Rolls Royce ของไม้เอ็นจิเนียร์
ฟัง พุทธธรรม ชุด
Furniture
ลงโฆษณา
พระไตรปิฎกเสียง คลิก

04 ดีฟาร์ม ::: Master Plan ตอนที่ 1

15 Oct 2012 - nookikos
ดีฟาร์ม

ตอนที่แล้ว (ตอนที่ 3) ต้องขออนุญาติวิชาการหน่อยๆ เพราะ ผู้อ่านจะได้เห็นภาพที่ฉันจะเล่าในตอนต่อๆ ไป จะอยู่ในเนื้อหาของการทำงานหลัก <Concept - To Do Lists - On the Job Training/Learning - Right Team - Money> ที่กล่าวไว้ในตอนที่แล้ว

เริ่มจากการวางแนวความคิด หรือ ภาพความคิดของโครงการ (Concept) ที่จะนำไปสู่ "งานชิ้นแรก" เพื่อเป็นแบบฉบับการทำงานต่อๆ ไปที่เรียกว่า "Master Plan" หรือ "ผังแม่บท" ที่จะเป็นผังรวมของพื้นที่ทั้งหมดในการทำงานต่อๆ ไปทั้งหมด

 

ช่วงที่เริ่มแรกๆ ฉันก็ไม่รู้หรอกว่า Master Plan ในภาษาของวงการนี้ คืออะไร, หน้าตาเป็นอย่างไร (@@)?? 

 

เราพ่อ แม่ ลูก ไม่รีรอ ทำกันแบบบ้านๆ ไปก่อน ....ซึ่งดูพ่อ กับ แม่ ไฟแรงมากกว่าฉันหลายเท่า

ครั้งขึ้นมาเยี่ยมลูกสาวที่เมืองเหนือ แม่ก็หอบรายละเอียดเรื่องที่ดินมาสอนอย่างละเอียดยิบ พร้อมกับ ท่านลองขีดเขียนหน้าตา "ที่ดินรูปม้าน้ำนอนหงาย" ของเรา ออกมาเป็นแนวทางต่างๆ ที่จะจัดสรรที่ดินต่อไป

 

(รูปแปลนที่ดิน)

(คุณลองพับคอของคุณไปทางขวา 90 องศา มองไปที่รูปแปลนที่ดินของฉัน  จะเป็นม้าน้ำปากจู๋ เหมือนไม๊คะ?)

เรามีหลายแนวทางที่ถกเถียงกัน ออกมาหลายแนวทาง

A    บ้านน้อยในนาใหญ่ : ปลูกบ้านน้อย x ไร่ + หันชีวิตมาทำงานเกษตรเต็มตัว บนที่ดินที่เหลือ 

B    เกษตรกรเต็มขั้น : ซื้อบ้านจัดสรรแถวๆ นั้น + หันชีวิตมาทำงานเกษตรเต็มตัว บนที่ดินทั้งหมด (แนวทางนี้คิดขึ้นมานี้เพราะ ดูแล้วหากพัฒนาที่ดินเพื่ออยู่ สร้างบ้านเอง น่าจะแพงกว่า ไหนจะต้องถมที่ สร้างรั้ว สร้างสะพาน สร้างถนนทางเข้า เพื่อบ้านหลังเดียวนั้น หนักโขอยู่)

C    หมู่บ้านในฝัน : จัดสรรที่ดิน ขายบ้านและที่ดิน (แนวที่ฉันฝัน) เพื่อมาเป็นทุนการสร้างบ้าน พัฒนาการเกษตร และ งานไอเดียโลกแตกต่างๆ ที่ฉันผุดขึ้นมาในความคิด จนยั้งสติตัวเองไม่อยู่ ซึ่งก็จะมีทางออกในการทำงานนี้ ได้แก่

C.1 หาคนร่วมทุน

C.2 ทำเอง เสี่ยงเอง

D     ขายที่ดินผืนนี้ เอาเงินทุนไปพัฒนาที่อื่นต่อเล็กลง : ข้อนี้มันผุดขึ้นมาในระยะเวลานั้นเนื่องจากว่า มีบริษัทโครงการหมู่บ้านใหญ่ในเชียงใหม่ 2 แห่งนำเสนอเงิน จำนวนสูงถึง 30 กว่าล้านให้ ทำให้พวกเราเขวไปพักเล็กๆ เพราะ 30 กว่าล้าน ก็ไม่ต้องเหนื่อยอะไร เอา 30 กว่าล้านบาท ไปสร้างบ้านแสนสุข อยู่อย่างพอเพียงก็สบายดี

จากการประชุมสรุปกันแล้วหลายตลบ เราตัดสินใจจะลองเดินเส้นทาง C.2 เพราะ

  • เราตั้งสมมุติฐานที่น่าเป็นจริงว่า เราต้องมีเงินทุนในการทำเกษตรอินทรีย์ ที่เราได้ยินกันมาว่าผลผลิตตอนแรกๆ จะไม่ค่อยดี ต้องใช้ทุนในการบำบัด ปรับปรุงดินแบบครบวงจร + ค่าเรียนรู้ ฉันคงต้องรู้ ล้ม ลุก กันหลายตลบพอดู กว่าจะพลิกที่นาเคมี เป็นเกษตรอินทรีย์ได้ 

  • สำหรับการร่วมทุนกับคนอื่นนั้นดีมาก แต่สิ่งที่เราไม่เลือกทำ คือ การทำงานร่วมกับนายทุนธุรกิจ Real Estate ผู้นั้นจะไม่ flexible กับการตัดสินใจของเรา และ ไม่ fair กับผู้ร่วมทุน --- เพราะ เป้าหมายของเรา คือ การสร้างเกษตรอินทรีย์แบบใหม่ ต้องการการริเริ่มทำพลังทดแทน และ สร้างกิจกรรมประหลาดๆ แนวฉันมากๆ แค่ต้องแบ่งที่ทำเกษตร เงินลงทุน extra ทำพลังงานทดแทน แทนที่จะเพิ่มจำนวนบ้านหลังในการขาย ก็ทำให้เขาไม่คุ้มแล้ว และ ดีไม่ดีโครงการนี้อาจไม่มีกำไรเลยก็ได้

  • ขณะนั้นเอง มีเพื่อนรัก พี่ที่รักและเคารพ หลายคนกำลังหาที่ดินที่เชียงใหม่ และ อยากมาอยู่ร่วมกัน หากได้เพื่อนรัก และ พี่ที่สนิทๆ มาอยู่ด้วยกันตอนปลายชีวิต หาอะไรทำร่วมกันในฟาร์ม ชีวิตน่าสนุกไม่ใช่น้อยเลยนะนี่ : )

แม่ทยอยหยิบแนวทางการจัดการพื้นที่ดิน 57 ไร่ของเราขึ้นมา ที่จะแบ่งขายให้เพื่อน + บ้านของฉัน และ จัดสรรที่ทำการเกษตร 

นี่แหละคะ แบ่งกันที่เรียกว่า ทำกันแบบบ้านๆ จริงๆ ....

ฉันหลับตากลับไปดู Mind Map ในมโนภาพ ฉันก็คิดไม่ออกว่าตอบโจทย์อย่างไร ... เลยสรุปกับพ่อและแม่ว่า "เราควรหามืออาชีพมาช่วยเราเหอะ"

(++)>

ระหว่างนั้นเอง ฉันก็ตามหาเพื่อน หรือ คนที่รู้จักที่เป็นสถาปนิก เพื่อขอความรู้เกียวกับการจัดสรรที่ดิน

ฉันยกหูโทรหาน้องแต้ว (ลูกพี่ ลูกน้อง) ที่เป็นนักตกแต่งภายในอิสระ เพื่อขอคำปรึกษา

นุก    : "แต้ว ......... พี่นุกจะทำอย่างนี้ ... รู้จักสถาปนิกแนวนี้ไม๊อ่ะ หาให้หน่อยดิ"

แต้ว  : "โครงการแบบนี้ พี่นุกต้องคุยกับ landscape ก่อนนะ"

นุก    : "landscape คือ นักจัดสวนไม่ใช่เหรอ????"

แต้ว  : (ปลงพี่สาว) "เอางี้ แต้วนัดเพื่อนให้เขาสอนพี่นุกดีกว่า ชื่อ ปิง กะ อ๋อ นะพี่นุก"

นุก   :  "นัดเลย!"

และ ฉันก็ได้รีบเข้าไปพบน้องปิง และ น้องอ๋อ ที่ตั้งอกตั้งใจให้วิทยาทาน สอนฉันอย่างช้าๆ และ ละเอียดยิ๊บ!

(><)

และ พร้อมๆ กันนั้นฉันก็ได้ติดต่อ และ ขอคำปรึกษาจาก เพื่อนสาธิตจุฬาฯ  "จั๊วะ - วทัญญู เทพหัตถี" ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท กุฎาคาร จำกัด ผู้ที่เป็นสถาปนิกแนวอนุรักษ์ ที่เพื่อนๆ ในรุ่นภาคภูมิใจ สุดๆ ฉันรู้ว่าจั๊วะไม่มีทางที่จะมาช่วยฉันได้ด้วยเวลาอันหายากของเขา ฉันขอเพียงแค่ แนะนำแนวทางการทำงาน และ วิธีิคิดให้ฉันเท่านั้นเพียง 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น และ จั๊วะ ก็อุตสาห์มาหาฉันที่บ้าน พร้อมกับเปิดใจรับฟังเรื่องราวของฉันอย่างตั้งใจ 

หลังจากฟังวัตถุประสงค์ สิ่งที่ฉันฝัน และ หน้าตาที่ดินม้าน้ำสีเขียวของฉันแล้ว จั๊วะก็จรดปลายปากกาวาดรูปสอนฉันแบบอึ้ง ทึ้ง เสียว มาก พร้อม search หาที่ดินฉันบน google เพื่อวิเคราะห์ที่ดินอย่างละเอียด

จากการพูดคุยในครั้งนั้น ฉันได้ความรู้ว่า ....

1) การวิเคราะห์การคืบคลานของหมู่บ้านจัดสรร และ ความเจริญต่างในเชียงใหม่ที่มีแนวโน้มการขยายมาสู่ที่ดินของฉันอย่างไร และ จะมีกลยุทธการป้องกันความเป็นส่วนตัวของโครงการ และ บ้านลูกค้า ด้วยการออกแบบภูมิสถาปัตย์อย่างไร

2) หลักการในการเก็บที่ดินของตัวเองเพื่อเพียงพออยู่อย่างพอเพียง ที่จั๊วะแนะนำว่าควรมีที่ดินเก็บไว้อย่างน้อย 10 ไร่ และ ลองพัฒนาทำตามแนวพระราชดำรัช (นา 30 : พืช 30 : น้ำ 30 : บ้าน 10 บวกลบตามพื้นที่ และ การใช้งาน) ลองคำนวณ ดูว่าเราน่าจะมีนาประมาณ 3-5 ไร่ ที่สามารถมีพอเพียงให้ครอบครัวได้ 

3) หลักการแบ่งขายที่ดินให้คนอื่น ควรอยู่ในลักษณะไหนที่ดีที่สุด 

4) การวางตำแหน่งของบ้าน และ การบริหารสาธารณูปโภค น้ำ ไฟ ว่าจะมาทางใดที่สมเหตุสมผลที่สุด โดยดูจากแนวไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดในบริเวณนั้น 

ฯลฯ

(จำไม่ได้ เยอะมาก และ แผ่นที่เคยเขียนวันนั้นอยู่กรุงเทพฮ่ะ)

 

ข้อสรุปทั้งหมดหลังจากที่ฉันได้คุยกับจั๊วะ คือ

"ฉันต้องหาคนที่จะชี้นำแนวทางอย่างถูกต้อง และ ลงรายละเอียดของการจัดสรรที่ดินออกมาเป็น Master Plan" 

 

นุก      : "จั๊วะ ... ชั้นรู้จักน้องปิง กับ น้องอ๋อป่ะ ก่อนเจอจั๊วะ เขามาช่วยสอนเรื่อง landscape ให้ชั้นแบบย่อ แต่ง่ายในความเข้าใจ น้องเค้าสอนเก่งนะ"

จั๊วะ     : "รุ่นน้องชั้นเอง นุกไม่จ้างมันละ เจ้าสองคนนี้เก่งมากเลยนะ ถ้าปิงกับอ๋อ ฉันไว้ใจ และ เชื่อว่าทำโครงการแนวของนุกได้ดีเลยล่ะ"

นุก      :  "เหรอ"

นุกคิด   : พอจะเจอเนื้อคู่มันก็ง่ายอย่างนี้เลยเหรอ?? เอ้า เดี๋ยวไปจีบน้องเค้าดีกว่า ว่าเขาจะอยากทำให้เราไม๊นี่ (เพราะก็รู้ว่าน้องปิง และ อ๋อเก่งจัด หาตัวจับยากเช่นกัน)

 

พอจั๊วะกลับไป ฉันก็วิ่งจู๊ดดดด ขึ้นข้างบน ไปโม้ให้พ่อ และ แม่ฟัง

ดูพ่อจะตื่นเต้นมากสุด เหมือนกับถูกใจพ่อมากๆ เพราะ ที่ผ่านมาพ่อยังไม่รู้สึกว่าใช่ซะที

พ่อขอให้ฉันยก computer ขึ้นมาเพื่อดู google ตามที่จั๊วะวิเคราะห์

ฉันก็ตื่นเต้นมาก ที่พ่อตื่นเต้น ดีใจ แทนที่จะเปิด google ให้พ่อดู ก็ขอโทรนัดน้องปิง อ๋อ เพื่อขอเล่ารายละเอียดของโครงการ จะได้สรุปรูปแบบการทำงานว่าเขาจะทำ หรือ ไม่ทำ หรือ มีส่วนร่วมในโครงการนี้อย่างไร และเข้าไปอ้อนพ่อ

นุก     : "พ่อ .... พ่อช่วยนุกทำ Briefing ก่อนนะ อีก 3 วัน นุกนัดน้องคุยงาน เขาจะได้เห็นภาพชัดๆ และ จะได้ check ดูว่าเขาเข้าใจ และ เป็นไปได้กับแนวทางแบบเราให้ชัดเจน ไปเลยนะพ่อ "

และ ฉันก็ยก notebook มาทำงานในห้องนอนพ่อ และ เริ่มทำ Presentation Brief อย่างสนุกสนานกันสองคน 

 

ไม่น่าเชื่อเลยว่า Briefing Presentation ชิ้นนี้ กลายเป็นงานแรกทีพ่อลูกได้ทำงานร่วมกันเป็นครั้งแรกในชีวิต !!!!