Rolls Royce ของไม้เอ็นจิเนียร์
ฟัง พุทธธรรม ชุด
Furniture
ลงโฆษณา
พระไตรปิฎกเสียง คลิก

แก้วมุกดา ไม้ดอกหอม ชอบน้ำ

ข้อมูลจำเพาะ

การนำไปใช้ Usage: 
ให้ร่มเงา/shades
กลิ่นหอม/fragrant
ไม้พุ่ม
Trunk characteristics: 
ไม้พุ่ม/shrubs
Habits: 
ชอบแดด/full sun
ต้องหมั่นรดน้ำ/loves water
Height: 
> 4 เมตร/meters

 

รูปสวย รวยกลิ่นหอม ไม่กลัวน้ำ บอกแค่นี้หลายคนที่ชอบไม้ดอกหอมเป็นหูผึ่งขึ้นมาทันทีว่าต้นอะไรกัน?  Plant profile วันนี้ จัด แก้วมุกดา ไม้หอมชอบน้ำมาให้รู้จักกันอีกต้น

ถ้ามีใครถามว่า จะปลูกไม้หอมอะไรดีที่ออกดอกทั้งปี แล้วก็ไม่กลัวน้ำท่วมด้วย เชื่อขนมกินได้เลยว่า ต้องมีชื่อต้นแก้วมุกดาอยู่ด้วยแน่นอน เพราะว่าในวงการไม้ดอกหอม แก้วมุกดาเป็นไม้ดอกที่ส่งหอมอ่อนๆ ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณที่ปลูก ออกดอกให้ตลอดปี ทรงพุ่มสวย ใบไม่ค่อยร่วง ให้ร่มเงาชั้นดี แถมยังทนน้ำได้ (บ้านใครอยู่ในเขตเสี่ยงน้ำท่วม จะเปลี่ยนใจจากต้นจำปีหรือไม้ดอกหอมอื่นๆ ที่ไม่ค่อยทนน้ำมาเป็นแก้วมุกดาแทนก็น่าสนเหมือนกัน) 

เดิมชื่อ โกงกางเขา ฟังแล้วดูเป็นสาวบ้านนอกยังไงไม่รู้ พ่อค้าแม่ค้าต้นไม้ที่นำมาขายก็เลยจับมาเปลี่ยนชื่อให้ดูเป็นสาวชาวกรุงเสียใหม่ว่า  แก้วมุกดา (พ่อค้าแม่ค้าขายต้นไม้บ้านเรานี่ หัวครีเอทกันสุดๆ ตั้งชื่อต้นไม้ให้ฟังดูเป็นมงคล ฟังดูรวยๆ มีโชคมีลาภกันเก่งจริงๆ เลย)

ชื่อวิทยาศาสตร์  Fagraea racemosa Javanic, Fagraea blumeaua วงศ์  LOGANIACEAE ส่วนชื่อฝรั่งเธอก็มีเหมือนกัน Perfume flower tree, Pua Keni Keni, Trai Tichian. Lau binh, Gia

ลักษณะทั่วไป

แก้วมุกดาเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย (ลักษณะเดียวกับต้นเฟื่องฟ้าที่เป็นไม้พุ่มรอเลื้อยเหมือนกัน) ถ้าปลูกกลางแจ้งเป็นได้ทั้งไม้พุ่มเตี้ยๆ ประดับสวนหรือเป็นไม้พุ่มสูง 2-3เมตร บังแดด ให้ร่มเงาก็ได้  ทรงพุ่มจะออกทางแผ่กว้างออกด้านข้าง ให้ร่มเงาดี โตช้า (อ้างอิง : พรรณพฤกษา ณ ภูวนาลี, เดือนฉาย คอมันตร์)  เหมาะกับการเป็นต้นไม้บังแดดให้บ้าน อาจจะเลือกปลูกทางทิศตะวันตกหรือทิศใต้จะช่วยลดความร้อนที่เข้ามาในบ้านได้ แล้วไปเพิ่มกลิ่นหอมๆ ฟุ้งกระจายไปรอบๆ บริเวณที่ปลูก กลิ่นจะหอมแรงขึ้นในช่วงอากาศเย็นหรือหลังจากฝนตกใหม่ๆ 

ใบและดอก

ใบใหญ่ หนา ไม่ค่อยร่วง เก็บกวาดง่าย (ส่วนมากแล้ว ใบที่เก็บกวาดยากๆ จะเป็นพวกใบเล็กละเอียด) ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องหนอนกัดกินใบ เพราะใบหนาแข็งเกินไปหนอนกัดไม่ไหว  ส่วนดอก เป็นต้นไม้ที่ออกดอกได้ตลอดปี (ส่วนหนึ่ง ขึ้นอยู่กับการดูแล ความสมบูรณ์ของตัวด้วย)  ดอกคล้ายดอกแก้วขยายใหญ่ขึ้น 10-20เท่า  สีขาวงาช้าง  ออกดอกเป็นกลุ่มเป็นช่อ ช่อหนึ่งมีดอกประมาณ 5ดอก ดอกหนึ่งมี 5กลีบ กลีบดอกหนา เหนียว ช้ำยาก มีเกสรประมาณ 4-5เส้นโผล่อยู่กลางดอก เสียดายว่าถ้าเป็นช่วงหน้าฝน โดนฝนเมื่อไหร่ เกสรจะเน่าไปก่อนทุกที

credit picture : http://davesgarden.com/guides/pf/showimage/255934/

ดอกจะทยอยออกทั้งปี  แต่กว่าจะได้ดู ได้ดมกันจริงๆ นับนิ้วรอตั้งแต่ดอกตูมจนดอกเริ่มบานก็กินเวลาเป็นเดือน แต่พอดอกบานแล้ว บานแค่วันเดียว (เจ้าของต้นก็คงมีแอบเซ็งกันบ้าง ตั้งตารอตั้งแต่ตูม กว่าจะบานก็เป็นเดือนๆ บานแล้วอยู่ให้เห็นได้แค่วันเดียวก็เหี่ยวซะแล้ว)
ดอกที่อยู่บนสุดของช่อจะบานก่อน จากนั้นดอกอื่นๆ ก็จะทยอยบานตามๆ กันมา   กลิ่นหอมหวานๆ บางคนบอกว่ากลิ่นหอมเหมือนพวกขนมปังปี๊บ (ไม่รู้เหมือนกันว่า ตอนได้กลิ่นกำลังหิวอยู่รึป่าว) แต่ถึงดอกจะเหี่ยวโรยไปแล้วแต่ก็ยังส่งกลิ่นหอมๆ ออกมาได้อยู่ หลังจากดอกเหี่ยวแห้งไปแล้วจะติดกลายเป็นลูกกลมๆ สีเขียว

 

credit picture : http://davesgarden.com/guides/pf/showimage/255934/

การดูแลรักษา

แก้วมุกดาเธอเป็นสาวนิยมใช้ชีวิตกลางแจ้ง ชอบแดด ชอบน้ำ ถ้าได้อยู่ใกล้ๆ น้ำจะดีมาก หรือหมั่นขยันรดน้ำวันเว้นวัน ไม่ต้องกลัวรากเน่า นิสัยของแก้วมุกดาชอบน้ำอยู่แล้ว บางคนก็ปลูกใกล้น้ำไปเลย เรื่องการดน้ำต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะว่าแก้วมุกดาอาศัยน้ำในการเจริญเติบโต ช่วงปลูกลงดินใหม่ๆ ต้องหมั่นรดน้ำ เช้าเย็นไปก่อน พอต้นเริ่มตั้งตัวได้แล้วก็เปลี่ยนเป็นรดวันเว้นวันแทน  ถ้าปล่อยให้ขาดหรืออดน้ำ ต้นจะแสดงอาการใบเหี่ยวให้เห็นทันที ช่วงหน้าร้อนต้องช่วยต้นด้วยการรดน้ำวันเว้นวัน หรือถ้าอากาศร้อนจัดๆ ความชุ่มชื้นของดินระเหยเร็ว ต้องขยันหนักกว่าเดิม รดน้ำทุกวัน

แก้วมุกดาเป็นต้นไม้ที่ทรงพุ่มกว้าง พื้นที่ปลูกควรมีอย่างน้อยๆ 4เมตร อีกอย่างหนึ่ง ถ้าบริเวณที่ปลูก เป็นช่องลมพัดผ่านหรือมีลมพัดแรงๆ บ่อยๆ ก็ไม่แนะนำให้ปลูกใส่กระถาง เพราะทรงพุ่มที่แผ่กว้างมันจะต้านลม พาลให้ต้นล้มกลิ้งกะโล่โค่ไปกับพื้นเอาได้ง่ายๆ ปลูกลงดินดีกว่า อุ่นใจ^^

ปลูกในกระถางดีตรงที่คุมเรื่องความสูง ทรงพุ่มได้ง่ายกว่าปลูกลงดิน เพราะว่าเท่าที่สังเกตมาหลายๆ ครั้งต้นไม้เกือบทุกต้น ที่เคยเลี้ยงในกระถาง พอเปลี่ยนไปปลูกลงดินเมื่อไหร่เมื่อนั้น โตไวทันใจจริงๆ

ช่วงปลูกใหม่ๆ ควรจะหาไม้ค้ำยันต้นไม้ไว้ก่อน เพราะว่าทรงพุ่มที่แผ่นกว้าง เวลาลมพัดแรงๆ ต้นอาจจะโคนลงมาได้ รากจะกระเทือนทำให้ต้นโตขึ้นมาแบบไม่สมบูรณ์ได้ 

การขยายพันธ์

ตามร้านต้นไม้ทั่วไป ต้นแก้วมุกดามักจะเป็นต้นที่ได้จากการตอนกิ่ง รากจะแตกเร็ว กว่าไปนั่งเพาะเมล็ด แต่รากจะแข็งแรงสู้ต้นที่เพาะจากเมล็ดไม่ได้ ส่วนต้นกล้าที่ได้จากการเพาะเมล็ด จะได้ต้นกล้าที่แข็งแรงกว่า แต่ก็โตช้า ปลูกลงดินแล้ว ต้องใช้เวลา 2-3ปี ถึงจะออกดอกให้เห็น

แก้วมุกดาเหมาะกับปลูกแบบไหน

ทรงพุ่มแผ่กว้าง ใบหนา ทึบขนาดนี้แล้ว ไม่มีอะไรเหมาะสมไปกว่าปลูกให้ร่มเงาอีกแล้ว จะให้ร่มเงากับตัวบ้าน หรือจะปลูกแล้ววางชุดเก้าอี้สนามใต้ต้นเป็นมุมพักผ่อนใต้ร่มไม้  หรือบ้านใครที่อยู่ในเขตเสี่ยงน้ำท่วม เสียไม้หอมไปกับน้ำท่วมมาแล้ว แต่ก็อยากได้ไม้หอมมาปลูกอีก จะเปลี่ยนใจจากจำปี จำปาหรือไม้หอมอื่นๆ ที่เจอน้ำท่วมก็เสร็จทุกราย มาปลูกแก้วมุกดาแทนจะได้ไม่ชีช้ำอีก 

ข้อดี 

  • ออกดอกหอมตลอดปี กลิ่นหอมตลอดวัน จะหอมแรงในช่วงอากาศเย็นๆ
  • ใบร่วงน้อย ไม่เป็นภาระเก็บกวาดกันบ่อยๆ
  • โตเร็ว ทรงพุ่มสวย ให้ร่มเงาบ้านได้ดี
  • ปลูกในที่น้ำท่วมได้สบายๆ

ข้อเสีย

  • ขาดน้ำไม่ได้ โดยเฉพาะช่วงที่กำลังโต ถ้าขาดน้ำใบจะเหี่ยวทันที
  • ไม่เหมาะกับพื้นที่แคบ