Rolls Royce ของไม้เอ็นจิเนียร์
ฟัง พุทธธรรม ชุด
Furniture
ลงโฆษณา
พระไตรปิฎกเสียง คลิก

การใช้กระจกนิรภัยให้ปลอดภัย

26 Feb 2013 - bomb_agd

คำว่ากระจกนิรภัยเป็นคำที่ถูกพูดบ่อย ถูกสเปคใช้กันบ่อย แต่น้อยคนนักที่จะตระหนักได้ว่า มันเป็นคำที่มีความหมายถึงกระจกมากกว่า 1ชนิด

คำว่ากระจกนิรภัยเมื่อค้นหาความหมายในอินเตอร์เน็ต จะพบความหมายประมาณว่า กระจกที่มีการเพิ่มคุณสมบัติที่ทำให้แตกได้ยาก หรือแตกแล้วไม่เป็นอันตราย ซึ่งหมายถึงกระจก 3 ประเภท ซึ่งก็คือ กระจกเทมเปอร์ (Tempered glass) กระจกลามิเนต (Laminated glass) และกระจกเสริมลวด (Wired glass) ซึ่งในบางตำราก็ไม่ถือว่ากระจกเสริมลวดเป็นกระจกนิรภัย และด้วยความที่มันไม่ค่อยถูกใช้มากนักในประเทศไทย ประกอบกับตัวผมเองก็ไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับมันซักเท่าไหร่ จึงขออนุญาตไม่พูดถึงกระจกเสริมลวด
 
ดังนั้นเมื่อเราพูดถึงกระจกนิรภัยในประเทศไทยก็จะหมายถึงกระจก 2 ประเภทก็คือ กระจกเทมเปอร์ หรือกระจกลามิเนต เมื่อมาถึงจุดนี้เราก็คงพอจะเดาได้ว่าเวลาพูดถึงกระจกนิรภัย เราต้องระบุลงไปให้ชัดเจนว่า กระจกนิรภัยเทมเปอร์ หรือกระจกนิรภัยลามิเนต และถ้าจะให้ไม่ดูยืดยาว เราสามารถตัดคำว่านิรภัยออกไปได้เลย กลายเป็นคำว่า กระจกเทมเปอร์ หรือกระจกลามิเนต ก็เป็นอันชัดเจนมากขึ้นว่าเรากำลังพูดถึงกระจกอะไร แต่คำว่ากระจกลามิเนตนั้นยังไม่สามารถระบุชัดเจนได้ว่าเป็นกระจกอะไร
 
 
งานปรับปรุงต่อเติมของศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง ฝั่งขวาเป็นงานดั้งเดิมที่ทามานานแล้ว ฝั่งซ้ายเป็นส่วนที่เพิ่งทาเพิ่ม ซึ่งถือว่าเป็นกระจกนิรภัยทั้งคู่
 
การแยกแยะให้ได้ว่ากระจกอะไรเป็นยังไงนั้น เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเข้าใจถึงประเภทของกระจกตั้งแต่พื้นฐาน
 
กระจกสามารถแบ่งได้เป็นหลายชนิด แต่ถ้าจะแบ่งกระจกตามคุณสมบัติความแข็งแรงจะแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ

1. กระจกธรรมดา คือกระจกที่ทั่วไปที่ผลิตจากทรายแก้วและวัตถุดิบส่วนผสมต่างๆ ผ่านการหลอมเหลวและปล่อยให้เย็นจนกลายเป็นกระจกแผ่นเรียบ เรียกกันโดยทั่วไปว่า กระจก Annealed (A/N)หรือ กระจก Float

2. กระจกเทมเปอร์ (Tempered glass หรือ T/P) คือการนำเอากระจก Annealed มาอบเพิ่มความแข็งแรง โดยจะมีความแข็งแรงมากกว่ากระจกธรรมดาถึง 4เท่า กระจกเทมเปอร์หากมีการแตก จะแตกเป็นเม็ดเล็กๆ แต่ในเม็ดเล็กๆนั้นยังมีความเป็นเหลี่ยมคมอยู่ ไม่ได้กลมมนเป็นเม็ดข้าวโพดแต่อย่างใด ด้วยการแตกที่เป็นเม็ดเล็กนี้ จึงทาให้กระจกเทมเปอร์ถูกจัดให้อยู่ในกระจกประเภทกระจกนิรภัย แต่อย่างไรก็ตามถ้าชิ้นส่วนเล็กๆ ตกลงมาจากที่สูงๆ ก็อาจเป็นอันตรายได้ ต้องพิจารณาแล้วแต่กรณี

ด้วยความแข็งแรงที่เพิ่มขึ้นนี้เองทำให้กระจกเทมเปอร์ถูกนำไปใช้กับฟิตติ้งยึดกระจกแบบเจาะ (พวกราวกันตกหรือผนังกระจก) เพราะบริเวณรูที่เจาะจะมีความเครียดสูงและมักจะเกินกว่าที่กระจกธรรมดาจะรับได้
 
การใช้งานที่แพร่หลายของกระจกเทมเปอร์ ก็คือกระจกบานเปลือยต่างๆ ด้วยความที่กระจกบานเปลือยไม่มีเฟรมโดยรอบ หากมีการแตก เศษกระจกที่ชิ้นใหญ่และแหลมคมจะหล่นลงมาเป็นอันตรายได้ การใช้กระจกเทมเปอร์จึงปลอดภัยกว่า แต่ก็มีประตูบานเปลือยบางที่ใช้กระจกลามิเนต ซึ่งก็ใช้ได้เหมือนกัน
สมบัติอีกประการที่คนมักจะไม่รู้ก็คือ การที่กระจกเทมเปอร์มีโอกาสที่จะระเบิดแตกเองได้(แต่น้อยมาก) เมื่อโดนความร้อนสูง (Spontaneous glass breakage) การใช้กระจก T/P ในงานภายนอกต้องพิจารณาเรื่องนี้ด้วย ในงานที่มาตรฐานสูงจึงมักมีการระบุเพิ่มเติมให้มีการทา Heat soak test เพื่อลดโอกาสการระเบิดแตกเอง โดยกระจกเทมเปอร์ที่ทาฮีทโซคเทสจะมีราคาแพงกว่ากระจกเทมเปอร์ธรรมดา
 
 
การใช้กระจกเทมเปอร์แบบแผ่นเดี่ยว ในบริเวณภายนอกซึ่งมีโอกาสถูกความร้อน บางงานจึงระบุให้เป็นกระจกเทมเปอร์ฮีทโซค (ขออนุญาตเอาเซ็นเซอร์ยี่ห้อ เพื่อจะได้ไม่เป็นการโฆษณา)
 
3. กระจกฮีทสเตรงเท่น (Heat Strengthened glass หรือ H/S) คือการนาเอากระจก Annealed มาอบเพิ่มความแข็งแรง โดยจะมีความแข็งแรงมากกว่ากระจกธรรมดา 2เท่า รูปแบบการแตกจะเป็นแบบกระจกธรรมดา คือมีความแหลมคม
 
ด้วยความแข็งแรงที่เพิ่มขึ้นนี้เองทำให้กระจกฮีทสเตรงเท่นถูกนำไปใช้กับฟิตติ้งยึดกระจกแบบเจาะ (พวกราวกันตกหรือผนังกระจก) เพราะบริเวณรูที่เจาะจะมีความเครียดสูงและมักจะเกินกว่าที่กระจกธรรมดาจะรับได้ แต่การใช้กระจกฮีทสเตรงเท่นกับฟิตติ้งแบบเจาะ ต้องใช้ในรูปแบบกระจกลามิเนต คือใช้มากกว่า1แผ่นแล้วประกบด้วยฟิล์มตรงกลาง เวลาแตกจะได้ไม่มีชิ้นส่วนชิ้นใหญ่ๆตกลงมาเป็นอันตราย
 
 
หลังคากระจก เป็นส่วนของอาคารที่สุ่มเสี่ยงต่อการโดนอะไรๆร่วงลงมาใส่ ภาพนี้เป็นการใช้กระจกลามิเนต ซึ่งดูไม่รู้ว่าใช้กระจกอะไรประกบกับอะไร แต่ที่แน่ๆก็คือ ถ้าสิ่งที่ร่วงลงมาไม่ใหญ่มาก ก็จะไม่ทะลุลงสู่ข้างล่าง
 
 
กระจกสามารถแบ่งได้ตามรูปแบบการนำไปใช้ได้เป็น 2 ชนิดคือ
 
1. การใช้กระจกแผ่นเดียว
2. การใช้กระจกมากกว่า 1 แผ่น (ซึ่งกระจกลามิเนตอยู่ในประเภทนี้)
 
กระจกลามิเนตคือการนำเอากระจกมากกว่า 1 แผ่นมาประกบกันด้วยฟิล์มPVB ที่อยู่ตรงกลาง โดยฟิล์มPVBทั่วไปมีความหนาของแผ่น 0.38มม ถ้ากระจกที่มาประกบกันมีขนาดใหญ่ ก็ต้องใช้จานวนชั้นฟิล์มเพิ่มขึ้น เราจึงเห็นได้ว่าการระบุความหนาของฟิล์มมีตั้งแต่ 0.38, 0.76. 1.14, หรือ 1.52มม. ซึ่งก็คือ 1, 2, 3, หรือ 4 ชั้นนั่นเอง กระจกลามิเนตอาจจะประกอบด้วยกระจกมากกว่า 2 แผ่นประกบกัน แล้วแต่วัตถุประสงค์การใช้งาน การนำกระจกหลายๆ ชั้นมาประกบลามิเนตสามารถนำไปใช้เป็นกระจกกันกระสุน หรือพื้นกระจก
 
ลักษณะการแตกของกระจกลามิเนตที่สาคัญก็คือ เมื่อมีกระจกแตก เศษกระจกจะติดอยู่กับฟิล์ม ไม่ร่วงหล่นมาเป็นอันตราย กระจกลามิเนตจึงถือเป็นกระจกนิรภัยประเภทหนึ่ง กระจกลามิเนตถ้าแตกแผ่นเดียวก็จะคงตัวเป็นแผ่นเรียบอยู่ได้ แต่ถ้าแตกทั้ง 2 แผ่นก็จะมีโอกาสเป็นอันตรายมากขึ้น แล้วแต่กรณี กระจกลามิเนตมีลักษณะเด่นชัดเมื่อมองที่สัน ซึ่งก็คือจะเห็นเป็นกระจก2แผ่น และมีฟิล์มอยู่ระหว่างกลาง
 
สิ่งที่สาคัญอีกประการของกระจกลามิเนตก็คือ เราสามารถนำกระจก A/N , H/S หรือ T/P มาประกบก็ได้ แล้วแต่รูปแบบการใช้งาน ดังนั้นถ้าเราพูดว่ากระจกลามิเนต 12มม โดยไม่ระบุอะไรเพิ่มเติม เราก็จะได้กระจก A/N ใส 6มม + 0.38มม PVB ใส + A/N ใส 6มม อันเป็นรูปแบบที่ราคาถูกที่สุด สาหรับการพูดลอยๆ ถึง กระจกลามิเนต 12มม.
 
 
กระจกลามิเนต
 
ดังนั้นเวลาระบุสเปคกระจกลามิเนตต้องเขียนแจกแจงให้ครบถ้วนว่าใช้กระจกอะไรสีอะไรหนาเท่าไหร่ประกบ ด้วยฟิล์มอะไรสีอะไรหนาเท่าไหร่ ประกบกับ กระจกอะไรสีอะไรหนาเท่าไหร่ ยืดยาวกันพอสมควรถึงจะระบุกระจกที่เราต้องการได้ชัดเจนจริงๆ ตัวอย่างเช่น:
 
กระจก A/N ใส 6มม. + ฟิล์มใส PBV 0.76มม. + กระจก A/N เขียว 6มม.
 
(ทางช่างจะเรียกสั้นๆว่า 6+6เขียวใส แต่เราต้องชัดเจนด้วยตัวเองก่อนว่า กระจกลามิเนตของเราประกอบด้วยอะไรบ้าง)
 
กระจก T/P ใส 8มม. + ฟิล์มฝ้า PVB 0.38มม. + ฟิล์มใส PBV 1.14มม. + กระจก T/P ใส 8มม.
 
(ทางช่างจะเรียกสั้นๆว่า เทมเปอร์ 8+8 ฟิล์มฝ้า แต่เราต้องชัดเจนด้วยตัวเองก่อนว่า กระจกลามิเนตของเราประกอบด้วยอะไรบ้าง)
 
ถ้าเป็นกระจกเทมเปอร์ก็ระบุให้ชัดเจนว่า :
 
กระจก T/P ใส หนา 12มม.
 
กระจก T/P เขียว หนา 6มม.
 
เขียนมายืดยาวถึงลักษณะทางกายภาพของกระจกนิรภัยทั้ง 2 ประเภท เมื่อย้อนกลับมาเขียนถึงลักษณะความปลอดภัยของการเลือกใช้ก็มีให้พิจารณากันแค่ว่า ถ้ามันแตกมันจะแตกเพราะอะไร แล้วคุณอยากให้มันแตกแบบไหน
 
ถ้าคุณใช้กระจกนิรภัยในที่ๆ อยู่ในระดับสูงๆ กระจกลามิเนตน่าจะเหมาะกว่า เพราะกระจกเทมเปอร์เวลาแตกจะแตกเป็นชิ้นๆ ร่วงลงมา อาจเป็นอันตรายต่อคนข้างล่างได้ ในบางประเทศ มีการระบุให้งานกระจกที่ติดตั้งที่ระดับสูงกว่าหัวคน ต้องใช้เป็นกระจกลามิเนต แต่ในขณะเดียวกันกระจกเทมเปอร์ก็มีความแข็งแรงมาก แตกยากกว่าเมื่อเทียบกันที่ความหนาเท่ากัน
 
สรุปสั้นๆก็คือ การเลือกใช้กระจกนิรภัยT/Pหรือกระจกนิรภัยลามิเนตต้องพิจารณา จากรูปแบบการใช้งานของกระจกประกอบกับคุณสมบัติที่ต่างกันของกระจกทั้ง2ประเภท เป็นกรณีๆไป
 
 
ในบางอาคารมีการใช้กระจกลามิเนตในกระจกประตูบานเปลีอย
 
 

About the Author

บอม สถาปนิกบริษัทรับออกแบบติดตั้งกระจก ผู้หลงเสน่ห์กระจกในงานโครงสร้างมีดีไซน์ จะพาเราไปรู้จักโลกของกระจก และเรื่องราวอื่นๆ ที่เกี่ยวกับบ้าน ทักทายคุณบอมได้ที่ http://www.facebook.com/ArchitecturalGlassDetailer?fref=ts