Rolls Royce ของไม้เอ็นจิเนียร์
Furniture
ทำบ้านให้เป็นสปา
เกาะกูดไอส์แลนด์รีสอร์ท
ลงโฆษณา

มะลุลี ไม้หอมดอกขาว เลี้ยงขึ้นซุ้ม แต่งเป็นพุ่ม

ข้อมูลจำเพาะ

การนำไปใช้ Usage: 
กลิ่นหอม/fragrant
ไม้พุ่ม

ในบรรดาไม้ดอกหอมสีขาวๆ  แล้ว ดอกมะลุลี กับดอกมะลิวัลย์ เป็นดอกไม้ 2 ชนิดที่สับสนกันมากว่า ดอกไหนกันแน่ มะลิวัลย์หรือมะลุลี

วันนี้ก็เลยไปหาข้อมูลมาฝากกันว่า ต้น ดอกมะลุลีหน้าตายังไง  ส่วนใครที่อยากรู้จักหน้าค่าตาต้น ดอกมะลุลีกันต่อว่าหน้าตายังไง ตามไปอ่านได้ที่นี่ มะลิวัลย์ ไม้หอมดอกขาว เลื้อยขึ้นซุ้มสวยๆ

มะลุลี หรือบางคนเรียก มะลิพวง  ฝรั่งเขาจะเรียก Star Jasmine, Angel-hair jasmine ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Jasminum multiflorum (Burm.f.)Andr. ชื่อวงศ์ OLEACEAE (อ้างอิง : พรรณไม้ในงานภูมิสถาปัตยกรรม1, ) เป็นพรรณไม้ที่มีอยู่ในละแวกบ้านเรา ไทย มาเลเซีย พม่า ลาว เขมร ก็มีปลูกเหมือนกัน  ไม้ดอกหอมสีขาว ออกดอกตลอดปี

ลักษณะทั่วไป 

บางตำราก็ว่าเป็นไม้เลื้อย ไม้พุ่มรอเลื้อย  เข้าใจว่าคล้ายๆ กับต้นเฟื่องฟ้า ที่ปลูกเป็นพุ่มตัดแต่งทรง หรือจะปลูกกับซุ้มให้เลื้อยก็ได้  โดยมากแล้วจะปลูกริมรั้วกัน หรือปลูกขึ้นซุ้มให้ต้นเลื้อยขึ้นไปบนซุ้ม ส่วนจะปลูกลงดินหรือจะเลี้ยงในกระถางใหญ่ๆ ก็ได้ทั้งสองแบบ  

ลำต้นสีน้ำตาล ผิวหยาบ จะขึ้นเป็นกอ แตกกิ่งก้านเป็นทรงพุ่มค่อนข้างแน่น ถ้าปล่อยกิ่งก้านไม่ตัดแต่งทรงพุ่ม ก็จะเลื้อยได้ไกล 2-5 เมตร  ต้นหนึ่งปลูกแล้วอยู่ได้หลายปีกว่าต้นจะโทรม (ถ้าต้นเริ่มโทรมก็อาจจะทำการขยายพันธ์ ตอนกิ่งเตรียมไว้ พอตัดต้นเดิมที่โทรมแล้วออกก็เอากิ่งใหม่ปลูกแทน)

ใบและดอก

ใบสีเขียว ปลายใบแหลมเรียว ออกเป็นคู่ๆ ไปตามกิ่ง ไม่มีช่วงทิ้งใบจนต้นโกร๋น เขียวปี๋ตลอดปี  ดอกสีขาว ออกเป็นกลุ่ม เป็นช่อๆละหลายสิบดอก (บางคนปลูกแล้วออกดอกดกบ้าง บางคนปลูกแล้วดอกไม่เยอะ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของต้นด้วย) ดอกจะคล้ายๆ ดอกมะลิ ต่างกันตรงกลีบจะยาวเรียวกว่า  1 ดอกมีกลีบ7-8กลีบ  ส่วนดอกมะลิวัลย์ กลีบจะเพรียว เรียว แหลมกว่า (คราวหน้าจะได้เห็นว่า ดอกมะลิวัลย์เป็นยังไง)

มะลุลีจะทยอยออกดอกทั้งปี ช่วงหน้าฝนจะออกเยอะเป็นพิเศษ  เวลาบานก็จะทยอยบานไปเรื่อยๆ ทีละดอกจนครบทั้งช่อ บานอยู่ได้วันเดียวก็จะโรย จากนั้นดอกอื่นๆ ในช่อก็จะบานต่อเนื่องไป เราก็จะได้เห็นดอกมะลุลีได้หลายๆ วันกว่าที่จะบานหมดทั้งช่อ   กลิ่นหอมอ่อนๆ ตลอดทั้งวัน จะมีช่วงเย็นไปจนถึงเช้ามืดที่จะหอมแรงหน่อย พอสายๆ กลิ่นก็จะจางลง 

credit : http://toptropicals.com/pics/garden/m1/Podarki10/Jasminum_multiflorum3MKh.jpg

การนำไปใช้

  • ปลูกตามแนวรั้ว กำแพง ด้วยความที่ทรงพุ่มค่อนข้างแน่น สามารถเอามาปลูกเรียงกันหลายๆ ต้น เว้นระยะห่างกันประมาณ 0.50-1 เมตร ก็จะได้แนวรั้วต้นมลุลีแน่นๆ ได้ (อย่าลืมหมั่นตัดแต่งให้ได้รูปทรงอยู่เสมอด้วย)
  • ปลูกขึ้นซุ้มเล็กๆ ยาวประมาณ 2-5เมตร  (ตัวซุ้มต้องทำโครงสร้างแข็งแรงหน่อย เพราะเถาของมะลุลีใหญ่ พุ่มแน่น น้ำหนักจะมากหน่อย)
  • ปลูกใส่กระถาง ตัดแต่งทรงพุ่ม ตั้งไว้ตามมุมสวน ประดับภายนอกอาคาร

credit : http://naracoortegardencentre.webs.com/bestofthebest.htm

credit : http://greenscenelandscape.com/images/Plants/Trachelospermum_jasminoides_hedge.jpg

 

การดูแลรักษา 

นิสัยของมะลุลีก็จะคล้ายๆ กับไม้เลื้อยทั่วไป ชอบอยู่กับแดด  ถ้าเอาไปปลูกในตำแหน่งที่ไม่โดนแดดหรือแดดน้อย ดอกก็จะน้อยตามไปด้วยหรือไม่ออกดอกเลย  ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี  อย่ารดน้ำมากจนกลายเป็นดินโคนต้นแฉะหรือรดจนน้ำขังระบายไม่ทัน รากจะสำลักน้ำ ตายได้   เรื่องของแมลงรบกวนก็จะเป็นหนอนกินใบ

หมั่นตัดแต่งกิ่งก้าน ทรงพุ่มให้โปร่งอยู่เสมอ

มะลุลีเป็นต้นไม้ที่ต้องการการเอาใจใส่สักหน่อย  กิ่งไหนแห้ง กิ่งไหนไม่สมบูรณ์ ดูแคระแกร็น ก็ให้ตัดแต่งออก โดยเฉพาะกิ่งที่อยู่ด้านในๆ ของพุ่ม ที่ไม่ค่อยจะโดนแดด จะช่วยกระตุ้นให้มะลุลีออกดอกให้เราชมได้บ่อยๆ เพราะฉะนั้นคนที่คิดจะปลูกมะลุลีก็ต้องถามตัวเองว่า พอมีเวลามาดูแลมากน้อยแค่ไหน ถ้าปลูกแล้วไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่ มะลุลีก็อาจจะออกดอกน้อยหน่อยหรืออาจจะมีแต่ใบไม่เห็นดอกเลย

  • ถ้าจะปลูกลงดิน ต้องมีพื้นที่สักหน่อย เพราะทรงพุ่มแผ่ใหญ่จะกินพื้นที่มากกว่าปลูกในกระถาง
  • ปลูกลงดินก็จะได้ต้นที่สมบูรณ์กว่า ดอกดกกว่า ปลูกในกระถาง เพราะได้อาหารมากกว่าปลูกในกระถาง
  • พื้นที่ปลูกต้องมีแดดส่องถึง ไม่โดนแดดหรือโดนแดดน้อย ดอกจะออกกระปริบกระปรอย หรือแทบจะไม่เห็นดอกเลย
  • ถ้าอยากเห็นดอกเรื่อยๆ ก็ต้องหมั่นตัดแต่งกิ่งก้าน 

credit : http://www.flickr.com/photos/khacte_vu/6513218909/