Rolls Royce ของไม้เอ็นจิเนียร์
ฟัง พุทธธรรม ชุด
Furniture
ลงโฆษณา
พระไตรปิฎกเสียง คลิก

คอนโดมิเนียมจัดวางอย่างไร? ให้ห้องน่าอยู่

07 Jun 2013 - ศศิศธรธ์

           ที่อยู่อาศัยนับว่าเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการดำรงชีวิต  และในยุคสมัยที่มีความเจริญเติบโตก้าวหน้าของสังคมเมือง และอัตราการเพิ่มของจำนวนประชากรที่มีเพิ่มขึ้น  และส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงานมากขึ้น ทำให้ที่อยู่อาศัยภายในเมืองมีความต้องการมากขึ้น และด้วยพื้นที่ที่มีจำกัด จนแทบไม่มีพื้นที่สีเขียวหลงเหลืออยู่แล้ว ทำให้ที่อยู่อาศัยในเมืองกลายเป็นแท่งตึกสูงๆ มีพื้นที่จำกัด และราคาต่อตารางเมตรก็มีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี  จำได้ว่าเมื่อสัก 8ปีที่แล้ว เคยมีลูกค้ามาจ้างให้ออกแบบ ตกแต่งคอนโดมิเนียม บริเวณสุขุมวิทและทองหล่อ เลยแอบถามว่าเค้าขายกันตารางเมตรละเท่าไรค่ะ?  ลูกค้าบอกว่าเขาซื้อมาราคา ตารางเมตรละ 40,000นิดๆ ตอนนั้นก็ว่า ราคาแพงแล้ว และราคาก็ขยับเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ยิ่งติดแนวรถไฟฟ้า ก็ไม่ต้องพูดถึง ราคาสูงมากจนบางทำเล ราคาสูงถึง 150,000 ต่อตารางเมตรเลยทีเดียว

           แต่ความต้องการที่จะเป็นเจ้าของคอนโดเหล่านั้นก็ไม่ได้ลดลง และมีให้เลือกกันมากมายหลายทำเล และห้องก็มีให้เลือกกันมากมายหลายขนาด เช่น แบบห้องเดี่ยว (Studio), แบบ1ห้องนอน (1Bedroom), แบบ2ห้องนอน (2Bedroom) หรือแบบ 2 ชั้นที่เรียกกันว่า (Duplex)  แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่ต่างกัน คือ ขนาดเล็กลงเรื่อยๆ และพื้นที่ก็มีจำกัด ในขณะที่ราคาก็สูงขึ้นเรื่อยๆ  

          ในขณะเดียวกันเจ้าของห้องส่วนใหญ่ก็มีความกังวลเกี่ยวกับพื้นที่ภายในห้อง กลัวว่าจะแคบและอึดอัด อีกทั้งกลัวว่า พื้นที่จะไม่พอเก็บของ ประโยชน์ใช้สอยจะไม่เพียงพอต่อความต้องการ แต่สิ่งที่กังวลเหล่านี้ ไม่เป็นปัญหาสำหรับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ ในพื้นที่จำกัด  เพื่อแต่ให้เรารู้ว่า ในชีวิตประจำวัน  เราใช้ชีวิตอย่างไร?  มีความต้องการพื้นที่อย่างไร?  โดยเราค่อยๆเรียงลำดับชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ตื่นนอน  จนกระทั่งเราเข้านอนว่าเราใช้พื้นที่อย่างไร?  อาจจะเขียนเป็นแบบ Mind map เกี่ยวกับพฤติกรรมของเราเพื่อเชื่อมโยงความต้องเฟอร์นิเจอร์ โดยเริ่มจากการเขียนแผนพฤติกรรมของผู้ใช้ก่อน  งั้นเรามาลองเขียนดูนะคะ  เจ้าของห้องนี้เป็น คุณหมอศัลยกรรม หนุ่มโสดค่ะ  มีชีวิตประจำวันดังนี้ค่ะ

          จากนั้นเราก็นำพฤติกรรมการใช้งานมาเชื่อมโยงเฟอร์นิเจอร์ที่เราต้องการใช้งานภายใน คอนโดของเราเพื่อให้ทราบถึงความต้องการในเฟอร์นิเจอร์อย่างแท้จริงและเหมาะสมกับความต้องการของเจ้าของห้องและผู้ใช้งานอย่างแท้จริงเราลองมาดูว่าเมื่อเราเชื่อมโยงพฤติกรรมเข้ากับเฟอร์นิเจอร์แล้วจะเป็นอย่างไร

          จะเห็นได้ว่าถ้าในการแต่งตัว เฟอร์นิเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตัวคือตัวเสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง กระจกเงา ในการทำงานก็ต้องมี โต๊ะ และเก้าอี้ ถ้าในกรณีพื้นที่จำกัดเราสามารถใช้พื้นที่ของโต๊ะทานอาหารได้ เพราะสัดส่วนความสูงของโต๊ะและเก้าอี้ทานอาหารนั้น เป็นสัดส่วนเดียวกับโต๊ะและเก้าอี้ทำงาน  

          ส่วนในกิจกรรมการพักผ่อนเช่น นอนเล่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ เฟอร์นิเจอร์ที่รองรับกิจกรรมเหล่านี้คือ เก้าอี้นั่งสบาย หรือจะเป็นโซฟา  ชั้นวางหนังสือ แผงติดตั้งโทรทัศน์ หรือเฟอร์นิเจอร์สำหรับวางชุดเครื่องเสียง เป็นต้น

          เมื่อเราทราบถึงความต้องการในเฟอร์นิเจอร์แล้วเราจะจัดวางมันอย่างไร ? คำถามนี้ดูเหมือนง่าย แต่สำหรับพื้นที่ๆ จำกัดแล้วมันไม่ง่าย แต่มันก็ไม่ยาก เพียงแต่เราต้องใช้พื้นที่นั้นให้คุ้มค่าและมากด้วยประโยชน์ใช้สอย ฉะนั้นเฟอร์นิเจอร์ที่แก้ปัญหาของพื้นที่ ที่มีจำกัดได้ดีและตอบสนองพฤติกรรมการใช้สอยอย่างตรงจุด คงหนีไม่พ้นเฟอร์นิเจอร์ติดตาย(Built-in) เพราะสามารถยึดติดในพื้นที่นั้นๆ ได้อย่างพอดี และในพื้นที่คอนโด ยิ่งเดี๋ยวนี้ราคาต่อตารางเมตรมีราคาสูงมาก เพราะฉะนั้น สิ่งที่สำคัญคือใช้มันให้คุ้มที่สุด ถ้าในบางพื้นที่เราอาจทำตู้ให้สูงชนเพดานเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของให้มาขึ้น  ส่วนบางคนอาจจะเป็นคนขี้เบื่อก็ไม่ต้องกังวลกับเฟอร์นิเจอร์ติดตายเหล่านี้ เราพยายามเลือกให้เรียบ ไม่ฉูดฉาด และเลือกใช้ที่ทำมาจากวัสดุที่ดี และคงทนเหมาะกับสภาพภูมิอากาศบ้านเรา และค่อยไปแต่งกับเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว หมอนผ้าหุ้มเฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน รูปภาพให้มีสีสัน เพราะสิ่งเหล่านี้ มีอายุการใช้งาน และสามารถเปลี่ยนได้บ่อยๆ

          มาเริ่มการจัดวางเฟอร์นิเจอร์กัน เริ่มจากทางเข้าคอนโด ผนังด้านข้างประตูจะมีผนังที่เว้าเข้าไป บริเวณนั้นเราจะใส่เป็นตู้เก็บของและตู้ใส่รองเท้า ส่วนครัวและพื้นที่เตรียมอาการเป็นส่วนที่แถมมาพร้อมกับคอนโด เพราะฉะนั้นส่วนที่ต้องต่อเนื่องดังกล่าวก็ต้องเป็นส่วนรับประทานอาหาร เนื่องจากเจ้าของห้อง(คุณหมอ) เป็นคนชอบนำงานกลับมาทำที่บ้านและมีเอกสารค่อนข้างเยอะ และเป็นคนชอบอ่านหนังสือ มีหนังสือมาก  เราเลยออกแบบให้โต๊ะอาหารมีขนาดใหญ่และมีชั้นหนังสืออยู่ด้านข้าง ส่วนพื้นที่ถัดไปอยู่ติดประตูออกไประเบียงบานใหญ่ ช่างเหมาะเป็นมุมที่ใช้พักผ่อนอย่างยิ่ง จึงออกแบบให้มุมนี้เป็นมุมพักผ่อน ดูหนัง ฟังเพลง นอนเล่นในช่วงเวลาสั้น อ่านหนังสือ เล่น Internet เป็นต้น

         ส่วนพื้นที่ในห้องนอนเป็นห้องสำหรับพักผ่อน และคุณหมอต้องการพักผ่อนจริง ในห้องนอนจึงมีเพียงแค่เตียงและโต๊ะสำหรับวางของเพียงเล็กน้อย บริเวณข้างเตียง แต่การออกแบบเตียงก็แฝงพื้นที่ใช้สอยลงไปโดยออกแบบให้มีลิ้นชักด้านล่างสำหรับเก็บของ เช่นผ้าปูที่นอน  ปลอกหมอนเป็นต้น

         พื้นที่ข้างห้องน้ำเป็นพื้นที่ ที่ถูกจำกัดมาให้เป็นส่วนแต่งตัว  ในห้องนี้คุณหมอมีความต้องการพื้นที่สำหรับเก็บเสื้อผ้าและกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ค่อนข้างมาก เลยออกแบบพื้นที่มีอยู่ให้เป็นตู้เสื้อผ้าสูงเต็มพื้นที่ เพื่อสามารถจัดเก็บของทั้งหมดได้อย่างเพียงพอ

         หลังจากที่เราได้แปลนการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ของห้องแล้ว เราก็ดูว่าเฟอร์นิเจอร์ส่วนไหนควรเป็นเฟอร์นิเจอร์ติดตาย(Built-in Furniture) หรือว่าเฟอร์นิเจอร์ชนิดไหนควรเป็นเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว  เนื่องจากว่าพื้นที่ของคอนโด เป็นพื้นที่ที่มีขอบเขตจำกัด บางครั้งเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวบางอย่างอาจจะไม่สามารถจัดวางในพื้นที่นั้นๆ ได้ หรือถ้าได้ประโยชน์ใช้สอยก็จะไม่ได้ตามความต้องการ เมื่อเป็นเช่นนั้นเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสมควรจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ติดตาย (Built-in Furniture) เช่น ตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บของ  ชุดครัว ตู้ลอยเหนือเครื่องซักผ้าและตู้เย็น ตู้รองเท้า หรืออาจรวมถึงตู้ชุดโฮมเธียเตอร์  ในกรณีที่พื้นที่มีจำกัดไม่สามารถซื้อเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูป

         การออกแบบ และการเลือกดีไซน์  เรื่องนี้จะเป็นความชอบส่วนตัวของเจ้าของห้อง หรือผู้อาศัยร่วม ซึ่งมีหลายหลายสไตล์ เช่น Modern, Contemporary, minimal style, Loft, Classic สามารถเลือกมาใช้ในการออกแบบตกแต่งได้ แต่สิ่งสำคัญกว่ารูปแบบหรือสไตล์แล้ว คงหลีกหนีการจัดวางที่เหมาะสมไม่กีดขวางทางสัญจร หรือทางเดิน   เพราะมิเช่นนั้นแล้วห้องของเราคงอึดอัด และดูเล็กลง

        ทางเดินหลักควรมีความกว้างไม่น้อยกว่า 1.00เมตร ส่วนทางเดินรองควรมีความกว้างอย่างน้อย 0.80 เมตร และพื้นที่ส่วนตัวของเรา (หมายถึงพื้นที่ทางเดินคนเดียว) ต้องไม่น้อยกว่า 0.60เมตร เช่น พื้นที่ทางเดินระหว่างเตียงกับกำแพงเป็นต้น

        สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ต้องคำนึงถึงคือสัดส่วนของเฟอร์นิเจอร์ต้องมีความเหมาะสมกับสัดส่วนของมนุษย์ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ก็ถือว่าค่อนข้างยากพอสมควรสำหรับคนที่ไม่ได้เรียนมาเฉพาะทาง แต่ก็สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากหนังสือ Human Dimension & Interior Space แล้วมันสำคัญอย่างไร? ก่อนอื่นต้องยอมรับก่อนว่าเฟอร์นิเจอร์ถูกออกแบบและสร้างขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์ใช้งาน เพราะฉะนั้นมันต้องตอบสนองกับสัดส่วนและร่างกายของมนุษย์ เช่น ความสูงของเก้าอี้จากพื้นถึงที่นั่ง ก็จะมีความสูงเท่ากับจากพื้นถึงเข่าของมนุษย์ ซึ่งความสูงจะอยู่ที่ประมาณ  42-45 เซนติเมตร หรือความกว้างของตู้เสื้อผ้าต้องมีขนาดไม่น้อยกว่าไหล่ของมนุษย์ ซึ่งอยู่ประมาณ 50-55เซนติเมตร เพราะฉะนั้นภายในของตู้เสื้อผ้าต้องมีความกว้างอยู่ที่ 55-60เซนติเมตร เพื่อให้ใส่เสื้อผ้าได้ เป็นต้น 

        การเลือกโทนสีและแสงของไฟก็มีส่วนทำให้ห้องดูกว้างและสว่างได้ ซึ่งเราได้เรียนรู้กันไปแล้วในบทความก่อนหน้านี้  จะเห็นว่าการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในคอนโดนั้น ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ใช้องค์ประกอบหลายๆ ส่วนเข้าด้วยกันไม่ใช่ แค่เรื่องความชอบโดยส่วนตัวเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายปัจจัยตามที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้น

        ลองมาดูห้องของคุณหมอกัน เป็นห้องแบบ 1 ห้องนอน พื้นที่ประมาณ 40 ตารางเมตร คุณหมอชอบงานออกแบบ Contemporary Style เป็นงานออกแบบที่ดูอบอุ่น เรียบๆ แต่งแฝงไปด้วยประโยชน์ใช้สอย และชอบไม้สีอ่อน หลังจากที่ได้คุยกันถึงการใช้งานเบื้องต้น และรูปแบบของสไตล์แล้ว เราจึงได้ออกแบบห้องคุณหมอออกมาแบบนี้

ภาพ พื้นที่ภายในห้องบริเวณตำแหน่งเครื่องซักผ้า

       ช่องวางบริเวณทางเข้าเราทำเป็นตู้สำหรับใส่รองเท้าและเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด โดยการออกแบบหน้าบานให้เป็นบานเกล็ดเพื่อระบายอากาศ และทำเป็นสีพ่นขาวเพื่อให้กลมกลืนกับผนัง  และติดกระจกบานยาวเพื่อทำให้ห้องดูกว้างขึ้นและ ใช้สำรวจความเรียบร้อยของตัวเองก่อนออกจากห้อง

Dining area

       โต๊ะอาหารขนาดใหญ่ที่เป็นมากกว่าโต๊ะอาหาร  ซึ่งคิดว่าเป็นมุมที่คุณหมอใช้ชีวิตประจำวันอยู่มุมนี้มากที่สุด  ไม่ได้หมายความว่าคุณหมอจะนั่งทานอาหารทั้งวันหรอกนะคะ  แต่เนื่องจากคุณหมอจะนำงาน และเอกสารมาทำต่อที่บ้านเสมอ เลยเป็นมุมโปรดสำหรับการนั่งทำงาน และอ่านหนังสือ การออกแบบจึงเพิ่มโคมแขวนเพื่อเพิ่มแสงสว่างให้เพียงพอต่อการทำงานและอ่านหนังสือ ส่วนตู้ด้านข้างจะเป็นตู้หนังสือที่มีส่วนของบานปิด สำหรับหนังสือที่ไม่ค่อยได้ใช้ประจำ และมีช่องโล่งสำหรับหนังสือที่ใช้บ่อย และเรายังเพิ่มการออกแบบบานเลื่อนกระจกเงาสีเทาดำ เพื่อช่วยเพิ่มการกระจายแสงของโคมไฟให้สว่างขึ้น และเพื่อช่วยทำให้ห้องดูมิติ และดูกว้างขวางขึ้น และทางเดินที่ปล่อยพื้นที่ระหว่างขอบโต๊ะอาหารและผนังเราเว้นไว้ กว้าง 80 เซนติเมตร ซึ่งสามารถเดินได้อย่างสบาย   ส่วนกำแพงด้านข้างก็รูปภาพ ที่ชื่นชอบเพื่อเพิ่มสีสัน ให้กับบรรยากาศภายในห้อง

Living area

       เป็นอีกมุมที่คุณหมออยากมีโซฟาที่นั่งสบาย นุ่มและรองรับกับสรีระ และเหมาะกับการพักผ่อนในการดูหนัง  ฟังเพลง อ่านหนังสือที่ชื่นชอบ เล่น Internet และ เป็นที่นอนระหว่างวัน  มีที่เก็บหนังสือ และที่เก็บของจุ๊กๆจิ๊กๆ  เราเลยออกแบบผนังที่ติดทีวีให้ผสมผสานกับชั้นหนังสือ โดยทำแบบเปิดโล่ง เพื่อสามารถโชว์ของได้ และยังเก็บหนังสือและแผ่นซีดีได้อีกด้วย ส่วนผนังได้ออกแบบให้มีการซ่อนสายไฟไม่ให้รุงรัง ดูรก และวางตำแหน่งในการติดตั้งทีวีให้เมาะสมกับการนั่งและนอนดูอยู่บนโซฟา

Master Bedroom

       ห้องนอนสำหรับคุณหมอแล้วเป็นห้องที่ต้องการพักผ่อนจริงๆ ภายในห้องจึงไม่มีอะไรมากนอกเตียงนอนและโต๊ะข้างเตียงที่สำหรับวางโทรศัพท์มือถือ และหนังสือที่อ่านก่อนนอน แต่สิ่งที่ขอเป็นพิเศษคือพื้นที่ที่สามารเก็บของได้ เราจึงออกแบบให้เตียงมีลิ้นชักเพื่อสามารถเก็บผ้าปูที่นอน และปลอกหมอนได้ ส่วนหัวเตียงซ่อนไฟเพื่อเปิดไฟก่อนนอนสำหรับอ่านหนังสือได้ และยังสามารถวางของเล็กๆ น้อยๆ ได้  ส่วนแผงหัวเตียงออกแบบให้เป็นผนังหุ้มผ้าเพื่อใช้เป็นฉนวนกันเสียงเพราะกำแพงหัวเตียงนั้นติดกับห้องข้างๆ เพื่อลดเสียงรบกวนขณะเวลานอนพักผ่อน และด้านข้างของผนังหุ้มผ้ายังออกแบบให้ติดกระจกเงาสีเทาดำ เพื่อเพิ่มมิติของห้องให้ดูกว้างขวางขึ้น  แต่ขณะเดียวกันก็ลดเงาสะท้อนด้วยแผงไม้ฉลุลาย เป็นการแก้ปัญหาเงาสะท้อน และยังทำให้ให้ดูมีดีไซน์อีกด้วย

       การออกแบบที่อยู่อาศัย ไม่เพียงแต่คำนึงถึงความสวยงามแต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงพฤติกรรมการอยู่อาศัย และ การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะสมกับพื้นที่อีกด้วย  เพียงเท่านี้เราก็จะรู้สึกมีความสุขกับพื้นที่ ที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับตัวเรา เราจะไม่รูสึกว่าห้องนี้เล็กหรือแคบอีกต่อไป

      “ขณะนี้ห้องคุณหมอกำลังตกแต่ง เอาไว้เสร็จแล้วจะถ่ายรูปห้องจริง จากสถานที่จริงมาฝากนะคะ”

About the Author

ศศิศธรธ์ อินทีเรียร์สาวที่มาพร้อมเสียงหัวเราะ จากบริษัทพลกวี ดีไซน์ กรุ๊ป มาเผยเคล็ดลับแต่งบ้านและงานออกแบบให้ได้ดูกัน แวะดูผลงานเธอได้ที่ www.phonkaveedesign.com

Comments

ศศิศธรธ์'s picture

เรื่องเล่าจากครั้งที่แล้ว>>>> ตอนนี้ห้องคุณหมอเสร็จเรียบร้อยแล้ว เลยถือโอกาสเข้ามาอัพเดทให้ดูกัน มีเรื่องราวต่างๆ มาเล่าให้ฟังด้วย

 

ภาพถ่ายจริงจากมุม dining ของห้อง ลองเทียบกับภาพ perspective ที่ทำไว้ 

 

เริ่มกันจากทางเข้ากันเลย ตู้อเนกประสงค์ (มองเห็นกันมั้ย ด้านซ้ายของภาพที่เป็นตู้สีขาวๆ อยู่ติดกับประตูห้องพอดี )  เป็นตู้หนึ่ง ที่คุณหมอบอกว่า คิดไม่ผิดเลยที่มีมัน เพราะว่าเก็บได้ทุกอย่างจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเดินทางของคุณหมอที่ใบใหญ่มากๆ เครื่องมือช่างสำหรับงานซ่อมแซมเล็กๆน้อยๆ  รองเท้า อุปกรณ์ทำความสะอาด  เมื่อปิดบานตู้แล้วก็ยังดูเป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนเดิม และยังมีกระจกเอาไว้เช็คความเรียบร้อยก่อนออกจากบ้านอีกด้วย

เหนือเครื่องซักผ้าด้านบน เป็นกล่องเมนท์ไฟของห้อง จัดการทำตู้ซ่อนซะมิดเลย แล้วก็เพิ่มราวแขวนผ้าใต้ตู้สำหรับแขวนผ้า ก่อนที่จะซักหรือจะตากผ้าในวันที่ฝนพร่ำก็ได้ 

 

 

ส่วนชุดโต๊ะอาหารนี้เป็นความกังวลเล็กน้อยของเจ้าของห้อง กลัวว่ามันจะใหญ่เกินไปจนอึดอัด แต่ถ้าเรารู้จักจัดวางพื้นที่ ให้เหมาะสมกับ Human Dimension (สัดส่วนของมนุษย์) ใครยังงงๆ เรื่องสัดส่วนของมนุษย์ เลื่อนกลับขึ้นไปดูข้างบน)  จึงทำให้โต๊ะอาหารชุดนี้ออกมาพอเหมาะพอเจาะกับขนาดห้อง  ที่สำคัญ เป็นพื้นที่ที่คุณหมอใช้งานมันมากที่สุดด้วย นอกจากจะเป็นโต๊ะอาหารแล้วยังกลายเป็นโต๊ะทำงานตัวโปรดของคุณหมอไปแล้ว

 

 ตามด้วยเก้าอี้เจ้าปัญหา  ว่าควรจะมีมันอยู่ในห้องนี้หรือเปล่า เพราะกลัวว่าจะใหญ่ไป จะนั่งไม่สบาย แต่ด้วยความไว้วางใจของเจ้าของห้องที่มีต่อผู้ออกแบบ(มัณฑนากร) เลยทำให้ม้านั่งตัวนี้ได้มาอยู่ภายในห้องนี้ และเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นโปรดของเจ้าของห้องไป เพราะสามารถวางของที่ใช้ในการทำงานไว้ข้างตัวได้ ทำให้พื้นที่ของโต๊ะอาหารเพิ่มขึ้น มีพื้นที่ทำงานเพิ่มขึ้น  และยังสามารถเปลี่ยนท่าทางการนั่งได้ตามสะดวกอีกด้วย 

 

มาถึงตู้เก็บหนังสือดูบ้าง เป็นตู้อีกใบที่เจ้าของชอบมาก เพราะเป็นคนรักการอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ ทำให้คุณหมอมีหนังสือค่อนข้างมาก ก็เลยต้องการพื้นที่สำหรับเก็บหนังสือที่รัก ทางเราเลยออกแบบให้อยู่ใกล้มุมทำงานและพักผ่อน เพื่อความสะดวกในการใช้งาน พร้อมเพิ่มบานเลื่อนเพื่อปิดบังชั้นใส่หนังสือ หรือเอกสารบางอย่างที่ไม่ค่อยสวยงาม และกระจกเงายังช่วยสะทอนแสงให้ห้องดูสว่างและกว้างขึ้นอีก

 

 

ลองมาดูห้องรับแขกกันบ้าง กับ Sofa ตัวใหญ่ที่สามารถใช้แทนเตียงนอน ยามเมื่อมีแขกมาเยี่ยมและพักค้างคืนด้วย และจะเป็นที่นอนเล่น (บางครั้งก็นอนจริง) ของเจ้าของห้อง ในเวลากลางวัน หรือหลังเลิกงาน ใช้สำหรับนอนฟังเพลง ดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือ เล่น Internet ฯลฯ 

 

ชุดโฮมเธียเตอร์ บนชั้นวางอเนกประสงค์ เปลี่ยนมุมนี้ให้เป็นโรงหนังส่วนตัวได้เลยทีเดียว

 

เดี๋ยวเราไปแอบดูห้องนอนกันว่าในห้องนอนตกแต่งอย่างไร ตอบสนองความต้องการอย่างไรบ้าง

ศศิศธรธ์ อินทีเรียร์สาวที่มาพร้อมเสียงหัวเราะ จากบริษัทพลกวี ดีไซน์ กรุ๊ป มาเผยเคล็ดลับแต่งบ้านและงานออกแบบให้ได้ดูกัน แวะดูผลงานเธอได้ที่ www.phonkaveedesign.com

ศศิศธรธ์'s picture

มาดูห้องนอนกันต่อ...

 

มีไฟซ่อนบริเวณหัวเตียง มีความสว่างเพียงพอสำหรับอ่านหนังสือได้ และยังไม่รบกวนสายตา ผนังกรุหัวเตียงเป็นผนังป้องกันเสียง และมีทั้งวัสดุที่ ป้องกันและดูดซับเสียง ผ้าม่านช่วยป้องกันแสงแดด และความร้อนในตอนกลางวัน แต่ยังช่วยป้องกันเสียงลมที่เข้ามาปะทะกับหน้าต่างในตอนกลางคืน เนื่องจากห้องอยู่บนคอนโดสูงชั้น 27 จึงทำให้มีเสียงวี้ๆ เข้ามาในช้องหน้าต่าง รบกวนการนอน 

 

 ตู้เสื้อผ้าที่มีช่องเก็บของ ราวแขวนผ้าที่ตอบสนองการใช้งานเจ้าของห้อง ทำให้มีที่เก็บทั้งผ้าพับ ผ้าแขวน ชุดชั้นใน ชุดกีฬา ฯลฯ  และด้านบนสุดของตู้ยังสามารถเก็บกระเป๋าเดินทางและ ผ้าห่มได้อีกด้วย

สำหรับเจ้าของห้อง หรือเจ้าของบ้าน ที่ต้องจะตกแต่งบ้านนั้น  เราขอแนะนำให้เล่าชีวิตประจำวัน และความต้องการในด้านต่างๆ อย่างละเอียดให้มัณฑนากร รับทราบ เพื่อเขาจะได้นำไปออกแบบให้ได้ตรงใจ และตรงการใช้งาน พร้อมทั้งซักและถามข้อสงสัย ที่มีต่อการออกแบบอย่างละเอียดก่อนที่จะลงมือสร้าง เพื่อให้เข้าใจตรงกันว่าเขาได้ออกแบบตามความต้องการของคุณหรือเปล่า และคุณจะได้บ้านที่คุณแสนรัก และประทับใจเหมือนคุณหมอได้เช่นกัน 


ศศิศธรธ์

ศศิศธรธ์ อินทีเรียร์สาวที่มาพร้อมเสียงหัวเราะ จากบริษัทพลกวี ดีไซน์ กรุ๊ป มาเผยเคล็ดลับแต่งบ้านและงานออกแบบให้ได้ดูกัน แวะดูผลงานเธอได้ที่ www.phonkaveedesign.com