Rolls Royce ของไม้เอ็นจิเนียร์
ฟัง พุทธธรรม ชุด
Furniture
ลงโฆษณา
พระไตรปิฎกเสียง คลิก

ลดาวัลย์ ไม้เลื้อย สวย ขาว หอม หวาน

 ลดาวัลย์

ข้อมูลจำเพาะ

การนำไปใช้ Usage: 
ทำซุ้ม/trellis
ไม้พุ่ม
Trunk characteristics: 
ไม้ต้น/trees
ไม้เลื้อย/ground covers
Habits: 
ชอบแดด/full sun
Height: 
< 0.30 เมตร/meters

ต้นไม้ที่จะมาแนะนำวันนี้ บอกก่อนเลยว่า หอม สวย หวาน ขนาดที่มีคนเอาชื่อไปตั้งเป็นชื่อคนกันเลยทีเดียว บางคนก็บอกว่าเวลาออกดอกจะเหมือนหิมะขาวโพลน

ใครที่กำลังหาไม้ดอกหอม มาปลูกเลื้อยคลุมรั้วบ้านหรือกำแพงบ้าน ใบร่วงน้อยไม่ต้องเก็บกวาดกันบ่อยๆ  เป็นไม้ดอกสีขาว มีกลิ่นหอมเย็น แนะนำไม้เลื้อยชื่อเพราะ ลดาวัลย์หรือลัดดา (Bridal Creeper. Snow Creeper. Bridal Wreath)

ใครที่เคยเห็นต้นนี้มาก่อนแล้ว ก็คงจะทราบดีว่า ลดาวัลย์เวลาออกดอกสวยขนาดไหน แต่สำหรับคนที่ยังไม่เคยเห็นมาก่อน ให้ลองหลับตาแล้วนึกภาพของ ซุ้มไม้เลื้อย ออกดอกเป็นช่อยาวๆ สีขาว ทิ้งช่อห้อยย้อยลงดิน ในช่วงปลายฝนต้นหนาว  ดอกบานส่งกลิ่นหอมๆ ตั้งแต่เช้ามืด จนถึงช่วงบ่ายกลิ่นถึงจะจางหายไป  บรรยากาศเย็นสบายช่วงระหว่างเปลี่ยนผ่านฤดู กับกลิ่นหอมๆ ของลดาวัลย์ พอนึกภาพออกมั้ย???

 ลักษณะทั่วไป 

ลดาวัลย์เป็นไม้ที่เป็นได้ทั้งไม้เลื้อย (ถ้าคุณปล่อยให้กิ่งก้านไต่เลื้อยขึ้นซุ้ม) เป็นได้ทั้งไม้พุ่มเตี้ย (ถ้าคุณคอยหมั่นตัดแต่งให้เป็นพุ่มเตี้ยอยู่เสมอ) จัดอยู่ในกลุ่มไม้เลื้อยขนาดเล็ก กิ่งก้านเปราะ หักง่าย โตช้า(ตรงนี้หลายคนชอบเพราะไม้เลื้อยส่วนใหญ่มักจะโตเร็ว เผลอหน่อยเลื้อยแผ่ไปไกลต้องตามไปตัดแต่งกันอยู่บ่อยๆ )  แต่ถ้าปล่อยให้เลื้อย ลดาวัลย์จะแผ่เถาเลื้อยได้ไกลกว่า 8 เมตร

เป็นไม้ชอบแดดจัด (เหมือนไม้เลื้อยทั่วไป) ใบเล็กแน่นพอประมาณ นิยมปลูกเป็นซุ้มบังแดดด้านตะวันตกและทิศใต้ของบ้าน เพราะว่า นอกจากพุ่มเลื้อยที่ช่วยบัง กรองแสงแดดตอนบ่ายได้แล้ว ยังได้กลิ่นหอมๆ ที่ลอยมากับลมที่พัดจากทิศใต้เข้าสู่ตัวบ้านด้วย ชอบดินชุ่มชื้น แต่ไม่ชอบน้ำแฉะขัง เพราะฉะนั้นดินที่ใช้ปลูกก็ควรจะเป็นดินที่ร่วนซุย ระบายน้ำดี ผสมกับวัสดุปลูกอื่นๆ ที่เก็บสะสมความชื้นได้ดีเช่น กาบมะพร้าวสับ  

ลดาวัลย์ที่ปลูกในบ้านเราส่วนใหญ่จะเป็นพันธุ์พื้นเมืองของเราเอง ความดกของดอกอาจจะสู้สายพันธ์ของทางออสเตรเลียได้ (สายพันธุ์ออสเตรเลียขึ้นชื่อว่า ดอกดกสวยมากๆ หลังๆ ก็เลยมีคนนำลดาวัลย์สายพันธ์จากทางออสเตรเลียเข้ามาเพาะขยายพันธุ์ในบ้านเรา สายพันธ์ออสเตรเลียจะให้ดอกดกกว่าสายพันธ์ดั่งเดิมในบ้านเรา แต่จะขยายเถาเร็วมาก ที่ออสเตรเลียจะถูกเรียกว่าเป็นวัชพืช เพราะจะเลื้อยคลุมต้นไม้อื่นหมด    ถ้าใครสนใจสายพันธุ์ออสเตรเลียก็ลองพิจารณาดูว่า ขยันตัดแต่งเถาแค่ไหน ถ้าพร้อมที่จะดูแลอยู่เสมอ ไม่ปล่อยรก เลื้อยไปคลุมต้นไม้อื่นได้ ก็ลองไปเดินหากันตามตลาดต้นไม้แหล่งใหญ่ๆ ในกทม.หรือแถวๆ นนทบุรี แหล่งเพาะต้นไม้ขายแหล่งใหญ่ใกล้กรุงเทพฯ น่าจะหาได้ไม่ยาก หรือถ้าใครพอทราบแหล่ง ชี้จุดได้ ก็เข้ามาแจ้งเราหน่อย จะได้เป็นข้อมูลให้กับคนที่สนใจ 

 ใบและดอก 

ใบสีเขียวข้ม ไม่ค่อยผลัดใบ สบายใจได้ว่าจะไม่ได้เห็นภาพลดาวัลย์ใบร่วงโกร๋นจนเหลือแต่เถาให้เฉาใจแน่นอน หรือต้องคอยกวาด เก็บใบกันทั้งวัน  พุ่มใบแน่นพอสมควร เหมาะที่จะใช้พรางสายตา เป็นไม้ริมรั้ว หรือปลูกบนระแนง ซุ้มหลังคา

ดอกเป็นช่อก้อนกลุ่มใหญ่สีขาว (บางคนบอกว่าเหมือนหิมะที่ตกลงมากองบนยอดไม้)  ออกเป็นช่อตามซอกใบ แต่ละช่อจะมีดอกเล็กๆ รูปร่างคล้านกระดิ่งหลายดอก

ลดาวัลย์จะเริ่มออกดอกในช่วงปลายฝนต้นหนาว ประมาณเดือนตุลาคมไปจนถึงธันวาคม แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วย ถ้าปลูกอยู่ที่ กทม. ก็คงจะหวังให้เห็นดอกดกเหมือนหิมะตกคลุมต้นเหมือนพื้นที่ที่อากาศเย็นสบาย คงจะเป็นไปได้ยาก เพราะนิสัยของลดาวัลย์ชอบอากาศติดไปทางเย็นสบาย ถึงจะให้ดอกดก เรื่องออกดอก ชาวกรุงเทพฯและจังหวัดที่อากาศค่อนข้างร้อนก็อาจจะผิดหลังเล็กน้อย  ถ้าลดาวัลย์ออกดอกให้เห็นประปรายหรือไม่ดกเหมือนที่เราบอก

บางตำราก็ว่า ออกดอกตลอดทั้งปี เดาว่าที่ออกดอกได้ตลอดปีน่าจะเกี่ยวกับเรื่องอากาศด้วย ถ้าอากาศเย็นสบาย ก็อาจจะทำให้ต้นออกดอกได้ต่อเนื่อง ส่วนพื้นที่ที่อากาศร้อนก็อาจจะลดเหลือช่วงที่อากาศเย็นสบายเท่านั้น

ดอกจะบานให้เราเชยชมอยู่ได้ 2-3วันหลังจากนั้นดอกสีขาวก็จะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทั้งช่อ และเหี่ยวแห้ง ร่วงไปเอง และถ้าใครอยากให้ปีหน้า ปีต่อๆ ไปลดาวัลย์ออกดอกดกขึ้น ให้หมั่นตัดแต่งกิ่ง ให้ต้นแตกกิ่งใหม่อยู่เรื่อยๆ จะเป็นการกระตุ้นต้นให้ออกดอกได้ดกขึ้น

(ไหนๆ พูดเรื่องออกดอกแล้ว หลายคนที่ซื้อต้นไม้ไปปลูกที่บ้านแล้วมักจะสงสัยว่า ทำไมปลูกแล้วไม่ออกดอก ทำไมดอกน้อยจัง  จริงๆ แล้วเวลาที่เราปลูกต้นอะไร ก็ต้องดูพื้นที่ปลูกด้วยว่า เหมาะสมหรือเป็นสภาพที่ต้นไม้เขาชอบหรือเปล่า ต้นเดียวกัน ปลูกในที่อากาศเย็น กับปลูกที่อากาศร้อนๆ จำนวนดอกที่ออกย่อมจะต่างกัน เพราะฉะนั้น ถ้าหมายมั้นปั้นมือว่า ปลูกแล้วจะได้เห็นดอกดกเต็มต้นเหมือนที่คนอื่นปลูกไว้ ก็ต้องขอให้เตรียมใจไว้บ้างว่า มันอาจจะไม่ให้ดอกดกเหมือนอย่างที่เรานึกเอาไว้ได้ ถ้าสภาพอากาศ สภาพดิน การดูแลของเราไม่เหมาะกับต้นไม้)

 การดูแลรักษา 

ถึงจะเป็นไม้เลื้อยที่ชอบแดดจัดตามประสาทั่วไปของไม้เลื้อย แต่เรื่องความชื้นก็ขาดไม่ได้ ประมาณว่า ข้างบนแดดจะแรงเท่าไหร่ก็สู้ไม่ถอย ขอแค่โคนต้นขอเย็นๆ ชื้นๆ เป็นพอแล้ว

ส่วนเรื่อโรคภัยไข้เจ็บก็เบาใจได้ ลดาวัลย์เป็นไม้เลื้อยอีกชนิดหนึ่งที่โรคภัยไข้เจ็บน้อย ไม่มีอะไรที่ต้องใส่ใจหรือดูแลเป็นพิเศษ ยกเว้นเรื่องการตัดแต่งกิ่งบ้างตามสมควร ถ้าปล่อยเอาไว้ไม่ดูแลหรือตัดแต่งบ้างเลย กิ่งเถาจะยาวเกะกะ รกทึบจนเกินงามได้

ที่ต้องระวังก็คือ แมลงพวกผึ้ง เจ้าถิ่นที่มักจะมาจับจองพื้นที่บนต้นกันคึกคัก ก็เป็นธรรมดาที่ของสวยๆ ของหอมๆ จะถูกรุมตอม กลิ่นหอมๆ ของดอกลดาวัลย์ที่เป็นตัวเรียกแมลงพวกนี้ให้แวะเวียนมาเชยชมอยู่เป็นประจำ ช่วงที่ออกดอก เวลาจะเข้าไปยืนดู ยืนดมใกล้ๆ ก็ระวังผึ้งแมลงไว้ด้วยแล้วกัน

 ปลูกอย่างไรให้สวย 

วิธีปลูกลดาวัลย์ให้สวย ก็คือปลูกขึ้นซุ้ม ทำเป็นซุ้มหลังคาหรือซุ้มระแนง 4 เสา เคล็ดลับอีกอย่างที่จะทำให้ซุ้มลดาวัลย์สวยเร็วขึ้นก็คือ ปลูกไว้ที่โคนเสาทุกต้น แล้วให้ต้นเลื้อยขึ้นไปนอนอยู่บนซุ้ม ก็จะได้ซุ้มลดาวัลย์สวยๆ เอาไว้ดูเร็วขึ้น อีกเรื่องสำคัญที่ต้องรู้เอาไว้สำหรับลดาวัลย์ก็คือ ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นไม้เลื้อย อย่าเข้าใจว่าปลูกลงดิน ลงกระถางไปแล้ว ทำซุ้มให้เลื้อยแล้ว ลดาวัลยจะเลื้อยขึ้นซุ้มไปง่ายๆ เพราะธรรมชาติของต้นลดาวัลย์ เลื้อยขึ้นซุ้มเองไม่ได้  เราต้องประคองพาขึ้นซุ้มก่อน โดยต้องทำหลักปักไว้ใกล้ๆ ซุ้มที่จะเลื้อยขึ้น แล้วผูกต้นไว้กับหลักเพื่อพยุงยอดให้ตั้งขึ้น ยอดถึงจะเริ่มเลื้อยขึ้นซุ้มไปได้เอง

ส่วนการขยายพันธ์นิยมการตอนกิ่ง เลือกกิ่งสมบูรณ์ ไม่เป็นโรค ไม่มีแผล กลางอ่อนกลางแก่   ฤกษ์งามยามดีที่จะขยายพันธ์ จะเป็นช่วงหน้าฝนดีที่สุดเพราะอากาศกำลังดี ความขื้นสูง โอกาสที่ต้นจะแตกกิ่งใหม่สูงกว่าช่วงเวลาอื่นๆ 

credit pictures : garden337.files.wordpress.com