Rolls Royce ของไม้เอ็นจิเนียร์
ฟัง พุทธธรรม ชุด
Furniture
ลงโฆษณา
พระไตรปิฎกเสียง คลิก

บ้าน “ยั่งยืน”

09 Aug 2011 - akanek_ja_ja

ถ้าเป็นเมื่อซัก 4-5 ปีที่แล้วถ้าพูดว่า  smart home  เราก็จะนึกภาพ บ้านที่เพรียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ดีดนิ้วปุ๊บ ไฟเปิดปั๊บ เดินเข้าห้องนั่งเล่น ม่านเลื่อนปิด เสียงเพลงคลอมา นึกภาพตามแล้วรู้สึกว่า มันช่างสะดวกสบายซะจริงหนอชีวิตนี้

อย่างการออกแบบสร้างบ้านจากที่เคยต้องดีไซน์ล้ำสุดๆ ต้องทันสมัย ต้องมีเทคโนโลยีสุดไฮเทค  แต่พอมา ระยะหลังๆ เมื่อมนุษย์เริ่มโดนธรรมชาติตักเตือนพอหอมปากหอมคอด้วยภัยธรรมชาติไม่ขาดสาย เราถึงได้เริ่มรู้สึกตัวว่า เราใช้ชีวิตเอียงกะเทเร่เข้าหาเทคโนโนลีมากเกินไปแล้ว ทิ้งธรรมชาติไปแบบไม่ใยดี   ถึงได้เริ่มมีคนตื่นตัวกับคำว่า ชีวิต  “ยั่งยืน”   “สอดคล้องกับธรรมชาติ” กันมากขึ้น

อย่างบ้านของเรา เราก็สามารถเริ่มต้นกับคำว่า “ยั่งยืน” ได้ ตั้งแต่เริ่มคิดจะสร้างบ้าน ดังนี้...
 
สร้างแต่พอแรงมนุษย์
อย่าเข้าใจผิดคิดว่าให้เจ้าของบ้านลงมือสร้างเอง เรายังพึ่งพาเครื่องมือเครื่องจักรอยู่ แต่ใช้ให้พอเหมาะ สร้างแต่พอดี กับความต้องการใช้สอยและกิจกรรมที่ทำ ถ้าครอบครัวเล็กๆ 2-3 คนก็อาจจะสร้างหลังไม่ต้องใหญ่โตมาก แต่ถ้าคนอยู่เยอะเป็นครอบครัวใหญ่ ขนาดก็ต้องขยายใหญ่ตามความต้องการใช้ของแต่ละคน
 
อย่าลืมว่า ยิ่งบ้านหลังใหญ่ก็ยิ่งต้องใช้ทรัพยากรมากขึ้น ทั้งการก่อสร้างที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีเฉพาะทางมากขึ้น เครื่องจักรขนาดใหญ่ขึ้น  ใช้วัสดุก่อสร้างมากขึ้น ใช้พลังงานไฟฟ้า น้ำ ทรัพยากรธรรมชาติ อิฐหินปูนทรายมากขึ้น แรงงานมนุษย์ ลองนึกดูว่า ถ้าทุกคนสร้างบ้านหลังใหญ่กันหมด โรงงานผลิตวัสดุก่อสร้างก็ต้องเพิ่มการผลิตให้ทันต่อความต้องการ ผลิตไปก็ปล่อของเสียไปพร้อมๆ กัน
 
รวมไปถึงการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างในท้องถิ่นราคาถูกกว่าสั่งจากต่างประเทศ  แต่ถ้าต้องการสินค้าจากผู้ผลิตต่างประเทศก็ลองดูว่า ผู้ผลิตและจำหน่ายรายนั้น มีฐานการผลิตในบ้านเราหรือเปล่า จะช่วยลดค่าขนส่งได้เยอะ แต่ส่วนใหญ่แล้วค่าดำเนินการขนส่งอาจจะบวกรวมกับราคาสินค้าแล้ว
 
ความแข็งแรงและคุณภาพ
สิ่งสำคัญอันดับต้นๆ  ในการสร้างบ้านแบบ ยั่งยืน คือ ทำอย่างไรให้บ้านมีอายุการใช้งานได้ยาวนาน ซึ่งต้องเริ่มมาตั้งแต่ขั้นตอนการคิด ออกแบบและเลือกใช้วัสดุ  ที่ต้องคิดไปถึงความคงทนแข็งแรงไม่น้อยไปกว่าความสวยงามหรือราคาถูก บางคนเลือกหลอดไฟที่ผลิตจากจีนซึ่งเป็นของคุณภาพต่ำเพราะราคาถูกกว่าหลอดไฟที่ได้มาตรฐารับรองซึ่งแพงกว่า แต่ใช้งานไประยะหนึ่งหลอดเสื่อม หลอดขาด ต้องมาเสียเงินเปลี่ยนใหม่    รวมไปถึงวิธีก่อสร้างที่มีส่วนทำให้วัสดุก่อสร้างประกอบขึ้นมาเป็นบ้านที่แข็งแรงได้ 
 
ใช้หลักการ passive กับบ้าน
การออกแบบบ้าน แบบ passive เป็นการออกแบบที่อาศัยพลังงานธรรมชาติมาทำให้บ้านอยู่สบายขึ้น  ด้วยธรรมชาติที่ได้มาฟรีๆ ไม่มีต้นทุนอย่าง แสงแดด ลม ต้นไม้ เช่น หันทิศของแต่ละห้องให้เหมาะสมกับทิศทางของแดดและลมตามการใช้งาน ไม่รับแสงจนเกินไปจนต้องใช้เครื่องปรับอากาศหรือมืดจนต้องเปิดไฟในตอนกลางวัน  ปลูกต้นไม้ให้ร่มเงากับตัวบ้าน ไม่ออกแบบบ้านให้ขวางทางลม ฯลฯ สำคัญคือ มีบ้าน passive แล้วต้องมีจิตสำนึก แบบ passive ด้วย ต้องไม่ลืมว่าเราต้องปรับตัวเองเข้าหาธรรมชาติ ไมใช่ให้ธรรมชาติมาปรับเข้ากับเรา อาจจะมีฝืนๆ กันบ้างแต่ไม่ฝืนแบบสุดโต่ง  
 
เพิ่มความยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีที่ดี
เวลาสถาปนิกออกแบบบ้าน อันดับแรก ก็ต้องออกแบบในส่วนที่เป็นความจำเป็นหรือความต้องการพื้นฐานของผู้อาศัยก่อน เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องรับแขก  พอได้ความต้องการพื้นฐานครบถ้วนแล้วก็เริ่มใส่ลูกเล่นต่างๆ เพื่อให้บ้านน่าอยู่น่าอาศัยยิ่งขึ้น  
การสร้างบ้าน” ยั่งยืน” เองก็ ไมได้หมายความว่า ไม่ง้อเทคโนโลยีใหม่ๆ เลย ยังพึ่งอยู่ แต่ต้องเป็นเทคโนโลยี่ที่ใข้ไม่มีวันหมด ไม่มีตกยุค หรือต้องอัพเกรดกันบ่อยๆ   เช่น แผงโซลาร์เซลล์ หรือเครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ การสร้างบ่อเก็บน้ำใต้อาคาร หรือพลังงานทางเลือกอื่นๆ  ฯลฯ  อาจต้องลงทุนหน่อยในช่วงแรกแต่ระยะยาวแล้วคุ้มค่า
 
บ้าน ต้อง plug &play
ข้อนี้เป็นผลมาจากข้อ “สร้างแต่พอแรงมนุษย์”  แบบไหนที่เรียกว่า plug & play?  มันก็คืออะไรที่เรียบๆ ง่ายๆ ไม่ซับซ้อนหรือยุ่งยากทั้งตอนก่อสร้าง และเมื่อเข้าอยู่แล้วใช้งานง่าย สะดวก ตรงความต้องการใช้สอยมากที่สุด เผื่อไปถึงการซ่อมแซมบำรุงรักษาง่ายและการต่อเติมในอนาคต  ไม่ใช่ว่า จะเปิดไฟสักดวงต้องมานั่งไล่สวิตส์ไฟที่ละตัว หรือจะใช้ห้องนั่งเล่นบ้างก็ต้องปิดม่านเพราะห้องโดนแดดบ่ายส่องเต็ม พอปิดม่าน ห้องมืดก็ต้องเปิดไฟให้สว่าง ที่สำคัญปิดม่านปิดประตูหน้าต่างหลบแดด อากาศก็ไม่ถ่ายเท ต้องเปิดแอร์อีก จะซ่อมแซมก็ลำบาก คลำ ควานหากันนานกว่าจะเจอและต้องคิดเผื่อไปถึงอนาคตว่า ถ้าคิดจะต่อเติมจะทำได้หรือไม่
 
บ้าน hi-tec ต้องอาศัยเทคโนโลยีสูงๆ มีกลไกที่ซับซ้อน ทำยาก (แต่เสียง่าย) แถมค่าใช้จ่ายก็สูงตามความไฮเทค ใหม่ๆ ก็ดูทันสมัย สะดวกสบายดี แต่อย่าลืมว่า เทคโนโลยีสมัยนี้มันเร็วพอๆ กับรถไฟหัวกระสุนเมืองจีนกันแล้ว เผอลแป๊บเดียว บ้าน ไฮเทคของคุณก็ กลายเป็นเทคโนโลยีเก่าไปแล้ว ต้องเสียค่าปรับปรุง บำรุง อัพเกรดกันให้วุ่นวาย 
 
ส่วนบ้าน “ยั่งยืน” ต่อให้เทคโนโลยีจะล้ำไปถึงไหน ก็ไม่มีผลกับมัน เพราะไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีที่ต้อง”ล่าสุด” เท่านั้น  อาศัยแค่ เป็น อยู่ คือ ในแบบที่สอดคล้องไปกับธรรมชาติ เพราะมนุษย์อาจจะขาดเทคโนโลยีได้ แต่ขาดธรรมชาติไม่ได้
 

 

About the Author

กอง บก. AKANEK - มีกันอยู่ 2-3 คน ไม่ดุ ไม่กัด เขียนทุกวัน เขียนทุกเรื่อง

Comments

naitalk's picture

 ฝาก  akanek รวมบทความเกี่ยวกับบ้านดินเพิ่มเิตมก็ดีนะครับ เผื่อไว้เป็นไอเดีย ผมกะจะสร้างบ้านพักคนงานเป็นหลังโดยใช้บ้านดิน ไม่รู้ว่าที่เชียงใหม่สร้างได้รึป่าว

ด้วยรักและอบอุ่น  นาย 

 

www.orderlamps.com

www.powderdec.com

 

akanek_ja_ja's picture

คุณnaitalk คะ ถ้าสนใจเรื่องบ้านดิน ลองไปอ่านบทสัมภาษณ์ บ้านดิน La Terre ของคุณปัจจ์ดูคะ  หรือไม่ก็ลองเป็นบ้านไทยนาโนเฮ้าส์ ของอาจารย์ชาติชาย อาจารย์ท่านบอกว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ของการสร้างบ้านในอนาคต ที่ประหยัดพลังงาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้วยังป้องกันภัยธรรมชาติได้ด้วย แอบสงสัยทำไมถึงสนใจจะสร้างบ้านดินเป็นบ้านพักคนงานล่ะคะ ???

กอง บก. AKANEK - มีกันอยู่ 2-3 คน ไม่ดุ ไม่กัด เขียนทุกวัน เขียนทุกเรื่อง