Rolls Royce ของไม้เอ็นจิเนียร์
ฟัง พุทธธรรม ชุด
Furniture
ลงโฆษณา
พระไตรปิฎกเสียง คลิก

ซ่อนกลิ่น ไม้หอมสำหรับที่แคบ - Tuberose

ข้อมูลจำเพาะ

การนำไปใช้ Usage: 
กลิ่นหอม/fragrant
ปลูกในกระถาง/container
Trunk characteristics: 
ไม้มีหัวหรือเหง้าใต้ดิน/undergroud bulb
Habits: 
ชอบแดด/full sun
Height: 
0.30-0.50 เมตร/meters

ช่อนกลิ่นหรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Tuberose  เป็นไม้หอมที่รู้จักมาตั้งแต่เด็กว่าเป็นดอกไม้ต้องห้ามไม่ให้มาปลูกในบริเวณบ้าน   พอลองหาข้อมูล ถึงได้รู้ว่า จริงๆ แล้ว ซ่อนกลิ่นเป็นต้นไม้ที่เหมาะกับคนที่ชอบไม้หอม คนที่บ้านที่มีพื้นที่ไม่มาก หรือคนที่อยู่คอนโดฯ แล้วพอจะมีระเบียงหรือมีดาดฟ้าเล็กๆ เพราะใช้พื้นที่ปลูกน้อยมาก แต่เพราะชื่อ และการใช้ประโยชน์ที่ไปเกี่ยวโยงกับความเชื่อของคนก็เลยทำให้ไม้หอมต้นนี้ถูกห้าม ไม่ให้ปลูกในบ้าน 

ถ้าพูดในมุมของการจัดสวนแล้ว ซ่อนกลิ่นเป็นต้นไม้ที่น่าสนใจทีเดียว  เพราะว่า

หนึ่ง  เป็นไม้หัวที่ขนาดเล็กๆ ใช้พื้นที่ปลูกไม่เยอะ กอหนึ่งโตเต็มที่กินพื้นที่ประมาณ 20-30cm.เท่านั้น เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่ไม่มากจะปลูกใส่กระถาง กระบะเล็กๆ หรือทำแปลงปลูกเล็กๆ ก็ได้

สอง เป็นต้นไม้ที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนๆ แบบบ้านเรา เพราะซ่อนกลิ่นจะชอบอยู่แดดจัด ถึงจะให้ดอก (ไม้ดอกในบ้านเราส่วนใหญ่จะชอบแดด (บ้าแดด) เกือบทุกต้น อย่างกุหลาบ ยิ่งได้แดดก็ยิ่งออกดอกดก)  สามารถปลูกริมระเบียง ดาดฟ้า หรือริมหน้าต่าง 

ทำไมเรียกซ่อนกลิ่น ซ่อนชู้

ดอกซ่อนกลิ่นเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมมาก หอมขนาดที่ว่าสามารถกลบกลิ่นเน่าเหม็นของศพหรือซากศพได้ คนไทยสมัยโบราณจึงนำมาใช้ในงานศพเพื่อ 'ซ่อน' กลิ่นของศพ (สมัยก่อนยังไม่มีฟอร์มาลีนรักษาสภาพศพ ศพก็เน่าเปื่อยส่งกลิ่นไปตามสภาพ) บางคนก็เรียกว่าดอกซ่อนชู้ ก็เพราะกลิ่นหอมที่รัญจวนใจ ใครได้กลิ่นแล้วอาจจะเผลอตัวเผลอใจได้ง่ายๆ  ถึงแม้เดี๋ยวนี้จะไม่มีการใช้ดอกซ่อนกลิ่นในงานศพแล้ว  แต่ความเชื่อก็ยังฝังใจอยู่  แต่พอถูกเอาไปใช้ในงานอวมงคลแล้ว ก็ไม่ค่อยมีใครใช้หรือปลูกไว้ในบ้านกันเพราะเชื่อว่าเป็นลางไม่ดี   จริงๆ น่าจะลองเปลี่ยนชื่อเพราะๆ หรือชื่อที่เป็นมงคลเสียหน่อย ไม่แน่ว่าอาจจะได้รับความนิยม เหมือนลั่นทม ที่เปลี่ยนเป็นลีลาวดีแล้วก็ดังเป็นพลุแตก ราคาต้นหนึ่งหลักหมื่น หลักแสน ลีลาวดีก็เคยทำสถิติมาแล้ว

ลักษณะทั่วไป :  ซ่อนกลิ่นเป็นพืชมีหัวในดิน (หัวจะคล้ายหัวหอม เป็นหัวขาวใสๆ) ไม่ได้เป็นไม้ไทยแท้ๆ บ้านเกิดเมืองนอนอยู่อเมริกาใต้แล้วถูกนำเข้ามา (แต่จะนำเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่อันนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกัน) จัดอยู่ในกลุ่มพืชล้มลุกแต่ปลูกแล้วอยู่ได้นานมากว่า 2-3 ปี ต้นถึงจะเริ่มโทรมแล้วก็จะตายไป เป็นไม้ที่ไม่มีลำต้น มีเพียงพุ่มใบ ปลูกลงดินได้ประมาณ 3 เดือนก็จะเริ่มออกดอกให้เห็นแล้ว  โตเต็มที่กอจะขยายใหญ่ประมาณ 20-30cm. แต่ช่อดอกสูงได้ถึง 2-3ฟุต เหมาะกับพื้นที่ที่จำกัดอย่าง ริมระเบียงห้อง ระเบียงคอนโดเล็กๆ หรือดาดฟ้าตึกแถว

ซ่อนกลิ่นที่เราเห็นทั่วไป จะมีอยู่ 2 แบบ คือซ่อนกลิ่นดอกลา กับซ่อนกลิ่นดอกซ้อน 

ซ่อนกลิ่นดอกลา กลีบดอกของเขาจะมีแค่ชั้นเดียว กลิ่นหอมแรง นิยมนำไปสกัดเอาน้ำมันระเหยไปทำหัวน้ำหอม จะเป็นสายพันธุ์ที่แพร่หลายมากที่สุด พบเห็นได้ทั่วไป ส่วนซ่อนกลิ่นดอกซ้อนก็ตามชื่อเลย กลีบดอกซ้อนกันสองชั้น กลิ่นจะหอมอ่อนกว่าซ่อนกลิ่นดอกลา ให้ดอกสวยกว่า สายพันธ์นี้จะนิยมไปประดับตกแต่งสถานที่ หรือในงานพิธีต่างๆ

ใบและดอก  :  ใบจะงอกขึ้นมาจากหัวที่อยู่ในดินเป็นกอ  ใบเป็นสีเขียวอ่อน เรียวยาว โผล่ขึ้นมาจากดินประมาณ 1ฟุต ก้านช่อแข็งแรง ตั้งตรง สูงประมาณ 2-3ฟุต  ส่วนดอกเป็นดอกสีขาวปลายดอกอาจจะแต้มสีชมพูอ่อนๆ  ดอกแต่ละดอก ยาวประมาณ1นิ้ว ออกรอบๆ ช่อ  40-90ดอก/ช่อ ออกดอกตลอดปี ยิ่งช่วงอากาศเย็นแทงช่อบ่อยกว่าช่วงอื่นๆ  เวลาบานก็จะไล่บานจากโคนไปหาปลายช่อ กินเวลากว่าจะบานหมดทั้งช่อก็จะอยู่ให้ชื่นชม 5-7 วัน  ทรงสวย สามารถตัดช่อเอาไปปักใส่แจกันทรงสูงไปตั้งโต๊ะได้

credit : http://himalayangardens.com/detail/191/Polianthes-tuberosa-double-%91The...

การขยายพันธุ์ :  ซ่อนกลิ่นขยายพันธ์ด้วยหัว  สามารถทำได้ 3 วิธีคือแยกหน่อ 1. ใช้มีดตัดแยกหน่อที่ขึ้นมาจากกอเดิม แต่ควรจะทำกับกอที่ยังไม่เคยออกดอกมาก่อน หน่อถึงสมบูรณ์   2. ขุดหัวขึ้นมาเอาไปเพาะเลี้ยง วิธีนี้ง่าย สะดวก และโอกาสสำเร็จสูง ก่อนจะเก็บหัวขึ้นมา เขาจะทำให้ ซ่อนกลิ่นโทรมก่อนด้วยการค่อยๆ ลดน้ำลงเรื่อยๆ จนใบหลือง แล้วค่อยขุดหัวขึ้นมา 3. การตัดแบ่งหัวที่มีตาติดมาด้วย (ตา จะปุ่มเล็กๆ ยื่นออกมาจากหัว เป็นส่วนที่ใบสามารถงอกขึ้นมาได้) แล้วเอาไปเพาะเลี้ยง วิธีนี้ใช้เวลานาน และก็ต้องเป็นคนที่ชำนาญ ดูตาเป็นถึงจะทำได้ 

                                           

หน่อของหัวซ่อนกลิ่น  credit :     http://www.celkau.in/Crops/Ornamental%20Crops/tuberose.aspx

ปลูกยังไงไม่ให้หัวเน่า

เนื่องจากซ่อนกลิ่นเป็นต้นไม้มีหัว เจริญเติบโตอยู่ในดิน ถ้ารดน้ำแล้วน้ำไม่ระบาย ท่วมขัง หัวในดินก็จะขาดอากาศหายใจ แล้วก็เน่าตายได้ง่ายๆ เพราะดินชื้นเกินไป หัวขาดอากาศหายใจก็เลยเน่า อีกส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปลูก ถ้าเป็นต้นไม้ทั่วไป เราก็จะต้องขุดหลุมแล้วเอาต้นไม้ลงหลุมแล้วกลบดินจนมองไม่เห็นราก แต่สำหรับไม้มีหัว เวลาขุดหลุม ไม่ต้องลึกขุด ความลึกแค่พอวางหัวลงไปแล้วยังเห็นหัวโผล่เหนือดินได้ประมาณ 1/3 (เพื่อให้หัวมีอากาศหายใจ) แล้วหาฟางหรือเศษหญ้าแห้งมาปลูกดิน ดินจะได้เก็บความชื้น 1หลุม/1หัว  เว้นระยะห่างแต่ละหลุมประมาณ 1ฟุต เวลาต้นเริ่มตั้งกอจะได้ไม่เบียดกันหรือแน่นจนหมดสวย

การดูแล :  ซ่อนกลิ่นชอบอยู่ในที่แดดจัดๆ  น้ำ ความชื้นปานกลาง  ไม่ชอบดินที่น้ำท่วมขัง หรือระบายน้ำได้ช้า ถ้าฝนไม่ตกก็รดทุกๆ 2-3วัน หรือดูว่าดินแห้งมากน้อยแค่ไหนก็อาจจะปรับให้น้ำถี่ขึ้นได้ ช่วงหน้าฝน ซ่อนกลิ่นจะโตเร็ว แตกกอสูงใหญ่กว่าช่วงอื่นๆ ใบอาจจะเยอะขึ้น ออกดอกน้อยลง ช่วงนี้แหละที่โรคต่างๆ ที่มากับฝนจะเริ่มทำลายกอได้ เพราะฉะนั้นช่วงหน้าฝนก็อาจจะต้องลงมาดูแลตัดแต่งใบบางส่วนออก ให้กอโปร่งโล่งกันหน่อย จะได้เป็นการลดโอกาสเป็นโรคได้ เรื่องที่จะต้องระวังก็มีเรื่องเดียวคือ เรื่องน้ำท่วม น้ำขังโคนต้น

 จึงควรพยายามหาดินร่วน ระบายน้ำดี (จากประสบการณ์ของตัวเอง เวลาจะปลูกต้นไม้ที่ไม่ค่อยชอบน้ำขังเท่าไหร่ ถ้าหาดินที่มันร่วนซุยไม่ได้จริงๆ หรือที่บ้านมีแต่ดินที่ออกจะแข็งๆ เหนียว ก็ผสมเศษวัสดุอื่นๆ ลงไปในดินแทน เช่น ฟาง หรือถ่านไม้สีดำๆ ทุบให้เป็นเศษเล็ก หรือก้อนกรวดเล็กๆ หรือทรายขี้เป็ด ผสมกับดินเล็กน้อย เพื่อให้ดินฟู ร่วนซุยขึ้น ไม่จับตัวเป็นก้อนแน่น) 

หลากหลายการใช้งาน และความเชื่อ

ในขณะที่คนไทยนำดอกซ่อนกลิ่นมาใช้ประโยชน์ในการซ่อนกลิ่นศพ  ฝรั่งเขายกย่องให้กลิ่นของซ่อนกลิ่นเป็นกลิ่นหอมที่เซ็กซี่เย้ายวนที่สุด มีการสกัดเอาน้ำมันระเหยของดอกซ่อนกลิ่นเอาไปผลิตเป็นน้ำหอม ให้กลิ่นหอมรัญจวนใจ น่าหลงใหล มีเสน่ห์เย้ายวนขึ้นมาได้ 

ส่วนในตำราอายุรเวทของอินเดีย เชื่อว่าการได้สูดกลิ่นจากน้ำมันหอมระเหยดอกซ่อนกลิ่นแล้วจะช่วยเสริมสร้างพลังงจิต ช่วยกระตุ้นสมองซีกขวาที่ควบคุมความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการและช่วยให้สงบ ผ่อนคลาย ถ้าใครเป็นแฟนพันธ์แท้หนังอินเดีย ในฉากงานแต่งงานที่ บ่าว-สาวเขาจะคล้องพวงมาลัยให้กัน พวงมาลัยที่ว่าจะร้อยด้วยดอกซ่อนกลิ่นนี่แหละ  ใช้ประดับตกแต่งสถานที่จัดงาน เชื่อกันว่ากลิ่นของดอกซ่อนกลิ่น ประมาณว่าทำให้คู่บ่าวสาวรักกันหวานชื่นอะไรประมาณนั้น  ว่ากันว่า ในช่วงเดือนที่คนอินเดียนิยมแต่งงานกันมากๆ ดอกซ่อนกลิ่นจะขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แล้วราคาก็จะแพงขึ้นตามความต้องการของตลาดด้วย (คงคล้ายๆ ดอกมะลิในบ้านเราที่จะแพงขึ้นในช่วงวันแม่ หรือดอกดาวเรืองที่แพงขึ้นในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง เพราะผู้สมัครฯ ต้องคล้องพวงมาลัยดอกดาวเรืองไว้ที่คอ เรื่องดอกดาวเรืองก็แปลกดี ไม่รู้ทำไมต้องเป็นพวงมาลัยดอกดาวเรืองด้วยนะ)

credit : http://www.flickr.com/photos/ellievanhoutte/4034661096/  

ในอินเดีย ถ้าบ้านไหนที่มีสาวรุ่นที่ยังไม่ได้แต่งงาน เขาจะไม่ปลูกซ่อนกลิ่นไว้เด็ดขาด  หรือตามสวนหรือไร่ที่ปลูกดอกซ่อนกลิ่นก็จะไม่จ้างเด็กสาวหรือสาว มาทำงานในสวนในไร่ เพราะเกรงว่าจะเกิดความอลม่านกลางไร่เอาได้ เพราะคนงานในไร่มีทั้งชายทั้งหญิง

( ที่มา : wordpress  )

วันนี้เขียนเพลินไปหน่อย เนื้อหาเลยยืดยาว แต่เรื่องราวที่ได้รู้ก็เป็นเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่เกี่ยวกับต้นไม้  แล้วก็ไม่รู้ว่าเป็นกันหรือเปล่า ที่พอได้ฟังเกร็ดเล็ก เกร็ดน้อยพวกนี้แล้ว ทำให้เวลาเราที่ปลูก ดูแลหรือนั่งดูต้นไม้ต้นนั้นแล้วรู้สึกพิเศษกับมันมากกว่าเดิม เพราะเราจะรู้สึกว่ามันไม่ได้เป็นแค่ต้นไม้ธรรมดาๆ แต่เป็นต้นไม้ที่มีเบื้องหลังที่น่า