Rolls Royce ของไม้เอ็นจิเนียร์
ฟัง พุทธธรรม ชุด
Furniture
ลงโฆษณา
พระไตรปิฎกเสียง คลิก

ชงโค ให้ร่มเงา หอมตลอดปี

ข้อมูลจำเพาะ

การนำไปใช้ Usage: 
ให้ร่มเงา/shades
กลิ่นหอม/fragrant
Trunk characteristics: 
ไม้ต้น/trees
Habits: 
ชอบแดด/full sun
Height: 
> 4 เมตร/meters

ถ้าให้หาต้นไม้ดอกสีหวานอย่างสีชมพูหรือสีม่วงอ่อน แล้วก็ยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ด้วยแล้วล่ะก็ คนที่นิยมไม้ไทยๆ จะต้องมีชื่อชงโคอยู่ในใจต้นหนึ่ง ฝรั่งจะเรียกกันในชื่อ purple orchid tree, Hong kong orchid tree, purple Bauhinia เป็นต้นไม้ที่มีขึ้นในแถบฮาวาย หรือแม้แต่ที่ฮ่องกงก็มีเหมือนกัน ในบ้านเรา ทางภาคเหนือจะเรียกว่า เสี้ยวดอกแดง เสี้ยวหวาน เป็นไม้พุ่มไม่สวย แต่เวลาออกดอกสีชมพู ม่วงสวยสะพรั่งบนปลายกิ่ง ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ให้ได้กลิ่นอยู่เรื่อยๆ ตลอดปี ให้ร่มเงาได้ แต่ไม่ควรปลูกใกล้บ้านมากนัก รากจะสร้างปัญหาได้ในระยะยาว

ลักษณะทั่วไป

ไม้ยืนต้น สูงได้ถึง 10-15เมตร  ทรงพุ่มแผ่กว้างแต่เอาแน่เอานอนกับกิ่งก้านไม่ค่อยได้  ผลัดใบเป็นช่วงสั้นๆ  กิ่งอ่อนมีขนอ่อนขึ้นปกคลุม  ใบดกทึบ เหมาะที่จะปลูกให้ร่มเงาบ้าน เดี๋ยวนี้จะมีชงโคลูกผสมออกมาให้หามาปลูกกันอีก หลายๆ ชื่อ เช่น ชงโคฮอลแลนด์ ดอกชมพูเข้มหรือสีม่วงอ่อนๆ ที่กลางกลีบจะแผ่กว้างกว่าชงโคในบ้านเรา ที่โคนกลีบใบแต้มสีขาวค่อนข้างชัด  ชงโคออเตรเลียดอกเป็นจุดลายหรือเป็นด่างสีชมพูเข้ม อีกด้านเป็นสีชมพูจุดหรือด่างสีชมพูจะอ่อนกว่า  ชงโคแดง ดอกเป็นสีแดง  แต่ก็ยังไม่ได้หาข้อมูลในส่วนนี้ว่า ต้นที่เอ่ยชื่อนี้เป็นสายพันธ์ที่นำเข้ามารึป่าว หรือเป็นเพราะคนไปตั้งชื่อเรียกกันเอง

credit picture : http://davesgarden.com/guides/pf/showimage/150620/#b

ใบ ดอก

ใบ รูปใบมนๆ เกือบจะกลม ที่ปลายใบเหมือนจะแยกเป็นสองใบ  มองเผินๆ เหมือนใบสองใบติดกันหรือเป็นใบแฝด ใบเรียบ สีเขียว ช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ชงโคจะเริ่มผลัดใบจนเหลือติดต้นน้อยมาก  แล้วจะเริ่มผลิใบอ่อนอีกที่ก็หน้าร้อนเมษายน-พฤษภาคม หลังจากนั้นก็จะเริ่มทยอยออกดอกมาเรื่อยๆ 

ดอก ออกเป็นช่อแต่ดอกไม่ดกเป็นกลุ่มก้อน ช่อหนึ่งจะมีดอกประมาณ 6-10ดอก อยู่ตามซอกใบ ปลายกิ่ง ช่อยาวกว่าดอกกาหลง  แต่ละดอกมีกลีบ 5 กลีบ กลีบเรียวยาว สีดอกสีชมพูหรือสีบานเย็น บางดอกสีเข้มเป็นสีม่วงเข้ม กลีบดอกรูปทรงออกรี ที่กลางดอกจะมีเกสรยื่นออกมา ถ้าเป็นดอกเพศผู้จะมีเกรส 5 เส้น ส่วนดอกเพศเมียจะมีเส้นเกสรเส้นเดียว  ดอกจะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ดอกจะทยอยออกหลังใบอ่อนเริ่มผลิใหม่ช่วงหลังเดือนเมษายน แต่จะออกดอกดก สะพรั่งเต็มต้นเป็นพิเศษในช่วงอากาศหนาวๆ

credit picture : http://recordingnature.wordpress.com/category/deciduous/

ดอกชงโค กับดอกกาหลงจะละม้ายคล้ายกัน ทั้งต้น ใบ ต่างกันตรงสีดอกเท่านั้น กาหลงจะกลีบดอกสีขาว ส่วนชงโคกลีบดอกสีชมพูหรือสีม่วง

ดอกแก่กลายเป็นฝักแบน กว้างประมาณ 2ซม ยาวเกือบ 1 ไม้บรรทัดด เมื่อฝักแก่จะแตกเป็นสองซีก ข้างในมีเมล็ดทรงกลม ประมาณ 10เมล็ด

การดูแลรักษา

ชงโคเป็นต้นไม้ที่ชอบแดด ควรจะปลูกในที่ที่ได้รับแสงแดดเต็มวัน   ดินที่ปลูกควรเป็นดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย หรือดินที่ระบายน้ำดี  ชอบดินติดจะแห้งๆ นิดหน่อย ถ้าดินชื้นแฉะเกินไปจะบ้าใบ ถ้าจะให้ขยันออกดอกกันบ่อยๆ ก็ต้องปล่อยให้ดินแห้งๆ หน่อย   การขยายพันธ์ โดยมากจะใช้การตอนกิ่ง ปักชำ แล้วก็เพาะเมล็ด

ให้ร่มเงา ดอกสีหวาน ส่งกลิ่นหอม ออกดอกตลอดปี

ส่วนใหญ่แล้วนักจัดสวนจะใช้ชงโคสร้างร่มเงาให้สวน เพราะเป็นไม้ยืนต้นขนาดไม่ใหญ่โตมาก กินพื้นที่ปลูกไม่มาก ทรงพุ่มก็แผ่กว้าง (ถึงจะแผ่สะเปะสะปะไปหน่อยก็ตาม) ดอกสีสวย ให้ดอกเรื่อยๆ ตลอดปี ดอกยังให้กลิ่นหอมอ่อนๆ ให้ได้ชื่นใจ  ปลูกเลี้ยงง่าย ทนโรคทนแมลง ไม่เลือกสภาพอากาศ อยู่เมืองร้อนได้

พุ่มแผ่ไม่เป็นพุ่มเป็นทรง ใบร่วง

ข้อเสียของชงโคก็คือ ชงโคที่งามดี กิ่งก้านมักจะแผ่ไปแบบไม่มีทิศทาง นึกจะแผ่ไปทางไหนก็แผ่ออกไปตามแต่กิ่งก้านจะไปถึง อาจจะทำให้ดูไปเป็นพุ่มเป็นทรง แต่ก็สวยแปลกตาดีไปอีกแบบ  ส่วนราก ถ้าปลูกใกล้บ้านห่างแค่ 1-2เมตรยังไม่ปลอดภัยมากพอ ถ้าจะให้ปลอดภัยอุ่นใจว่าต่อไปรากของชงโคจะไปสร้างปัญหากับตัวบ้านในระยะยาว ก็ควรจะปลูกห่างจากตัวบ้านอย่างน้อยๆ ก็ 4-5เมตรขึ้นไป

อีกเรื่องที่ทำเอาหลายคนแอบเซ็งเล็กๆ ก็คือ ชงโคจะมีช่วงผลัดใบ ทิ้งใบจนเกือบหมดต้นอยู่ช่วงหนึ่ง (พฤศจิกายนจนถึงปลายมีนาคม) ต้องปัดกวาดเก็บใบกันทุกวัน ถ้าจะปลูกแล้วไม่อยากต้องมาเหนื่อยยากปีนหลังคากวาดใบกันล่ะก็ ก็ปลูกให้ห่างจากตัวบ้านหรืออาคารสักหน่อย จะได้ไม่ต้องปีนป่ายกันขึ้นไปกวาดใบที่พร้อมใจกันร่วง