Rolls Royce ของไม้เอ็นจิเนียร์
Furniture
ทำบ้านให้เป็นสปา
เกาะกูดไอส์แลนด์รีสอร์ท
ลงโฆษณา

จะรู้ได้อย่างไรว่าต้นไม้ป่วย

03 Dec 2012 - akanek_ja_ja

อาการป่วย  เป็นเรื่องปรกติที่เกิดขึ้นกับตัวเราถ้าเราดูแลตัวเองไม่ดี  ต้นไม้ก็เช่นเดียวกันค่ะ ถ้าเราดูแลเขาไม่ดีพอ ไม่เหมาะกับนิสัยใจคอของเขา เขาก็จะป่วย แสดงอาการป่วยให้เราเห็น และถ้าเราเยียวยาเขาไม่ทัน เขาก็อาจจะจากเราไปก่อนเวลาอันสมควร

วันนี้ก็ลองไปค้นข้อมูลถึงอาการป่วยของต้นไม้มาฝากกัน เพื่อจะได้เป็นข้อมูลไว้วินิจฉัยอาการต้นไม้ เราจะได้รู้ว่าต้นไม้เขากำลังป่วยหรือเปล่า  เพราะต้นไม้พูดไม่ได้ ไม่สามารถบอกเราได้ว่าเขากำลังป่วย เขากำลังผิดปรกติอยู่นะ สิ่งเดียวที่เขาแสดงให้เรารู้ได้ว่าเขากำลัง “แย่” ก็คือ สภาพหรือลักษณะของต้นไม้ที่เปลี่ยนไป

อาการป่วยของต้นไม้หลักๆ แล้ว มีสาเหตมาจาก 2 อย่างด้วยกันค่ะ

          1. อาการป่วยที่เกิดจากคนและสิ่งแวดล้อม
          2. อาการป่วยที่เกิดจาก โรค แมลงศัตรูพืช

มาเริ่มกันที่ อาการป่วยที่เกิดจากคนและสิ่งแวดล้อม   สาเหตุหลักของอาการป่วยประเภทนี้ มาจาก 2 ปัจจัยด้วยกันค่ะ คือ คน และสภาพแวดล้อม

คน ในที่นี้ หมายถึงเจ้าของดูแลต้นไม้ไม่ถูกวิธี อาจจะขาดความเข้าใจว่าต้นไม้ที่ปลูกชอบอะไร ไม่ชอบอะไร  เช่น 

• เผลอให้น้ำมากเกินไปหรือให้น้ำน้อยเกินไป ต้นไม้หาอาหารและหายใจผ่านทางรากของมัน แต่ถ้ารากไม่สามารถหาอาหารได้รับแต่น้ำ ไม่นานรากก็จะสำลักน้ำขาดอากาศหายใจและตายไปในที่สุด แต่ถ้าให้น้ำน้อยไป ต้นก็จะขาดน้ำไปหล่อเลี้ยงต้น ทำให้ต้นแห้งเฉาตายได้เหมือนกัน

• ให้ปุ๋ยมากเกินไปหรือให้น้อยเกินไปจนต้นไม้ขาดธาตุอาหารที่จำเป็น ถ้าให้ปุ๋ยมากเกินไป ต้นก็อาจจะน็อคปุ๋ย ขาดน้ำเพราะปุ๋ยดูดน้ำไปหมด หรือถ้าให้น้ำน้อยเกินไปต้นก็ไม่โต หรือไม่ออกดอก ออกผลให้เห็น

• ปลูกในจุดที่แดดส่องมากเกินไปหรือแดดส่องไม่ถึงหรือร่มเกินไป  ต้นไม้แต่ละต้นต้องการแสงแดดแตกต่างกัน ถ้าเอาต้นไม้ทีชอบแดดรำไร ไปตั้งในจุดที่โดนแดดจัดโดยเฉพาะแดดตอนบ่ายหรือปลูกกลางแจ้ง ต้นก็อาจจะตายได้

• ปลูกชิดกันเกินไป ทำให้ต้นไม้แย่งอาหาร แย่งออกซิเจนกันเอง ต้นไม้ก็จะพยายามยืดต้นให้สูงเพื่อขึ้นไปรับอากาศและแสงแดดด้านบน ต้นก็จะสูงชะลูด แต่ใบจะออกสีเหลืองซีด บางต้นก็ไม่ออกดอกออกผล

สภาพแวดล้อม ส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาของพื้นที่ที่เกิดขึ้นมาดั่งเดิมแล้ว เช่น ปลูกต้นไม้ใกล้ถนน มีรถสัญจรไปมาตลอดเวลา สภาพดินเดิมเป็นดินแข็ง ดินเหนียว แน่น น้ำที่รดลงไปไม่สามารถผ่านชั้นดินลงไปหารากต้นไม้ได้ หรือทำให้น้ำระบายอยู่ที่โคนต้น  ดินเป็นกรด-ด่าง  ดินมีสารเคมีปนเปื้อนอยู่ก่อนแล้ว หรือมีสิ่งปลูกสร้างเกิดขึ้นแล้วบังแสงแดดเอาไว้ทำให้ต้นไม้ไม่ได้แสงแดด ขาดอากาศ หรือ มีต้นไม้ใหญ่โค่น ล้ม ถูกตัดแต่งทรงพุ่มจนแสงแดดส่องลงมาถึงต้นไม้ที่ปลูกเอาไว้ หรือการใช้ยาฆ่าหญ้า หรือปุ๋ยเคมีมากเกินไป สารเคมีก็จะสะสมอยู่ในดิน แล้วรากต้นไม้ก็ดูดเข้าไปทำให้เกิดอาการใบไหม้ได้

ลักษณะที่ฟ้องว่าต้นไม้ป่วย

  • ใบไหม้ ซีดคล้ายใบโดนน้ำร้อนลวกแล้วค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล  ปัญหานี้ต้องย้อนกลับไปดูว่าต้นไม้ที่ปลูกชอบแดดแบบไหน ส่วนใหญ่แล้วที่มีปัญหาใบไหม้จะเป็นเพราะต้นไม้เป็นไม้แดดรำไรหรือไม้ในร่มที่ชอบแดดอ่อนในตอนเช้า ถ้าปลูกในจุดที่โดนแดดจัดนานๆ โดยเฉพาะแดดบ่ายที่ค่อนข้างแรง ใบจะถูกแดดแรงๆ เผาจนใบไหม้ให้เห็น ทางที่ดีก่อนเลือกต้นไม้ก็ควรดูว่า พื้นที่ที่จะปลูกสภาพแสงเป็นอย่างไร แล้วค่อยเลือกต้นไม้ที่มีนิสัยตรงกับสภาพแสง

  •  ใบแห้งจากขอบ  สาเหตุมาจากดินขาดน้ำ ขาดความชุ่มชื้น เป็นเพราะให้น้ำน้อยเกินไป หรือดินแน่นจนน้ำซึมผ่านลงไปไม่ถึงราก  ทำให้ต้นไม้ได้น้ำไม่พอที่จะไปหล่อเลี้ยง อาการที่สังเกตได้ก็คือ ใบจะเริ่มแห้งกรอบจากขอบใบเข้าหากลางใบ และมักจะเป็นเกือบทุกใบบนต้น  วิธีแก้ไขคือ เพิ่มจำนวนรอบการรดน้ำให้มากขึ้น ในระยะแรกอาจจะยังไม่ต้องเพิ่มปริมาณน้ำ เพียงแต่รดให้บ่อยขึ้นก่อน เพราะถ้ารดบ่อยขึ้นแล้วเพิ่มปริมาณน้ำเข้าไปด้วย ต้นอาจจะเปลี่ยนจากขาดน้ำเป็นสำลักน้ำตายแทนได้

  •  ต้นเหี่ยว ดอกร่วง ผลร่วง  ต้นเหี่ยว ออกดอก ดอกก็ร่วงก่อนที่จะบาน ออกผลก็ร่วง  ก่อนที่ต้นไม้จะออกดอกออกผล ต้นไม้ต้องการน้ำหล่อเลี้ยงอยู่แล้ว ยิ่งตอนที่ออกดอก ออกผล ต้นไม้ยิ่งต้องการน้ำมากกว่าตอนที่ยังไม่ออกดอก ออกผล   ดังนั้นเพื่อเก็บรักษาน้ำไว้หล่อเลี้ยงลำต้นให้มากที่สุด ต้นไม้ก็จะเลือกทิ้งดอก ทิ้งผลให้ร่วงแทน วิธีแก้ไข หนึ่ง เลือกเด็ดดอก ผลบางส่วนที่ดูไม่สมบูรณ์ออก เป็นการช่วยให้ดอกผลดึงน้ำไปใช้น้อยลง  สอง รดน้ำให้บ่อยขึ้น แต่ไม่เคยรดจนแฉะเพราะถ้าต้นไม้อิ่มน้ำมากเกินไปก็ไม่ดีกับดอก ผลเช่นกันค่ะ

  • ขาดธาตุอาหาร

​              -  ขาดไนโตเจน  ธาตุอาหารตัวนี้จะเน้นการบำรุงต้นให้เติบโตแข็งแรง ต้นไม้ที่ขาดธาตุอาหารตัวนี้ อาการที่จะฟ้องเราได้ก็คือ ต้นไม้จะไม่ค่อยโต เลี้ยงเท่าไหร่ก็ยังแคระแกร็น แตกยอดช้า  ใบเล็ก ขั่วใบไม่แข็งแรง ร่วงง่าย สีซีด ถ้าขาดธาตุไนโตรเจนมากๆ อาการเหลืองซีดจะลุกลามไปถึงลำต้นด้วยและอาจจะทำใหต้นไม้ตายได้ แต่ถ้าต้นไม้ได้ธาตุไนโตรเจนมากเกินไป ต้นก็จะอวบอ้วน ใบดก แต่จะไม่ออกดอก ออกผลให้เห็น เพราะต้นถูกบำรุงต้น บำรุงใบมากเกินไป

              -  ขาดฟอสฟอรัส ธาตุฟอสฟอรัส จะเน้นการกระตุ้นให้ต้นออกดอก ออกผล แต่ถ้าสังเกตแล้วเห็นว่า ต้นไม้ใบก็เขียวดีแต่ขอบใบเป็นสีม่วง หรือสีเงินๆ  แล้วมีจุดสีม่วงหรือสีน้ำตาลอยู่บนใบ ให้ดอก ให้ผลน้อยกว่าเดิม  ต้นไม่โต ปลูกกี่ปีก็แคระแกร็นอยู่อย่างนั้น ยอดแตกช้าหรือแตกแต่ให้ยอดสั้นไม่สูงชะลูด  ก็ให้สันนิษฐานได้ว่าต้นไม้กำลังขาดธาตุฟอสฟอรัส

              -  ขาดธาตุโปตัสเซียม  ธาตุโปแตสเซียมเป็นธาตุอาหารของต้นไม้ที่มาเสริมในเรื่อการบำรุงดอกผลให้สมบูรณ์ แต่ถ้าต้นไม้ของคุณเริ่มออกอาการมีใบเหลืองเฉพาะขอบใบ แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลให้เห็น  ใบมีอาการไหม้จากปลายใบ ใบมีลักษณะโค้งลงหรือม้วนจากปลายใบเข้าหาโคนใบ  และที่ใบอ่อนจะมีจุดสีแดงหรือเหลืองเกิดขึ้นระหว่างเส้นใบ  ยอดที่แตกใหม่ไม่อวบอ้วน ให้ดอกหรือผลน้อยลง ขนาดเล็กลง แสดงว่าต้นไม้ของคุณกำลังขาดธาตุโปรแตสเซียมที่จะไปบำรุงดอกผลแล้วล่ะค่ะ

ปรกติแล้วถ้าต้นไม้ขาดธาตุอาหารตัวไหนตัวหนึ่ง (ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปแตสเซียม) ก็จะแสดงอาหารให้เห็น แต่อาการที่แสดงออกของแต่ละต้นจะไม่เหมือนกัน บางต้นอาจจะขาดธาตุอาหารอยู่แต่ไม่แสดงอาการให้เห็นเลย แต่จะมีผลกับการออกดอก ออกผลน้อยลง  บางครั้งต้นเดียวอาจจะแสดงอาการหลายๆ อย่างพร้อมกัน อันนี้ก็จะเริ่มสังเกตอาการยากขึ้น เพราะมีอาการพร้อมๆ กันหลายอย่าง  หรือบางครั้งต้นที่โดนโรคหรือแมลงรบกวนแต่ก็แสดงอาการใกล้เคียงกับอาการของต้นไม้ที่ขาดธาตุอาหาร แต่โดยมากแล้ว ถ้าเป็นไม้ยืนต้นหรือต้นไม้ที่มีอายุยืนยาว ถ้าเราสังเกตและเยียวยาได้ทัน ต้นไม้ก็จะกลับมาเป็นปรกติได้ง่ายกว่า ต้นไม้ที่มีอายุสั้นที่มักจะยื้อชีวิตไว้ไม่ทัน

วิธีแก้ไข ถ้าต้นไม้ขาดธาตุอาหารตัวใดตัวหนึ่ง ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปแตสเซียม ควรเลือกใช้ปุ๋ยสูตรที่เพิ่มธาตุอาหารตามที่ขาด

วันนี้พอจะได้ความรู้ในการสังเกตอาการต้นไม้กันไปบ้างแล้วนะค่ะ หวังว่าจะได้เอาไว้ใช้สังเกตเวลาที่เห็นต้นไม้ดูแปลกๆ ไปจากปรกติกัน จะได้แก้ไข เยียวยาได้ทัน ไม่ต้องเสียต้นไม้ไป คราวหน้าเราจะกลับมาคุยกันต่อเรื่องอาการป่วยของต้นไม้ ที่เป็นผลมาจากโรคและแมลงศัตรูพืชที่คอยรบกวนค่ะ 

 

About the Author

กอง บก. AKANEK - มีกันอยู่ 2-3 คน ไม่ดุ ไม่กัด เขียนทุกวัน เขียนทุกเรื่อง