Rolls Royce ของไม้เอ็นจิเนียร์
ฟัง พุทธธรรม ชุด
Furniture
ลงโฆษณา
พระไตรปิฎกเสียง คลิก

นวัตกรรมเพื่อบ้านเพื่อสังคม ตอนที่ 2 อิฐบล๊อกไทยนาโน เปลี่ยนแนวคิดการสร้างบ้านแบบเดิมๆ

28 Feb 2013 - akanek_ja_ja

ตอนนี้เป็นตอนต่อจากคราวที่แล้วที่เราได้เห็นภาพรวมของการสร้างบ้านว่าค่าใช้จ่ายในการสร้างบ้านหนึ่งหลังมีอะไรบ้าง  (ถ้าใครยังไม่ได้อ่านตอนแรก เข้าไปอ่านกันได้ที่  นวัตกรรมเพื่อบ้าน เพื่อสังคม ตอนที่ 1 กว่าจะได้บ้านสักหลัง)   ซึ่งอาจารย์ชาติชายบอกแล้วว่าการที่จะให้ต้นทุนการก่อสร้างถูกลง จะต้องเปลี่ยนวิธีการก่อสร้างทั้งระบบ วันนี้เราจะมาหาคำตอบกันว่า ที่อาจารย์ชาติชายบอกว่าจะสร้างบ้านราคาไม่กี่แสนบาท แล้วยังได้บ้านที่แข็งแรงและสวยงาม ทำได้อย่างไร ค่าแรงเป็นต้นทุนสำคัญที่ทำให้ราคาบ้านสูง  จะให้บ้านถูกลงในยุคค่าแรงแพง จะลดจำนวนคนงานก็ไม่ได้ จะลดคุณภาพคนงานก็ไม่ดี  แล้วจะทำอย่างไร ให้เราใช้แรงงานน้อยที่สุด?  นอกจากแรงงานแล้ว วัสดุล่ะ จะทำอย่างไร?  

     อิฐบล๊อกนาโนครอบคลุมมากกว่าวัสดุ     
 
อยากได้บ้านราคาหลักแสน ที่แข็งแรง ประหยัดพลังงาน อาจารย์ชาติชายบอกว่าอิฐบล๊อกนาโนตอบโจทย์นี้ได้  ถึงอาจารย์ชาติชายจะนำตัวอิฐบล๊อกนาโนเป็นตัวชูโรงในการทำการตลาดและโปรโมท  จริงๆ แล้วตัวอิฐบล๊อกนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนวัตกรรมที่อาจารย์ชาติชายคิดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ให้บ้านเป็นสิ่งที่ทุกคนเป็นเจ้าของได้
 
เรามาดูที่ตัวอิฐบล๊อกเองก่อนว่าเป็นอย่างไร ต่างจากวัสดุอื่นๆ อย่างอิฐมวลเบาที่เรารู้จักกันอย่างไร 
 
- ตัวบล๊อคนาโน ใช้คอนกรีตผสมแบบเปียก (wet process) เนื้อคอนกรีตจึงดูดซึมน้ำน้อย วันที่ฝนตกอากาศเย็นชื้นช่างก็ยังก่อสร้างทำงานได้ แข็งแรง ทนทาน ก้อนหนึ่งรับน้ำหนักได้ถึง 15ตัน  น้ำหนักเบาเพราะมีช่องว่างกลางก้อนให้มีอากาศไหลเวียนหรือใส่วัสดุที่เป็นฉนวนลงไป  หรือเสริมเหล็กเส้น เทคอนกรีตลงไปเพื่อให้ตัวบล็อครับแรงได้มากขึ้น สามารถฉาบได้เหมือนผนังฉาบทั่วไป หรือจะไม่ฉาบปล่อยเป็นผนังเปลือยแล้วทาสีทับเลยก็ทำได้ เป็นฉนวนกันความร้อน กันเสียง  
 
 ช่องหน้าต่างนี้ดิ่งฉาก เป๊ะ 
 
-  การก่ออิฐบล๊อกนาโน ไม่ได้ใช้วิธีฉาบปูนในการก่ออิฐ เพื่อให้งานก่ออิฐบล็อคนาโนเป็นเรื่องง่าย ไม่ต้องเป็นช่างก็สามารถก่อได้  อาจารย์บอกว่าเจ้าของบ้านสามารถสร้างบ้านเองได้เพื่อช่วยประหยัดในเรื่องค่าแรง  จึงออกแบบการก่ออิฐโดยการใช้เทคนิคเดียวกับการเล่นต่อตัวต่อเลโก้ให้มีเดือยล็อคด้านบนและด้านล่าง (ดูวิธีการก่ออิฐบล็อคนาโนได้ที่นี่ ขั้นตอนการก่ออิฐบล็อคนาโน)     ด้วยการจุ่มอิฐลงกับปูนกาวแทนการใช้ปูนก่อแล้ววางประกบกับตัวเดือยอิฐอีกก้อนก็วางเรียงซ้อนกันได้แล้ว  (AKANEK ลืมถามไปว่าอิฐก้อนแรกยึดกับฐานอย่างไร) จึงตัดขั้นตอนการผสมปูนฉาบ ตัดปัญหาเรื่องการฉาบปูนไม่เรียบร้อยหรือฉาบปูนไม่เท่ากันซึ่งทำให้เกิดปัญหาดิ่งฉากได้ง่ายที่วงกบประตูและหน้าต่าง  และทำให้คนที่ไม่ใช่ช่างสามารถก่ออิฐเองได้  ตัวอิฐบลอคนาโนแต่ละก้อนหนา 20ซม. เมื่อก่อผนังแล้ว ผนังบ้านจะหนากว่าผนังที่ก่อด้วยอิฐมวลเบาซึ่งมีความหนาอยู่ที่ประมาณ 7.5ซม.  (ไม่แน่ใจว่าวงกบหน้าต่าง ประตูจะต้องทำให้หนาขึ้นด้วยหรือไม่)
 
-  อิฐบลอกนาโนมีให้เลือกใช้งานตามความต้องการ 19สูตร  ตั้งแต่อิฐบล็อคสูตรคอนกรีตผสมแกลบ ผสมโฟม สำหรับห้องเย็น ห้องเก็บเสียง หรืออาคารทั่วไป โรงจอดรถ ห้องเก็บของ จนไปถึงสูตรเสริมเหล็กสำหรับอาคารที่ต้องการความแข็งแรง ปลอดภัยสูงหรือป้องกันภัยพิบัติ  เหตุผลที่มีหลายสูตรนี้นอกจากเพื่อการใช้งานแล้ว ยังเพื่อช่วยลดต้นทุนในการผลิตเพราะอาจารย์ชาติชายต้องการให้ผู้แทนผลิตและจำหน่ายสามารถใช้วัสดุเหลือใช้ที่มีอยู่ในท้องถิ่นในการผลิตตัวอิฐบล๊อกนาโนได้
 
  -  อิฐบล๊อกนาโนยังช่วยเรื่อง logistics และ mobilization ที่จะช่วยลดต้นทุนในการขนส่งจากจุดผลิตไปยังจุดก่อสร้าง เรื่องนี้จะเชื่อมโยงกับการตลาดที่อาจารย์ชาติชายวางไว้  อิฐบล็อคนาโนสามารถกระจายสินค้าได้ทั่วประเทศด้วยการเปิดรับตัวแทนจำหน่ายแต่ละจังหวัด เนื่องจากการผลิตอิฐบล๊อกนาโนไม่จำเป็นต้องผลิตในโรงงาน ตัวแทนจำหน่ายจะต้องเข้ามาอบรมการผลิตอิฐบล็อคนาโน และการก่อสร้างบ้านด้วยตัวอิฐนาโน  เพื่อให้มั่นใจว่าการก่อสร้างบ้านจะเป็นไปตามมาตรฐานของบริษัท  การผลิตและการทำการตลาดลักษณะแบบ localization นี้ นอกจากจะช่วยให้ค่าขนส่งหายไปได้เยอะและยังเป็นการสร้างงานในชุมชนไปในตัวอีกด้วย 
 
    Wall bearing system     
 
การสร้างบ้านด้วยอิฐบล๊อกนาโนไม่ต้องมีเสาคานมารับน้ำหนัก เพราะอาศัยหลัก wall bearing system  โดยใช้ผนังอาคารเป็นตัวรับน้ำหนักแทนที่น้ำหนักจะลงไปที่เสาคาน และตัวอิฐเองถูกออกแบบมาให้รับน้ำหนักได้ถึง 15 ตัน (ขึ้นอยู่กับสูตรที่ใช้) น้ำหนักจะเฉลี่ยลงไปที่ผนังโดยรอบ แล้วลงไปที่ฐานรากที่ทำเป็นฐานแผ่ด้านล่าง  หากเกิดการทรุดตัวก็จะทรุดลงไปเท่าๆ กัน ซึ่งเป็นเทคนิคของการก่อสร้างสมัยแรกๆ ในแถบประเทศที่สร้างบ้านด้วยอิฐหรือดิน โบสถ์ใหญ่สมัยเก่าในประเทศยุโรปส่วนใหญ่ก็สร้างด้วยวิธีนี้ส่วนในประเทศไทยเองวัดพระแก้วหรือพระบรมมหาราชวังก็ใช้เทคนิคนี้  ปัญหาหนึ่งที่จะหมดไปเมื่อก่อสร้างด้วยวิธีนี้คือตัวผนังร้าวหรือตัวอาคารทรุดไม่เท่ากัน
 
วิธีก่อ จุ่มอิฐบล็อคนาโนกับปูนกาวแล้ววางเรียงสลับให้อิฐลงล็อคกันเอง
 
    Modular Building Method    
 
อิฐบล๊อกนาโนใช้ระบบ modular ในการก่อสร้าง การสร้างบ้านแบบ modular มีจุดเด่นหลายด้านตามที่พูดไว้ในตอนที่แล้ว และแม้ไม่มีความรู้หรือความชำนาญ ปัญหาที่เราเจอกันบ่อยๆ เรื่องดิ่งเรื่องฉากก็จะหายไปเยอะ เพราะวัสดุก่อสร้างสำเร็จรูปที่ผลิตสำเร็จมาจากโรงงานจะได้มาตรฐานที่แน่นอนกว่า ผลพลอยได้อีกอย่างที่จะได้รับคือเรื่องสิ่งแวดล้อม  คือมลพิษที่เกิดจากฝุ่นและสิ่งสกปรกที่ site ก่อสร้างจะหายไปเยอะ  ปัญหาขยะที่เกิดจากการก่อสร้างเช่น เศษหิน ปูน ทราย เศษไม้ในพื้นที่ก่อสร้างก็จะแทบจะหมดไป
 
     มีดีก็ต้องมีข้อจำกัดบ้าง    
 
ด้วยตัวของวัสดุเอง การใช้ผนังเป็นตัวรับน้ำหนัก และความต้องการของอาจารย์ชาติให้เจ้าของบ้านสามารถสร้างบ้านเองได้โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านเทคนิค  การสร้างอิฐบล็อคนาโนอาจจะไม่เหมาะกับการสร้างอาคารที่สูงเกินกว่า 2 ชั้น หรือบ้านที่มีพื้นที่ใหญ่มาก เพราะจะเริ่มมีการคำนวนเรื่องการรับน้ำหนักและจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ทำให้การสร้างบ้านหลังใหญ่มากไม่อยู่ในวงเงินหกหลักต้นๆ อย่างที่ตั้งใจไว้ 
 
นอกจากนั้นแล้วการต่อเติมจากตัวผนังเดิมอย่างที่เราเคยชินกันอาจจะไม่สามารถทำได้เพราะผนังอิฐบล็อคนาโนเป็นตัวรับน้ำหนักอาคาร ถ้ามีการเจาะ รื้อผนังบางส่วนออกจะกระทบกับการรับน้ำหนักตัวอาคารที่ทำไว้ตอนแรกได้  
ไม่นับความยากเล็กๆ น้อยๆ อย่างการเจาะรู เพราะเนื้อคอนกรีตแข็งแรงมาก  และถ้าจะใช้ก่อเป็นผนังภายในก็ต้องดูว่าเหมาะสมมั้ยเพราะอิฐหนาถึง 20ซม. ถ้าก่อแล้วอาจจะทำให้ผนังบ้านดูหนาเทอะทะ กินพื้นที่บ้านไปไม่น้อย
 
 
สร้างบ้านหลักแสนต้นๆ ด้วยอิฐบล๊อกนาโน
อิฐบล็อคนาโน แข็งแรง แต่ก็สามารถเจาะ ทำช่องเดินสายไฟได้
 
    แบบบ้านล่ะ  อิสระได้แค่ไหน    
 
อาจารย์ชาติชายเปรียบเทียบการออกแบบบ้านที่สร้างด้วยอิฐบล็อคนาโนว่า “ให้นึกถึงตัวต่อเลโก้  อยากจะต่ออย่างไรก็ต่อเลย”  สามารถออกแบบหน้าตาหรือก่อสร้างได้เหมือนบ้านทั่วไป  ส่วนคนที่มีสถาปนิกออกแบบหน้าตาบ้านให้เกิดอยากจะใช้อิฐบล็อคของอาจารย์หรือจะใช้เทคนิคก่อสร้างแบบนี้ได้หรือไม่นั้น อาจารย์ชาติชายบอกว่าไม่มีปัญหา ขอแค่เป็นบ้านที่สร้างไม่เกิน 2 ชั้นแบบไหนก็สามารถทำได้ 
 
สำหรับบ้านที่มีความพิเศษอื่นๆ เช่น ต้องผนังกระจก หรือต้องการประตูหน้าต่างบานใหญ่ๆ หรือบ้านที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นพิเศษ อาจจะต้องลองปรึกษาอาจารย์ชาติชายว่าจะต้องออกแบบอย่าไร ให้ตัวผนังสามารถรับน้ำหนักบ้านได้   ถ้าเจ้าของบ้านหรือสถาปนิกคนไหนสนใจการออกแบบบ้านด้วยอิฐบล๊อกนาโน ก็อาจจะลองโทรไปคุยกับอาจารย์ชาติชายเองได้
 
     ไม่หยุดพัฒนา ขยันหานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อบ้าน      
 
นอกจากตัวอิฐบล็อคนาโนและเทคนิคผนังรับแรงแล้ว อาจารย์ก็ยังมีนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้การสร้างบ้านเป็นเรื่องง่าย มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และราคาถูกลง ตั้งแต่วัสดุฉาบ เป็นปูนฉาบผนังชนิดพิเศษ กันแตกร้าว ความชื้น กันความร้อนได้ เนื้อละเอียด ผิวเรียบ ฉาบง่าย ไม่ต้องปั่นน้ำ ฉาบหนา 2-3 มม. โครงหลังคาเหล็กสำเร็จรูป ตัววงกบประตูหน้าต่าง upvc  ที่อาจารย์บอกว่าจะทำออกในราคาที่ถูกที่สุดเท่าที่เคยมีมา
 
วัสดุฉาบที่ อาจารย์ชาติชายบอกว่า ฉาบง่ายมากๆ 
 
รถตักอเนกประสงค์  สามารถใส่รถกระบะไปไหนมาได้ไหน เข้าพื้นที่เล็กได้ เปลี่ยนหัว ใช้งานได้หลากหลาย  ขุด ถม ตัก กระแทกคอนกรีต ผสมคอนกรีต ปรับระดับดิน ขุดดินปลูกต้นไม้ ยกของ อาจารย์ยังบอกว่ายังทำได้อีกหลายอย่าง  ราคาคันละ สามแสนนิดๆ 
 
อาจารย์มีรถเข็นอิฐบล็อค นาโน ที่ช่วย ยก ขน เคลื่อนย้ายอิฐบล็อคได้รวดเร็ว ดีไซน์ให้ใช้งานง่าย เบาแรงมากขึ้น พิเศษตรง รถเข็นของอาจารย์ออกแบบให้มี 3 ล้อ ช่วยถ่ายน้ำหนักไปที่ล้อที่ 3 ทำให้เข็นง่าย ช่วยรับน้ำหนัก ขนอิฐได้ครั้งละ 10-12ก้อน  
และอาจารย์ยังมีส้วมคนงานชั่วคราว ราคาไม่ถึง 4 พันบาท  ไม่ต้องเสียเวลา 3-4วัน สร้างห้อง ขุดดินฝังถัง ใช้ช่างคุมงาน 1 คน คนงานอีก 2 คน   อาจารย์บอกว่า ลงทุนสี่พันบาทแล้วไม่ต้องมาเสียเวลานั่งขุดหลุมฝังท่อ ถ้าใช้จนสร้างบ้านเสร็จแล้วหายก็คุ้มค่าแล้ว
 
รถขนอิฐบล็อก เพิ่มล้อจุดที่สาม ช่วยผ่อนแรงได้มาก
 
     จะช่วยประหยัดเงินได้เท่าไหร่     
 
อิฐบล๊อกไทยนาโนของอาจารย์ชาติชายที่มีราคาต่อก้อนที่ต่ำมากและเทคนิคการสร้างแบบ wall bearing system จะช่วยลดค่าใช้จ่ายไปเท่าไหร่  โดยทั่วไปแล้วงานฐานรากและงานโครงสร้างของบ้านจะอยู่ที่ 30% ของราคาบ้าน หากเราสามารถลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ 50% หรือครึ่งหนึ่งก็จะทำให้ราคาก่อสร้างโดยรวมลดลงได้ถึงประมาณ 10%   
 
และเมื่อเครื่องมือก่อสร้างและวัสดุสำเร็จรูปต่างๆ ตั้งแต่หลังคา วงกบ uPVC กระเบื้อง และอื่นๆ ที่อาจารย์ชาติชายกำลังทยอยผลิตออกมาเสร็จเมื่อไหร่  ต้นทุนในการสร้างบ้านหนึ่งก็จะค่อยๆ ทยอยต่ำลง  และถ้าเจ้าของบ้านต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายๆจริง ก็ยังสามารถประหยัดค่าแรงงงานได้ด้วยการสร้างเอง ค่าบ้านก็จะถูกลงไปอีก  ซึ่งมุ่งให้คนต่างจังหวัดสามารถสร้างบ้านได้ในราคาที่ถูกก่อนเป็นกลุ่มแรกก่อนที่จะขยายไปในกลุ่มอื่นๆ ในภายหลัง
 
ราคาบ้านที่คิดจากต้นทุนการสร้างบวกด้วยกำไร เมื่อต้นทุนการสร้างต่ำลง ก็จะช่วยให้ราคาบ้านต่ำลงมาได้ ทำให้คนชั้นกลางสามารถเป็นเจ้าของบ้านกันได้ง่ายขึ้น  สำหรับค่าใช้จ่ายด้านการออกแบบ ตั้งแต่งานสถาปนิก งานอินทีเรียร์ เจ้าของบ้านที่ยังต้องใช้บริการด้านแบบนี้ ก็ยังคงต้องมีค่าใช้จ่ายจากส่วนนี้อยู่
 
ตัวอย่างบ้านที่สร้างเสร็จภายใน 3 วัน ฝีมือหนุ่มๆ แผนกไอที 4 คนที่ไม่มีความรู้เรื่องก่อสร้าง ต้นทุนก่อสร้างอยู่ที่่หลักหมื่น
 
บ้านที่เกิดจากไอเดียของอาจารย์ชาติชาย สุภัควนิช จะทำให้คนที่มีทีดินเป็นของตัวเองได้เป็นเจ้าของบ้านสวยๆ เน้นความเรียบง่าย เจ้าของบ้านออกแบบเองได้หรือก่อสร้างเอง ด้วยงบเบาๆ ประมาณสามแสนไม่รวมตกแต่งภายในได้  ไม่ต้องเก็บเล็กผสมน้อยหลายสิบปีเพื่อสร้างบ้านหลังหนึ่งหรือต้องไปเป็นลูกหนี้ธนาคาร 20-30ปี  สมดังความตั้งใจของอาจารย์ชาติชาย
 
ต้องขอขอบคุณอาจารย์ชาติชาย สุภัควนิช อีกครั้งที่ให้ความรู้ใหม่ๆ กับเราอีกครั้ง แล้วก็เชื่อว่าอาจารย์จะต้องมีนวัตกรรมเพื่อบ้านอื่นๆ ออกมาให้เป็นทางเลือกให้กับเจ้าของบ้านได้เลือกกันในโอกาสข้างหน้าอีกแน่นอน สำหรับใครที่สนใจนวัตกรรมของอาจารย์ชาติชาย เข้าไปดูรายละเอียดได้ทั้งจากหน้า fanpage ของไทยนาโน www.facebook.com/thainanohouse  หรือจะเข้าไปที่เว็บไซต์  www.thainanohouse.com  
 

รู้จักกับวัสดุ

About the Author

กอง บก. AKANEK - มีกันอยู่ 2-3 คน ไม่ดุ ไม่กัด เขียนทุกวัน เขียนทุกเรื่อง

Comments

akanek_ja_ja's picture

มีข้อมูลจากหน้า Facebook ของ Thai Nano House เพิ่มเติมค่ะ 
-------
ขนาดความกว้างฐานรากมาตรฐาน สำหรับบ้าน 1 -2 ชั้น
โดยไม่ต้องตอกเสาเข็ม

สำหรับดินแข็ง
0.25,0.40,0.60 ม.

สำหรับดินอ่อน
0.60 ม. และ การทำฐานรากแผ่ทั้งอาคารแบบ Mat Foundation ทำให้ไม่ต้องต้องเสาเข็ม
-----
ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สอบถามอาจารย์ชาติชายได้ที่ fanpage โดยตรงเลยค่ะ

กอง บก. AKANEK - มีกันอยู่ 2-3 คน ไม่ดุ ไม่กัด เขียนทุกวัน เขียนทุกเรื่อง