจากที่ไหน ได้รับอนุญาตให้ตัดได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือเปล่า เป็นไม้ป่าปลูกที่มีการจัดการที่เหมาะสม หรือเป็นไม้ที่ลักลอบตัดมาจากป่าธรรมชาติ   ไม่มีใครบอกหรือพิสูจน์ได้

วันก่อน ได้อ่านบทความหนึ่งใน The economist ( อ่านรายละเอียดได้ที่นี่ http://www.economist.com/node/21563297?fsrc=rss%7Cbus)  ที่เขียนถึงบริษัท Double Helix Tracking Technologies ประเทศสิงคโปร์ ที่ใช้ DNA ของไม้ ตรวจสอบหาแหล่งที่มาของไม้  และเส้นทางการเดินทางของไม้ตั้งแต่แหล่งปลูก โรงงานแปรรูป โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ จนถึงร้านจำหน่าย ป้องกันการสวมสิทธิ์ไม้ที่ลักลอบตัดจากป่าธรรมชาติเข้ากับไม้ที่ปลูกด้วยระบบจัดการที่เหมาะสมหรือได้รับอนุญาตให้ตัดอย่างถูกกฎหมาย ที่อาจจะตบตากันได้ด้วยเอกสารรับรองปึกใหญ่  แต่ถ้าเป็น DNA ของไม้... หลอกกันไม่ได้ 

แนวคิดการระบุแหล่งที่มาของวัตถุดิบของสินค้า  เป็นการตลาดอย่างหนึ่งที่ทำให้ภาพลักษณ์ของสินค้าดูเป็นมิตร เห็นถึงความใส่ใจของผู้ผลิตในการเลือกวัตถุดิบ (จะเห็นชัดมากในสินค้าประเภทอาหาร)  ในขณะเดียวกัน การระบุแหล่งที่มาของสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่มีไม้เป็นส่วนประกอบ เช่น วัสดุก่อสร้าง วัสดุตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ ก็เป็นการป้องกันการลักลอบนำไม้ที่ผิดกฎหมายมาใช้ เป็นแนวคิดที่หลายๆประเทศเริ่มหันมาให้ความสนใจมากขึ้น ประกอบกับการกระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบตัดไม้มีบทลงโทษค่อนข้างรุนแรง หลายๆ บริษัทที่ทำธุรกิจหรือผลิตสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับไม้รายใหญ่หลายราย  ที่ไม่อยากมีปัญหากับเรื่องพวกนี้ก็จะเริ่มหันมาใช้วัตถุดิบที่สามารถระบุแหล่งที่มากันแล้ว  เช่น Mark&Spenser ,Lowe’s, B&Q

แต่ข้อจำกัดของการตรวจสอบ DNA ไม้ในเวลานี้ก็คือ หนึ่ง การตรวจหา DNA ไม้ สามารถตรวจสอบได้เพียง 20 สายพันธุ์เท่านั้น ยังไม่ครอบคลุมอีกหลายต้นไม้อีกหลายสายพันธุ์ 

สอง ค่าใช้จ่ายในการตรวจหา DNA ไม้ ราคาค่อนข้างสูง  ซึ่งแน่นอนว่า ถ้ามีการตรวจสอบ DNA ไม้จริงๆ  ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ก็จะต้องถูกบวกเพิ่มเข้าไปในต้นทุนการผลิตสินค้าอย่างเลี่ยงไม่ได้ ผู้บริโภคจะยอมจ่ายเพิ่มหรือไม่ เพื่อแลกกับการตรวจสอบว่าเฟอร์นิเจอร์ที่ตัวเองซื้อเป็นไม้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ไม่ว่าสินค้าจะใช้กลยุทธ์ระบุที่แหล่งที่มาของวัตถุดิบหรือสินค้ามาเป็นตัวทำการตลาดให้สินค้า เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกถึงความพิเศษของสินค้าแค่ไหน แต่มุมของผู้บริโภคอย่างเรา เป็นใครก็คงอยากรู้ว่า ผู้ผลิตสินค้าเอาอะไรมาให้เราบริโภค?  วัตถุดิบคืออะไร? ได้มาจากที่ไหน?  แล้วปลอดภัยกับเราแค่ไหน?       

 

About the Author

กอง บก. AKANEK - มีกันอยู่ 2-3 คน ไม่ดุ ไม่กัด เขียนทุกวัน เขียนทุกเรื่อง