Rolls Royce ของไม้เอ็นจิเนียร์
ฟัง พุทธธรรม ชุด
Furniture
ลงโฆษณา
พระไตรปิฎกเสียง คลิก

07 ดีฟาร์ม ::: ดินดีๆ นั้นทำยาก ตอนที่ 1

27 Oct 2012 - nookikos
ดีฟาร์ม ดินดี

ระหว่างที่ปล่อยให้ทีม Landscape จัดการทำการบ้าน ศึกษา และ งานออกแบบ ฉันก็เริ่มทำงานเกี่ยวกับงานเกษตรทันที

ตอนนี้เรื่องงานเกษตร  ฉันไม่มีผู้ช่วย ไม่มี back up ไม่มีฐานความรู้ ไม่มีเส้นอีกต่อไป ..... ฉันต้องเดินด้วยตัวฉันเอง

 

ภาระกิจแรกที่ต้องทำ คือ เรื่อง "ดิน"

 

ฉันย้อนคิดบทสนทนาระหว่างพ่อกับฉัน

พ่อ :      “หากดินดี เราเพาะปลูกอะไร พืชผลของมันก็จะดีนะลูก ลูกต้องทำความรู้จักกับดินบนที่ของเรา และ จะรู้ว่าจะบำรุงดินให้ดีได้อย่างไรให้เหมาะ สมบูรณ์ มีประสิทธิผล มากที่สุด”

นุก :      “คะ”

พ่อ :      “และลูกรู้ไม๊ว่าสุดยอดของปุ๋ย คือ อึและฉี่ของไส้เดือน …. นี่ไง”

นุกคิด : “จะให้นุกเลี้ยงไส้เดือนนี่นะพ่อ นุกแค่เห็นก็หยึยยยยย แหยะ”

พ่อหยิบขวดแก้วที่มีดินร่วนๆ สีดำเข้มให้ดู และ พูดต่อว่า

พ่อ :      “นี่ไงลูก ชั้นหนึ่งเลย”

นุก :      “โอเค ซื้อที่ไหนอ่ะพ่อ นุกซื้ออย่างนี้มาใช้เลยละกัน ไม่ต้องเลี้ยงนะ”

 

 

ภาพและบทสนทนานั้นมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าในมโนภาพของฉัน ในทุกๆ ครั้งที่กำลังจะไปติดต่องาน  หรือ ระหว่างทำงาน หรือ เสร็จภาระกิจ เกี่ยวกับเกษตรเบื้องต้นของฉัน นั่นเป็นสาเหตุให้ฉันมุ่งไปที่การศึกษาเรื่องดิน ทำอย่างไรให้ฉันรู้ว่าดินฉันเป็นอะไร นิสัยอย่างไร ชอบอะไร เหมาะกับอะไร จะปรับปรุงดินให้ดีได้อย่างไร เพราะ เป้าหมายของฉัน คือ “ทุกพื้นที่การเพาะปลูกใน ดีฟาร์ม ดินทุกตารางนิ้วจะต้องดีที่สุด ที่สุด ที่สุด” 

แต่วันนี้ … ความรู้ของดินนั้นฉันมีความรู้ = 0

อย่าบอกนะ ว่าดินเรื่องง่ายๆ เราเหยียบอยู่ทุกวัน คือว่าสำหรับฉันนันมันไม่ง่ายเลย ชีวิตมันไม่เคยติดดินเอาซะเลย อยู่บนปูน กระเบื้องหิน มากกว่าดินซะอีก

การเริ่มต้นของฉัน คือ การอ่านหนังสือ ในเน็ต และ พบว่าสถานที่ๆ ต่อไปที่จะให้แนวทางฉันได้คือ “สำนักพัฒนาที่ดิน” ฉันก็ได้กด navigator บนรถฉันว่า “พัฒนาที่ดิน” เชื่อไม๊มันพาฉันไปผิดที่!!! ไปในซอยแคบๆ และ พบแต่นาเปล่าๆ ผืนหนึ่ง และ ฉันก็เลือกตัวเลือกที่ 2 บนจอ ซึ่งอยู่ไม่ห่างนักจากที่แรก ตรงเป๊ะ … navigator ได้นำไปสู่ประตูของสำนักงาน ที่ฉันมองเข้าไปอย่างมีความหวัง

 

ฉันก้าวเข้าประตูไป พบกับเจ้าหน้าที่หน้าตางงๆ กับสภาพของฉัน (ที่ไม่รู้ว่าเขาคิดว่าฉันสวย หรือ แปลกก็ไม่รู้) แต่ฉันก็มุ่งไปด้วยคำถามว่า

นุก : ดิฉันเป็นเกษตรกรใหม่คะ มีที่ดินที่ต้องการเปลี่ยนเป็นอินทรีย์ ต้องการคำแนะนำ และ ความช่วยเหลือคะ

เจ้าหน้าที่ 1 : รอสักครู่คะ

 

และ ก็มีเจ้าหน้าที่เด็กๆ อีกคนหนึ่งเดินมาเชิญฉันนั่งที่โซฟารับแขกด้านหน้า

เจ้าหน้าที่ 2 ไม่พูดร่ำทำเพลง นำแฟ้มพรีเซ็นเทชั่น และ ซองอีก 7 ซองวางตรงหน้าฉัน และ อธิบายอย่างยาวเกี่ยวกับ พ.ด. ประมาณ 15 นาทีได้

 

นุก        : ขอโทษมากๆ นะคะ เริ่มจาก พ.ด. ย่อมาจากอะไรคะ

เจ้าหน้าที่ 2 : (@@) ก็ไม่ทราบเหมือนกันคะ

นุก : เออ … ไม่เป็นไรคะน้อง คือว่าพี่นะคะ ใหม่มากๆ ไม่มีความรู้เลย เริ่มจากพี่มาขอเรียนเรื่องดินแบบเบสิคก่อนเลย มี course สอนไม๊คะ?

เจ้าหน้าที่ 2 : เออ ….. รอสักครู่นะคะ

และน้องก็ได้หายไปราวครึ่งชั่วโมงในห้องปิดห้องหนึ่ง และ ออกมากับเจ้าหน้าที่อีกท่านหนึ่ง

เจ้าหน้าที่ 2 : พี่คุยกับคุณเก๋ดีกว่าคะ

คุณเก๋ : สวัสดีคะ

นุก :      สวัสดีคะ น้องเก๋ คือว่า พี่นะเป็นเกษตรกรใหม่ ไม่มีความรู้เรื่องดิน หรือ เกษตรอะไรเลย มีที่ดินอยู่ผืนหนี่ง และ อยากมาพัฒนาให้เป็นการเกษตรแบบอินทรีย์ พี่เชื่อว่าดินเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาดังนั้นพี่เลยอยากทราบว่า ที่ศูนย์พัฒนาที่ดินมี Course สอนพื้นฐานเกี่ยวกับดิน และ การบำรุงดินให้เป็นอินทรีย์ให้พี่ไม๊จ้ะ

คุณเก๋ : พี่สะดวกวันไหนคะ

นุก :      เออ …. คือ ทุกวันละจ้ะ

คุณเก๋ : รอสักครู่นะคะ

และคุณเก๋ ก็เข้าไปในห้องสักครู่จริงๆ และ ออกมานัดว่า

คุณเก๋ : “เป็นอาทิตย์หน้าเราเจอกัน จะมีสอนเรื่องดินให้ พี่เอา พ.ด. กลับไปด้วยไม๊คะ”

นุก :      “อืมมมมม …. ไม่ต้องหรอกจ้ะ พี่ยังไม่รู้จะเอามันไปทำอะไร อย่างไรอยู่ดี ขอบคุณมากๆ นะจ้ะ”

คุณเก๋ :  “เอาไปเถอะคะ ที่นี้เราแจกให้เกษตรกร เอาไปใช้บำรุงดิน เอาไปอ่านก่อนก็ได้คะ”

ฉันก็กลับไปพร้อมซอง พ.ด. ออกจากศูนยด้วยความดีใจที่สำเร็จไปก้าวหนึ่ง คือ เป็นที่ที่ใช่แล้วละ ที่เราหา

 

ถึงวันนัด

ฉันจัดสมุดโน๊ตที่ขอมาจากลูกสาวพี่ปุ้ย และ อุปกรณ์เรียนหนังสือเต็มยศ ออกมา เขียนหัวข้อวิชาให้ดูเก๋ ว่า “Creative Agriculture” ซึ่งฉันพยายามให้ตัวเองได้ feel เวลาเรียน จะได้เพลิดเพลิน และ พองๆ เสมือน กลับเป็นนักเรียนมัธยมอีกครั้ง (จริงๆ แล้วความรู้ด้านเกษตรอนุบาลด้วยซ้ำ)

พอไปถึง คุณเก๋ก็พาเข้าห้องประชุมที่นั่งประมาณ 10 ที่นั่ง และ พยายามเซ็ทจอโปรเจคเตอร์ที่นานๆ จะใช้สักที ฉันก็รอสัก 10 กว่านาที ถามว่า

นุก :      “รอนักเรียนอีกกี่คนคะ”

คุณเก๋ : “มีพี่นุกคนเดียวนะคะ”

นุก :     “ว๊าย เกรงใจจัง รอให้มีคนอื่น แล้วสอนทีเดียวก็ได้นะจ้ะ”

คุณเก๋ : “คือ ตั้งแต่เปิดศูนย์มาเกือบ 10 ปี เก๋ก็ทำมา 2 ปี มีพี่นุกเป็นนักเรียนคนแรกนะคะ”

นุก :      “(@@) โอเคจ้ะ เริ่มเลยก็ได้จ้ะ”

 

จากนั้นน้องเก๋ก็เริ่มสอนบน Powerpoint ร้อยกว่าหน้าอย่างรวดเร็ว ฉันก็รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องเยอะ แต่สรุปคือ

นุก :    “เก๋จ้ะ พี่ขอ file ที่หนูสอนพี่ทั้งหมดวันนี้เลยนะจ้ะ พี่จดไม่ทัน” (สันดานเดิม) และ พี่อยากเริ่มทำการตรวจสอบดินของที่ดินพี่เลยนะจ้ะ พอดีตอนนี้ข้าวเกี่ยวเกือบหมดแล้ว จะว่างช่วงนี้แหละ พี่เลยอยากเอาดินไปตรวจ ตรวจได้ที่ไหนจ้ะ ร้อนวิชาแล้วนี่”

คุณเก๋ :  “ส่งที่นี้เลยคะ เรารับตรวจ พี่นุกตามเก๋เลยคะ ต้องเอาฟอร์มไปกรอกด้วย”

นุกยิ้มหวานมากที่สุดและเดินตามไปที่ office ของคุณเก๋อย่างนอบน้อมมาก

คุณเก๋หยิบฟอร์ม 1 แผ่นพิมพ์หน้าหลัง ด้านหน้าเป็นฟอร์มกรอกข้อมูล และ ด้านหลังเป็นคำอธิบายการเก็บดินเพื่อการส่งตรวจ

คุณเก๋ได้ทำการอธิบายตามขั้นตอนต่างๆ ซึ่งจริงๆ มันก็ได้อธิบายในแผ่นนั้น เพียงแต่ฉันมีระดับความโง่ (ที่ละอายที่ต้องถามว่า)

นุก : เก๋จ้ะ พี่ขอถามคำถามทีน่าอายมากคือ

1)    ถุงที่จะเก็บดินนะ ขนาดไหน พี่จะหาซื้อที่ไหนจ้ะ?

2)    จอบนะขนาดไหนจ้ะ (เพราะในคำแนะนำบอกว่าขุดดินลึกเท่าจอบ)  

3)    การเก็บตัวอย่าง 1 ไร่ เอา 4 จุดนะจ้ะ พี่อยากให้หนูบอกเลยได้ไม๊จ้ะว่า ให้พี่เดินไปกี่ก้าวแล้วขุดนะ

มันไม่มีระบุในคำแนะนำนะจ้ะ

เก๋หยิบถุง และ จอบ มาให้ดู

นุก : “พี่ขอซื้อถุง และ จอบจากเก๋เลยได้ไม๊จ้ะ”

คุณเก๋ : “พี่นุกเอาไปเลยคะ และ เก๋จะให้เบอร์นักวิชาการดินให้พี่นุกโทรไปนะคะ เผื่อติดต่อให้เขาไปช่วยพี่นุกตอนเก็บตัวอย่างได้ และ เขาก็จะแนะนำหมอดินที่อยู่แถวที่ดินพี่นุกได้ด้วยนะคะ”

นุก :      “โห! ที่ดินพี่มีหมอดินด้วยเหรอจ้ะ?”

เก๋ :       “มีซิคะ มีทุกที่แหละคะ เรามีการเปิดอบรมให้เกษตรกรแต่ละอำเภอมาเรียน และ เป็นหมอดินให้คำปรึกษากับเกษตรกรท้องถิ่นคะ”

นุก :      “ขอบคุณมากจ้า แล้วพี่จะรีบมาส่งดินเลยนะจ้ะ สวัสดีคะ”

 

ประเทศไทยเรานี่ ช่างดีจริงๆ ช่วยเหลือเกษตรกรแบบครบมือเลยนะนี่ ดีใจจังที่ได้มาเป็นเกษตรกร ฉันมีหัวใจที่พองโตมากด้วยความหวัง และ รู้สึกว่างานแรกของฉันกำลังจะใกล้เป็นจริงแล้ว