Rolls Royce ของไม้เอ็นจิเนียร์
ฟัง พุทธธรรม ชุด
Furniture
ลงโฆษณา
พระไตรปิฎกเสียง คลิก

อั้ยหยา . . นี่อั๊วต้องจ่ายด้วยหรอ?!?!? (Episode 1)

29 Sep 2012 - Punlop

ใช่แล้วครับผม  มันมีอะไรต้องจ่ายอีกหรอ?? smiley  บทความซีรี่ย์นี้เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับท่านที่ตั้งใจจะดำเนินการก่อสร้างบ้านด้วยตนเอง (เป็นผู้ควบคุมงานเอง / จัดซื้อของเอง) อาจจะมีผู้ออกแบบให้ หรือจ้างเขียนแบบมาก็แล้วแต่ แล้วว่าจ้างผู้รับเหมามาเหมาทั้งของทั้งแรง หรือค่าแรงอย่างเดียว  ซึ่งมีโอกาสที่ท่านอาจจะลืมค่าใช้จ่ายบางจุดและ How to ในการเลือกวัสดุ/วิธีการขั้นตอนต่างๆ ที่ผมจะขออนุญาตแนะนำให้ท่านได้ทราบครับ

 

            จ่ายอะไรหรอครับ? จะสร้างบ้านนี่มันมีอะไรนอกเหนือจากค่าวัสดุก่อสร้างที่อยู่ในรายละเอียด Spec บ้าน หรือนอกเหนือ BOQ (Bill of quantity / บัญชีปริมาณงาน)  อีกหรอครับเนี่ย?? เอ๊ะ...แล้วที่เราจ่ายค่าก่อสร้างบ้านไปเนี่ย ต้องจ่ายอะไรเพิ่มอีกหรอ O_o?? 

            ว่าแล้วก็คงมีหลายท่านไม่รู้ตัวเลยเสียด้วยซ้ำว่า ค่าก่อสร้างที่เตรียมไว้ตอนแรก และเผื่อไว้สำหรับค่าตกแต่งภายในและเครื่องใช้ไฟฟ้า+อุปกรณ์เบ็ดเตล็ดตกแต่งบ้าน มันหายไปไหนหมด ทำไมสร้างบ้านมันถึงบานปลายไปเรื่อยๆ ละเนี่ย

            เรื่องมีอยู่ว่า เพื่อนๆผมเริ่มจะมีครอบครัว ครั้นจะปลูกเรือนหอ ออกเรือน เตรียมจะสร้างบ้าน ก็เลยหันมาปรึกษาผมกันว่า สร้างบ้านนี่มีค่าใช้จ่ายอะไรพิเศษๆ หรืองานอะไรที่เราต้องจ่ายเพิ่มบ้างนอกเหนือจากค่าก่อสร้างที่เห็นอยู่ในแบบ , ค่าตกแต่งภายใน และค่าเครื่องใช้ไฟฟ้า+อุปกรณ์เบ็ดเตล็ดตกแต่งบ้าน

            เริ่มจากก่อนก่อสร้างละกัน สมมติว่าเรามีที่ดินเปล่า (หรือมีบ้านเดิมอยู่แล้วก็ตาม) ก็คงจะเริ่มสำรวจก่อนว่าเราจะสร้างบ้านใหม่ขนาดเท่าใด ปกติงานพิเศษที่ผมเคยได้ service ลูกค้าของผมเพิ่มเติมนั้น มักจะมีอยู่ 4 ส่วนใหญ่ ดังนี้

1.งานเตรียมหน้างาน , รื้อบ้านเดิม (ถ้ามี)

2.งานเพิ่มภายในบ้าน

3.โรงจอดรถ ถนนภายในที่ดิน

4.รั้วบ้าน , งานสวน

            4 ข้อหลักนี้เป็นงานเพิ่มที่ผมเรียกได้ว่า  ผู้ที่สนใจจะสร้างบ้านไม่อาจหลีกเลี่ยงได้  เป็นอะไรที่ต้องเจอ!! ต้องโดนครับ!!  อาจจะโดนไปสัก 1-2 ข้อ หรือบางท่านอาจจะเหมาหมด  4 ข้อเลยทีเดียวเชียว

            เริ่มจากงานเตรียมหน้างานครับ  “งานถมดิน”

งานถมดิน

            งานถมดินเป็นงานที่ผู้รับเหมาถมดินมักจะถามเจ้าของบ้านจะใช้ดินอะไร? หน้าดิน? ดินท้องนา? ดินดาน? ดินลูกรัง? เศษปูน?  เจอคำถามนี้เข้าไป  หลายท่านก็มึนแล้วครับแค่ข้อนี้ smiley  

            หลักวิธีคิดง่ายๆ ว่าท่านจะใช้ดินอะไรนั้น  คือ สิ่งก่อสร้างอะไรต่างหากที่อยู่บนดิน!!  เพราะว่าหากท่านจะสร้างบ้านบนเศษปูน เศษอิฐ ที่เค้านำมาถมแล้วละก็ ผมว่าก็คงไม่เหมาะนัก เนื่องจากมีโอกาสที่การทำงานฐานรากเป็นไปได้ยาก หรือเป็นไปไม่ได้เลย  เพราะมีช่องว่างระหว่างเศษปูน เศษอิฐ มากเกินไป (ไม่แน่น) อีกทั้งการขุด ขนย้ายก็ทำได้ยากลำบากกว่าดิน ฉะนั้นโดยปกติแล้วการถมดินสำหรับตัวบ้าน สามารถใช้ดินชนิดต่างๆได้หมดครับ จะดินดานก็ดี หรือดินลูกรังก็พอไหว (แต่ไม่แนะนำเพราะมันขุดยากครับ) ตัวบ้านที่เราสร้างนั้นอยู่บนฐานราก  ฐานรากอยู่บนเสาเข็มอีกที และปลายเสาเข็มจะไปอยู่บนชั้นทราย  ซึ่งอยู่ลึกลงไปอีก 15-20 เมตร ตามแต่พื้นที่ใน กทม. และปริมณฑล นั้นๆ ฉะนั้นดินที่อยู่ด้านใต้ตัวบ้านนี้ มีไว้เพื่อให้ระดับบ้านของท่านอยู่ในระดับที่ถูกต้องตามที่ออกแบบ  หรือบางท่านอาจจะไม่ถมดินเลยก็มีครับ แต่ใช้วิธียกพื้นบ้านสูงแทน  โดยมีฐานรากอยู่ระดับเดียวกับดินเดิม  แล้วทำเสาตอม่อขึ้นมา แล้วมีคานคอดินมารับอีกที ถ้านึกภาพไม่ออก ลองนึกถึงบ้านเรือนไทย ยกสูง ที่ด้านใต้เป็นใต้ถุนนั่งเล่นโล่งๆนั่นแหละครับ (บ้านเรือนไทยยกสูงประมาณ 3 เมตร แต่กรณีที่ผมพูดถึงคือยกสูงแค่ 50 cm ครับ)

ภาพซ้ายและขวาคือบ้านยกสูง กรณีที่ไม่ต้องการถมดินเพิ่มเติม

            กลับมาต่อที่ชนิดดินครับ laugh  ถ้าสำหรับงานสวน ถ้าเราสามารถแบ่งโซนการถมดินได้ (ถ้าเรามีที่ดินสัก 200 ตร.วางี้) ก็อาจจะถมเป็นดินดานบริเวณตัวบ้าน  ส่วนบริเวณสวนก็ใช้เป็นหน้าดินสำหรับปลูกหญ้า ทำสวนครับ (แต่มักนิยมจะเป็นถมดินชนิดใดชนิดหนึ่งทั้งหมด แล้วมาปรับหน้าดินสำหรับทำสวนอีกทีครับ)  บริเวณถนนภายในบ้านก็สามารถใช้เป็น อิฐหัก  เศษปูน ดินลูกรัง  ตามแต่ท่านสะดวกเลยครับ  สำหรับผมถ้าจะแนะนำลูกค้าก็ . . ใช้ดินชนิดเดียวกันดีสุดครับ wink เพราะเวลาท่านล้อมต้นไม้ใหญ่มาลง ท่านก็ต้องขุดดินบริเวณนั้นออกซึ่งขนาดหลุมมันต้องใหญ่กว่าขนาดรากต้นไม้ที่ล้อมมา  แล้วท่านก็ต้องทำการปรับปรุงดินบริเวณนั้นอยู่ดีนั่นเอง

            ราคาค่าถมดินก็แตกต่างกันตามชนิดดิน แต่โดยมากเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่  250-300 บาท/คิว  (คิว = คิวบิกเมตร  = 1x1x1 เมตร หรือเรียกเต็มๆ  ลูกบาศก์เมตร นั่นเองครับ)

            วิธีการประมาณราคา สมมติว่าเรามีที่ดินขนาด 20x20 ม.  ต้องการถมสูงประมาณ 0.50 ม.  ก็จับคูณเลยครับ 20x20x0.5 = 200 คิวโดยประมาณ และควรจะเผื่อไว้สัก 10-20% = 20 คิว  รวมเป็นที่ต้องถมทั้งหมด  240 คิว  เพื่อที่เวลารถตักดิน (Back Hoe) เกลี่ยดินให้จะได้ระดับพอดีกับที่เราต้องการครับ  (ถ้าพื้นที่ถมดินมีขนาดใหญ่ จะมีรถ tractor มาบดอัด/เกลี่ยดินให้อีกคัน)   

            ทีนี้เราก็นำจำนวนคิวดิน ไปคูณกับราคา / คิว ได้เลยครับ  240x300 = 72,000 บาท  นั่นคือราคาที่เราเก็บไว้ในใจ ส่วนผู้รับเหมาเค้ามาประเมินเราก็นำตัวเลขตัวนี้มาไว้ต่อรอง  แต่ถ้าแพงกว่านี้ก็อยู่ที่ฝีมือการต่อรองแล้วละครับ  เราสามารถหาผู้รับเหมาถมดินมาตีราคาได้หลายๆเจ้า 3-5 ทีมเลยครับ  สามารถหาเบอร์ติดต่อได้ตามเสาไฟฟ้า  ป้ายข้างทาง  เสาหน้าหมู่บ้าน  ที่ดินว่างตามข้างทาง  มักจะมีมาป้ายมาแปะ แขวน ห้อย ตอก ไว้เสมอๆครับ  ผมแนะนำว่าควรใช้ผู้รับเหมาถมดินในละแวกนั้น เพราะเค้าจะทราบเส้นทางการลำเลียงดินเข้ามาได้ง่าย และราคาจะไม่แพงมากเท่ากับใช้ผู้รับเหมาถมดินนอกพื้นที่  หากท่านเรียกผู้รับเหมาถมดินนอกพื้นที่มาตีราคา  สุดท้ายเค้าก็เรียกเพื่อนในพื้นที่มาถมแทน แต่ได้หัวคิวไป ครั้งละ 2-3 พัน (ท่านไม่เห็นจำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เลยใช่มั้ยละครับ หากรู้วิธีแล้ว J)

 

รถตักดิน รถ back hoe

งานถมดิน รถตักดิน แบ็คโฮ (Back hoe) กำลังปรับเกลี่ยหน้าดิน

          ราคาถมดินจะถูกหรือแพง มันมีหลายปัจจัยครับ  เช่น  ใกล้แหล่งดินที่จะนำมาขนหรือไม่?  สามารถใช้รถ 10 ล้อ ขนได้มั้ย (ถ้าใช้ 6 ล้อก็แพงกว่า เพราะใช้จำนวนรอบขนดินเยอะกว่า)  , ผ่านด่านตำรวจเยอะหรือไม่  , ซอกซอยเข้ายาก หรือหน้างานทำงานลำบาก  ล้วนเป็นสาเหตุให้ราคาไม่เท่ากันในแต่ละพื้นที่  ยิ่งเข้าเขตตัวเมืองยิ่งแพงขึ้นครับ

            ทีนี้ถึงวิธีตรวจสอบคิวรถ เราก็ต้องมาดูปริมาตรบรรทุกของรถ 6 ล้อ(ใหญ่) หรือ 10 ล้อ โดยส่วนใหญ่ รถ 6 ล้อ(ใหญ่) ขนดินเหนียวได้ประมาณ  6-8 คิว (ไม่เกิน 15 ตัน) รถ 10  ล้อขนดินเหนียวได้ประมาณ 12-15 คิว (ไม่เกิน 25 ตัน)  ถึงแม้ว่าดินเหนียวมีน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 1.4-1.5 ตัน/ลบ.ม. แต่ปริมาตรมันไม่ได้มาแบบแน่นๆนั่นเองครับ มันจึงตรวจสอบได้ . . ยากมาก!! ว่าดินจะมาครบตามจำนวนคิวดินที่เราคิดไว้หรือเปล่า

            ซึ่งนั่นทำให้ผมแนะนำว่า การตีเส้นระดับดินไว้ที่จุดอ้างอิง เช่น กรณีที่สร้างบ้านใหม่โดยรื้อบ้านหลังเดิม และมีรั้วเดิมอยู่  แล้วเราก็คำนวณตามวิธีการ + ประมาณราคาในใจ  แล้วให้ผู้รับเหมาเค้าตีราคามา  เราอาจจะต่อรองในระดับนึง แต่เน้นให้เค้าถมให้ได้ตามระดับความสูงที่เราตีเส้นไว้ที่กำแพง แบบนี้จะตรวจสอบได้ง่ายกว่ามาก แทนที่จะมานั่งนับจำนวนคันรถ  มานั่งนับคิวรถครับ   

ระบุระดับดินถมไว้ที่ผนังรั้วบ้าน เพื่อให้ง่ายต่อการเช็คระดับดินถม (ไม่ต้องมานั่งนับคิวรถครับ)

 

            และอีกคำถามคลาสสิกอีกคำถามคือ “ถมดินแล้วสร้างเมื่อไหร่ดี?” ผมก็ขอเรียนให้ทราบว่า “สร้างได้เลยครับ”  เพราะว่าดินที่เราถมไว้ตั้งแต่แรกนั้น มีเพียงจุดประสงค์เดียวคือ เพื่อให้ระดับบ้านของท่านอยู่ในระดับที่ถูกต้องตามที่ออกแบบ หากท่านกลัวว่าดินจะทรุดแล้วบ้านจะทรุดตามไปนั้น คงไม่ใช่ในกรณีนี้  ยกเว้นท่านใช้เข็มตอกลึกไม่ถึงชั้นทรายที่ว่าไว้ในช่วงต้น  หรือเป็นส่วนของโครงสร้างที่วางบนดิน  เช่น  พื้นลานซักล้าง หรือลานจอดรถ ที่เทคอนกรีตวางบนดินไว้เฉยๆก็จะทรุดลงตามดินลงไป (ที่เรียกกันบ่อยๆว่า  slab on grade / slab on ground )   และหลังจากที่บ้านสร้างเสร็จ  เราอาจจะเห็นว่ามีช่องว่างระหว่างใต้คานคอดิน กับระดับดินถมที่เราถมไว้  เราก็เพียงแต่นำดินมาถมเพิ่มบางส่วนรอบๆตัวบ้านเท่านั้น แค่ให้พอสำหรับปิดไม่ให้มีช่องว่างใต้คานคอดิน กันไม่ให้มีสัตว์เข้าไปอาศัยอยู่แค่นั้น  หากผ่านไป 5-10 ปี ดินทรุดเริ่มเป็นเหมือนเดิม ท่านก็แค่นำดินมาถมปิดช่องว่างก็เท่านั้นครับ ฉะนั้น “บ้านไม่ได้ทรุดนะครับ  แต่ดินต่างหากที่ทรุดลงไป”

            ยกเว้นว่าบ้านของท่านเป็นบ้านเมื่อสมัย 20 กว่าปีที่แล้ว ที่ใช้เข็มคอนกรีตสั้น 6-10 เมตร ครับ ตัวบ้านจะทรุดตามดินไป เพราะความยาวของเข็มไม่ได้อยู่ในชั้นดินที่ถูกต้อง  และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้หลังจาก กทม. หรือเขตเทศบาล มาทำถนนหน้าบ้านเราใหม่ แล้วทำไมตัวบ้านมันถึงไปอยู่ต่ำกว่าถนนได้นั่นเอง

            ส่วนท่านที่ต้องการ ”รื้อบ้านเดิมแล้วสร้างบ้านใหม่บนที่ดินเดิม”  ผมแนะนำให้หาผู้รับเหมารื้อบ้านตีราคารื้อบ้านพร้อมถมดินครับ เพราะค่าถมดิน 72,000 บาท ตามตัวอย่างที่ผมว่าไปนั้น เผลอๆท่านอาจจะไม่ต้องเสียเงินเลยก็ได้ หรืออาจจะได้เงินทอน (หากสามารถต่อรองได้)  ขึ้นอยู่กับวัสดุก่อสร้างบ้านของท่านนั้น สามารถนำไปย่อยขายได้มากน้อยเพียงใด  พวกผนัง เศษอิฐ เศษปูน จะถูกขนไปถมถนนในโครงการบ้านจัดสรร ได้ราคาคิวละ 200-250 เหมือนกันครับ และพวกเศษเหล็ก สามารถไปขายต่อให้โรงหลอมเล็ก   ประตูบานไม้จริง ก็ส่งขายต่อร้านขายของเก่า เป็นต้นครับ  บันไดไม้หน้า 12” หนา 2” ยาว 1.20 ม. ก็ไปส่งร้านไม้ต่อได้  โดยรวมแล้วถ้าขนาดบ้านเดิมของท่านมีขนาดพอสมควร ก็อาจจะไม่เสียค่าถมดินด้วยซ้ำครับ  หากมูลค่าบ้านของท่านมากกว่าค่าถมดินที่ตีไว้  ฉะนั้นลองให้ผู้รื้อบ้านมาลองตีราคาพร้อมถมไปเลยจะดีกว่าครับ yes

            ครั้งนี้ขออนุญาตจบไว้ที่เรื่องถมดินก่อนนะครับ ครั้งหน้าเขยิบเข้าไปใกล้ตัวบ้านอีกหน่อย เกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่ายอื่นๆที่จะวิ่งมาหาในช่วงเริ่มการก่อสร้าง

 

 

ด้วยความปรารถนาดี

บริษัท สหสุธา รับสร้างบ้าน

www.sahasutha.com

About the Author

วิศกรรุ่นใหม่ที่นอกจากจะไฟแรงแล้วยังสนใจเรื่องการก่อสร้างบ้านประหยัดพลังงาน คุณ พัลลภ จันทรดิลกรัตน์ ทายาทบริษัทรับสร้างบ้านสหสุธา เก็บเอาเรื่องราวในงานก่อสร้างบ้านมาเล่าให้ฟังอย่างง่ายๆ ประสาวิศวกรหนุ่มมุมมองดี