Rolls Royce ของไม้เอ็นจิเนียร์
ฟัง พุทธธรรม ชุด
Furniture
ลงโฆษณา
พระไตรปิฎกเสียง คลิก

ถ้าเลือกจะอยู่กับน้ำ จะอยู่อย่างไรให้ปลอดภัย

30 Aug 2012 - akanek_ja_ja

ในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปีที่แล้ว  ปัญหาหนักอกทั้งภาครัฐบาลและเจ้าของบ้านอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นคือเจ้าของบ้านหลายคนที่บ้านโดนน้ำท่วมเลือกที่จะไม่ออกจากบ้าน  จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ห่วงบ้าน ไม่รู้จะไปอาศัยอยู่ที่ไหน  ไม่มีญาติพี่น้องที่จะไปอาศัยพักชั่วคราวได้   ไม่สะดวกใจที่จะไปอยู่ศูนย์อพยพชั่วคราวฯ  ผลที่ตามมาคือรัฐฯ ต้องจัดส่งความช่วยเหลือเข้าไปให้กับผู้ที่ติดอยู่ในบ้าน  ญาติพี่น้องของเจ้าของบ้านอดเป็นห่วงไม่ได้ก็ต้องเดินทางเข้าไปเยี่ยม เจ้าของบ้านเองก็ต้องอยู่อย่างลำบาก  

การใช้ชีวิตในบ้านระหว่างที่น้ำได้ท่วมบ้านท่านไว้ทั้งหมดแล้ว ในสถานการณ์จริง ไม่เหมือนใน Reality Show  ที่เมื่อโดนโหวตให้ออก จะเก็บของ ลากกระเป๋าเดินออกมาจากบ้านได้ง่ายๆ  หลายคนที่ปักหลักไม่ยอมย้ายออก เมื่ออยู่กับน้ำได้สักพักหนึ่ง เริ่มจะทนไม่ไหว อาหารหมด เจ็บป่วย เครียด ขาดยา โดนตัดน้ำ ตัดไฟ หรือตัดการสื่อสาร  ต้องให้คนเข้าไปช่วยออกมา หรือบางพื้นที่ที่พอคาดเดาได้ว่าสถานการณ์จะรุนแรงแค่ไหน แต่ลังเล สุดท้ายกลายเป็นผู้ประสบภัยซ้ำซ้อน บ้านช่องเสียหายจากน้ำท่วมและยังเป็นผู้ประสบภัยติดอยู่ในบ้านออกมาไม่ได้ ได้แต่รอความช่วยเหลือแทน

วันก่อนมีโอกาสไปฟังเสวนาเรื่อง การเตรียมรับมือหากน้ำท่วมบ้านอีกครั้ง  ที่ SCG Experience จัดขึ้น โดยเชิญตัวแทนจากสถาปนิกอาสา(กลุ่มสถาปนิกที่ใช้วิชาความรู้ด้านสถาปัตย์ ช่วยเหลือ ทำประโยชน์ให้สังคม ถ่ายทอดความรู้ให้กับเจ้าของบ้าน หนึ่งในสถาปนิกอาสาที่เรารู้จักกันดี อ. ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์) มาร่วมแสดงความคิดเห็นและให้คำแนะนำ เตรียมพร้อมรับมือช่วงน้ำท่วม โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า ถ้าเลือกจะอยู่กับน้ำ จะอยู่อย่างไรให้ปลอดภัย  เราเองก็ไม่พลาดที่จะเอากลับมาเล่าสู่กันฟังเช่นเคย    ลองมาดูกันว่า ถ้าคุณสมัครใจจะอยู่กับน้ำต่อไป หรือจะประวิงเวลา อพยพย้ายออกให้นานที่สุดเท่าที่จะอยู่ได้  ต้องเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง

ประเมินความพร้อม จะอยู่ต่อหรือถอย?
ก่อนที่คุณจะก้าวไปถึงขั้นตัดสินใจไม่ถอย ไม่อพยพ  เราอยากให้ลองทดสอบตัวเองก่อนว่าถ้าเลือกที่จะอยู่ต่อเมื่อน้ำได้ล้อมบ้านไว้หมดแล้ว แล้วต้องเผชิญสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดดังตัวอย่างต่อไปนี้ ยังคิดว่ารับไหวมั้ย จะอยู่ได้มั้ย 

  -          อาหาร/ เครื่องดื่ม ยารักษาโรค- ถ้าต้องกิน ต้องใช้ อาหารน้ำดื่ม น้ำใช้อย่างประหยัดสุดๆ  ลดมื้ออาหารเหลือวันละ 2มื้อ หรือต้องรอข้าวกล่องจากญาติหรือหน่วยงานราชการล่องเรือมาส่ง จะทนได้มั้ย ถ้าไม่ได้ ออกมาดีกว่า
  -          ห้องน้ำห้องท่า ความสะดวกสบาย- ต้องเลือกอาบน้ำวันเว้นวัน หรือห้องน้ำในบ้านใช้ไม่ได้ ต้องใช้ส้วมประดิษฐ์  จะหลับจะนอนก็ต้องนอนรวมเบียดกัน ทนได้มั้ย  ถ้าไม่ได้ ออกมาดีกว่า
  -          สาธารณูประโภค น้ำไฟ- น้ำไม่ไหล ไฟดับ ต้องอยู่ในความมืด นอนแบบไม่เปิดแอร์ไม่มีพัดลม จะทนได้มั้ย ถ้าไม่ได้ ออกมาดีกว่า
ที่ยกตัวอย่างนี้ถือว่าเป็นเหตุการณ์ส่วนหนึ่งที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้น  ถ้าประเมินแล้ว คิดว่า อยู่ไมได้แน่ๆ  ก็ควรจะเลือกอพยพออกมาเสียตั้งแต่ต้น เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ไม่ทำให้ญาติพี่น้องต้องเป็นห่วง หรือไม่ไปเพิ่มภาระให้กับหน่วยงานราชการในการเข้ามาช่วยเหลือในภายหลัง  

ถ้าเลือกที่จะอยู่  จะเตรียมตัวอย่างไร
แต่...ถ้าใคร มั่นใจว่า อยู่ได้ และอยู่ได้อย่างไม่เป็นภาระใคร  ก็อย่าด่วนดีใจไปว่าจะใช้ชีวิตอยู่กับน้ำในบ้านได้ตลอดรอดฝั่งแน่นอนแล้ว  เพราะเส้นทางที่คุณเลือกจะอยู่ต่อ ยังมีเรื่องให้เตรียมตัวกันอีก   ทางสถาปนิกอาสา เขาก็มีคำแนะนำ 3 ต. ให้ปฏิบัติเพื่อเป็นการซักซ้อม เตรียมความพร้อมก่อนที่เราจะอยู่กับน้ำในสถานการณ์จริง (*คำแนะนำบางข้อ คนที่คิดว่าถ้าน้ำมาคงอพยพแน่นอน ก็สามารถนำไปใช้ได้เหมือนกันค่ะ)

 

ต. ที่ 1  ต.ตรวจ เป็นการสำรวจ ความเรียบร้อยรอบบ้าน หากพบจุดใดชำรุด ตรวจพบความเสียหายแล้วก็จดบันทึกเพื่อเตรียมซ่อมแซมเปลี่ยนใหม่

ระบบไฟฟ้าที่ใช้ในบ้านและนอกตัวบ้าน

  -  มิเตอร์ไฟฟ้าหน้าบ้าน คิดว่าจะพ้นน้ำหรือไม่ ถ้าคิดว่าไม่พ้นน้ำให้แจ้งการไฟฟ้ามาย้ายมิเตอร์ไฟฟ้าขึ้นที่สูง
  -  แผงวงจรควบคุมไฟหลักของบ้าน อยู่ตรงไหน อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานมั้ย 
  -  แผงวงจรควบคุมไฟหลักมีตัวตัดไฟมั้ย สวิตส์ไฟแต่ละจุด ควบคุมไฟส่วนใดบ้าง
  -  อุปกรณ์บนแผงวงจร อุปกรณ์ตัดไฟ สายไฟ มีชำรุด โดนสัตว์กัดแทะสายไฟมั้ย (ถ้าช่างไฟเดินลอย ง่ายต่อการตรวจสอบด้วยสายตากว่าการเดินฝังในผนัง)

ระบบประปาที่ใช้ในบ้าน

  -  หาตัววาล์วหลักควบคุมน้ำจากท่อส่งนอกบ้านเข้าสู่ตัวบ้านอยู่ตรงไหน  เปิด-ปิดอย่างไร
  -  ตรวจดูว่า ถ้าปิดวาล์วน้ำชั้นล่างแล้ว ชั้นบนยังใช้น้ำได้มั้ย
  -  อุปกรณ์ต่างๆ ยังใช้งานได้ตามปรกติหรือไม่ มีตัวไหนต้องเปลี่ยน ซ่อมบ้าง จดบันทึกเอาไว้


ปั๊มน้ำ- ปั๊มน้ำตั้งอยู่ตรงไหน  (ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่กับพื้นชั้นล่าง ใกล้กับถังเก็บน้ำ ) มีอุปกรณ์อะไรที่ชำรุด เสียหายมั้ย


ถังเก็บน้ำ –ถ้าเป็นถังแบบฝังดิน ตรวจสอบอะไรไม่ได้มาก แต่ถ้าเป็นถังวางกับพื้น เราสามารถตรวจสอบความเรียบร้อยของถัง  รูรั่วต่างๆ ที่น้ำท่วมอาจจะไหลเข้าไปปนกับน้ำสะอาดที่เก็บอยู่ในถังได้


สุขาภิบาล – ถังบำบัดหรือถังเก็บสิ่งปฏิกูลอยู่ตรงไหน มีกลิ่นเล็ดรอดออกมามั้ย พบเห็นสิ่งผิดปรกติ รอยร้าว แตก รั่วมั้ย

ตัวบ้านและบริเวณโดยรอบ

  -  สำรวจ ร่องรอย รู ช่องโหว่ ช่องว่างระหว่างผนังกับพื้น ช่องว่างระหว่างผนังกับกรอบประตูหน้าต่าง รอยร้าว รู บนผนังตรงไหนบ้าง ท่อระบายน้ำ มีอยู่ตรงไหนของบ้านบ้าง ทำเครื่องหมายเพื่อเตรียมอุดร่องรอยในขั้นต่อไป
  -  ตรวจดูว่าพื้นที่ที่ใช้เป็นที่พักฉุกเฉิน ส่วนใดเป็นส่วนที่อยู่อาศัย  ส่วนใดใช้เก็บของที่ย้ายหนีน้ำขึ้นมา มีพื้นที่เท่าไหร่ เพียงพอมั้ย
  -  ถ้าในบ้านเก็บสารเคมีหรือสารอันตราย ให้ย้ายออกไปเก็บไว้ที่สูงพื้นน้ำ ป้องกันสารพิษปนเปื้อนไปกับน้ำท่วม
ทรัพย์สินของมีค่า/เฟอร์นิเจอร์
  -  จดบันทึก ถ่ายรูปทรัพย์สิน ต่างๆ แยกเป็นของที่ยอมให้เสียหายได้ เช่น รถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ไม้จริงหรือเฟอร์นิเจอร์พลาสติก กับของที่ห้ามโดนน้ำ เช่น เอกสารหลักสำคัญ เครื่องประดับ ป้องกันการสูญหายระหว่างขนย้าย
  -  บันทึกวิธีการจัดเก็บ รถยนต์จะนำไปจอดที่ไหน นำออกไปเมื่อไหร่  ของชิ้นใดบ้างที่จะขนย้ายขึ้นชั้นบนของบ้าน ชิ้นใดปล่อยให้จมน้ำได้ ตอนขนย้ายจะได้ไม่สับสน

สมาชิกในบ้าน

-  คัดแยกสมาชิกในบ้าน มีใครบ้างที่ควรอพยพออกทันที เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คนป่วย ผู้พิการ สัตว์เลี้ยง
-  จะอพยพสมาชิกไปอยู่ที่ไหน มีกี่คนที่จะอพยพออกและกี่คนที่อยู่ต่อไป  และคิดว่าจะอยู่กี่วัน
-  อาหาร น้ำสะอาด  เครื่องใช้จำเป็นต่างเพียงพอมั้ย พื้นที่อยู่อาศัย สถานที่ขับถ่าย เพียงพอมั้ย


ต.ที่2 ต.เตรียม หลังสำรวจ จดบันทึกเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการเตรียมความพร้อม ทั้งการ แยกคน ขนย้าย ซ่อมแซม อุดท่อ จัดเตรียมพื้นที่ที่ใช้อยู่อาศัยระหว่างน้ำท่วม

ระบบไฟฟ้า

  -  ย้ายตำแหน่งปลั๊กไฟให้สูงพ้นน้ำ(เผื่อสถานการณ์เลวร้ายสุดๆ ไว้ก่อน)
  -  ถ้าตรวจแผงวงจรหลักของบ้านแล้วพบกว่า ไม่มีการแยกวงจรกการใช้ไฟของชั้นบนและชั้นล่าง ให้เรียกการไฟฟ้าหรือช่างไฟมาแยกแผงวงจรไว้ล่วงหน้าก่อนเลย
  -  ซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้า ปลั๊กไฟ สวิสต์ไฟ สายไฟ อุปกรณ์ตัดไฟ ทั้งภายในภายนอกที่ตรวจพบ จุดใดเกินจะซ่อมให้เปลี่ยนใหม่
  -  ซักซ้อมการตัดวงจรไฟฟ้าในบ้านและนอกบ้าน ถึงเวลาตัดวงจรไฟฟ้าจริงจะได้ทำได้คล่องแคล่ว ว่องไว

ระบบประปา/สุขาภิบาล

  -  ท่อระบายน้ำ ท่อซักล้าง ท่อน้ำทิ้งที่เชื่อมออกไปยังท่อระบายสาธารณะ ท่อชักโครก ท่อน้ำทิ้งจากซิงค์ล้างจาน อ่างอาบน้ำและ ท่อทุกขนาดที่เชื่อมระหว่างภายในตัวบ้านกับภายนอกตัวบ้าน
  -  วัสดุที่ใช้อุดก็ควรจะเป็นวัสดุที่อุดแล้ว ถอดหรือเอาออกได้ง่าย เช่น ถ้าเป็นท่อน้ำต่างๆ อาจจะใช้ผ้าม้วนเป็นก้อนให้เท่ากับขนาดของปากท่อแล้วหุ้มด้วยถุงพลาสติกอีกชั้น แล้วมัดปากถุงพลาสติกให้เหลือชายถุงสามารถจับถนัดมือเวลต้อนถอดหรือดึงออกหลังน้ำลด
  -  เรียกรถสูบสิ่งปฏิกูลมาสูบสิ่งปฏิกูลในถังบำบัดล่วงหน้า เพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่ว่างในถังบำบัด แม้ห้องสุขาชั้นล่างจะไม่สามารถใช้งานได้แต่ห้องสุขาชั้นบนก็ยังจะสามารถใช้งานได้อีกระยะหนึ่ง

ตัวบ้าน

  -  ใช้ซิลิโคนอุดช่องทุกช่องที่น้ำจะเล็ดรอดเข้ามาได้ รอยแยกรอยแตกบนผนัง  รอยร้าววงกบประตูหน้าต่างกับผนัง
  -  เอกสารสำคัญต่างๆ ให้เก็บใส่ถุงกันน้ำ สามารถนำติดตัวไปไหนมาไหนได้
  -  ห่อหุ้มสิ่งของต่างๆ ที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ด้วยถุงดำ มัดปากให้แน่นหนา เขียนไว้ข้างถุงด้วยว่าเป็นของอะไร ป้องกันความสับสน และจดบันทึกว่าห่อหุ้มอะไรบ้าง
  -  ของที่ย้ายหนีน้ำขึ้นมาไว้บนชั้นสอง ควรวางแบบกระจายน้ำหนัก ไม่ควรนำมากองรวมกันที่จุดใดจุดหนึ่งเท่านั้น เพราะโครงสร้างพื้นบ้านอาจจะรับน้ำหนักของได้  วิธีการวางแบบกระจายน้ำหนักที่ปลอดภัยกับโครงสร้างบ้านที่สุดคือการวางกระจายไปตามแนวคานบ้าน
  -  สถานที่ขับถ่ายหรือส้วมฉุกเฉิน กรณีห้องสุขาใช้งานไม่ได้แล้ว  อุปกรณ์ ภาชนะเก็บสิ่งปฏิกูล ปูนขาว
  -  หาทางหนีทีไล่ กรณีจำเป็นต้องอพยพกะทันหัน

สมาชิกในบ้าน
  -  อาหาร น้ำสะอาด ควรมีทั้งแบบสำเร็จรูปและกึ่งสำเร็จรูป
  -  ยาประจำตัว ยาสามัญประจำบ้าน แก้ปวดหัวตัวร้อน คัน น้ำกัดเท้า แมลงสัตว์กัดต่อย ยากันยุง
  -  ของใช้ส่วนตัวจำเป็น เสื้อผ้า ชุดชั้นใน ผ้าอนามัย 
  -  เตรียมข้อมูล เบอร์โทร. กรณีฉุกเฉินหรือต้องการความช่วยเหลือ
  -  อุปกรณ์ให้แสงสว่าง ไฟฉาย พร้อมถ่านสำรอง ไฟแชค เทียนไข  นกหวีดขอความช่วยเหลือ วิทยุทรานซิสเตอร์ เสื้อผ้า รองเท้าที่ สามารถสวมใส่ลุยน้ำได้ ไม้เท้าประคองตอนเดินลุยน้ำ ป้องกันเสียหลัก เซล้ม ป้องกันสัตว์ร้าย


ถังเก็บน้ำ-หากไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปไว้บนที่สูงได้ ก็ให้ใช้การมัดยึดให้อยู่กับที่ ป้องกันถังน้ำลอยน้ำหายไป ถอดท่อ แล้วอุดป้องกันน้ำสกปรกที่มากับน้ำท่วมไหลเข้าไปในถังเก็บน้ำ


ปั๊มน้ำ-ถอดชิ้นส่วนที่ไม่ควรโดนน้ำ เช่น มอเตอร์ ถอดท่อที่เชื่อมติดระหว่างตัวปั๊มกับถังเก็บน้ำออกเป็นการชั่วคราว ป้องกันกรณีถังเก็บน้ำลอยแล้วดึงเอาท่อที่เชื่อมระหว่างปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ หลุดออกจากกัน

 


ต.ที่ 3 ต.ติดตาม -เมื่อจัดเตรียมทุกอย่างแล้ว ให้คอยสังเกต-เฝ้าระวังเหตุการณ์ ดูระดับน้ำ สมาชิกในครอบครัว ติดตามข่าวสารจากทางราชการ) 

-  ติดตามข่าวสาร ข้อมูลประกาศจากทางราชการ -ประกาศแจ้งอพยพ  คำแนะนำต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ในช่วงน้ำท่วม หรือเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์ค เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่กลายเป็นช่องทางหนึ่งในการรับรู้ข่าวสาร สถานการณ์ต่างๆ ที่รวดเร็ว ฉับไว (จนบางครั้งรวดเร็ว ถูกต้องกว่าสื่อกระแสหลักเสียอีก) ควรเลือกเสพข่าวสารแต่พอดี อย่าคร่ำเคร่งจนกลายเป็นความเครียด


  -  สังเกตระดับน้ำรอบตัวบ้านว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร


  -  สังเกต คนในครอบครัว -มีใครเจ็บป่วย เครียด ท้อแท้ สิ้นหวัง หรือโดนสัตว์มีพิษกัดต่อยมั้ย


ทั้งหมดนี้ เป็นคำแนะนำในการเตรียมพร้อมล่วงหน้าก่อนน้ำจะมาที่ใช้ได้กับทั้งคนที่คิดจะอพยพและคนที่คิดว่าจะอยู่ต่อไม่อพยพออกมา  เพื่อให้คุณพร้อม สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างไม่ลำบากตัวเองและไม่เป็นภาระของผู้อื่น  และอพยพออกมาได้อย่างปลอดภัย เมื่อสถานการณ์รุนแรงถึงขั้นไหนที่จำเป็นต้องย้ายออก หรือจะนำเอา 10 กรณีศึกษานอกบันทึกช่าง จากเหตุการณ์น้ำท่วม ที่ อ.ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ ได้เขียนเอาไว้ นำมาใช้ร่วมด้วย  แต่คำแนะนำเหล่านี้จะไม่สามารถช่วยให้คุณรอดได้เลย ถ้าคุณทำหลังจากที่น้ำท่วมไปแล้ว  แต่เหนือสิ่งอื่นใด ถ้ามีประกาศแจ้งเตือนให้อพยพจากทางราชการมาตั้งแต่แรกแล้ว ก็ควรจะย้ายออกตามประกาศ  อย่าฝืนอยู่จะดีกว่าค่ะ – ขอบคุณ SCG Experience ที่จัดกิจกรรมดีๆ ให้ความรู้กับเจ้าของบ้าน อยู่เสมอค่ะ

About the Author

กอง บก. AKANEK - มีกันอยู่ 2-3 คน ไม่ดุ ไม่กัด เขียนทุกวัน เขียนทุกเรื่อง