Rolls Royce ของไม้เอ็นจิเนียร์
ฟัง พุทธธรรม ชุด
Furniture
ลงโฆษณา
พระไตรปิฎกเสียง คลิก

03 ดีฟาร์ม ::: ความฝันสร้าง farmtown vs ความจริงที่เริ่มต้น

06 Oct 2012 - nookikos
ดีฟาร์ม

เมื่อ "ความฝัน" ของฉันที่ลั่นวาจาออกไปกับครอบครัวว่า "นุกจะสร้าง Farm Town"

บางครั้งฉันเองก็แอบคิดอยู่คนเดียวว่า "จะเป็นได้จริงเหรอ? ฉันจะทำได้เหรอ?" 

 

จะจริงหรือไม่จริง ได้หรือไม่ได้ ฉันขอได้ลองทำ exercise ต่อไปนี้ว่ามันจะมีความเป็นไปได้อย่างไร .... (มันเป็น exercise ในทุกๆ งานที่ฉันทำ ไม่ว่าจะงานเล็ก งานใหญ่ก็ตาม)  

ฉัน list สิ่งที่ฉันจะต้องทำออกมาว่าต้องทำอะไรบ้างเป็นหัวข้อหลักๆ ดังนี้

1) ภาพความคิดของโครงการ (Concept) >  ฉันได้ลองวาดออกเป็นภาพในจินตนาการของฉันบนที่ดินของพ่อ เป็นภาพที่ inspire มาจากหมู่บ้านในเรื่อง "บ้านเล็กในป่าใหญ่" (Little House) ผสมกับการพูดคุยกับพี่ตุ้ย พี่บอย ครั้งที่มาแวะมาหา และ พูดกันถึงคอกม้า และ บ้านในฟาร์มที่อังกฤษกัน ฉันก็จับนิมิตรคิดภาพในสมองของฉัน และ จรดดินสอวาดออกมาไว้บนกระดาษโน๊ต 

2) แผนการทำงานจาก 1 ถึง 100,000 ที่จะเกิดขึ้นใน 5 ปี Implementation Plan > เอา 1 ถึง 5 งานแรกที่ต้องปฎิบัติก่อน แล้ว 6 - 100,000 ที่ฉันเตรียมใจ และ พลังไว้แล้วว่าจะค่อยๆ โผล่ออกมาเรื่อยๆ เอง ฉันเรียกว่า To Do Lists

และ นี่เอง เป็น To Do List ของฉันอันแรก ที่ต้องรีบสรุปให้กระจ่าง 

  1. สรุปแนวทางของโครงการ = วัตถุประสงค์หลักคืออะไร เพื่อนำสู่ concept ที่แนวแน่ ต่อด้วยการพัฒนาเป็นรูปธรรม เพื่อขีดเส้นการทำงานได้อย่างชัดเจน 
  2. วางแผนการบริหารโครงสร้างองค์กรการทำงาน = มีหน้าที่อะไรบ้าง เชื่อมต่องานกันอย่างไร คนๆ นั้นคือใคร และ ต้องใจตรงกัน
  3. เรียนในสิ่งที่รู้น้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเกษตร (ข้าว ผัก ผลไม้ พืชที่คิดว่าจะปลูก ว่าคืออะไร ผลิตอย่างไร ต้นทุนเท่าไร หากขายแล้วรายได้ได้เท่าไร, สัตว์ ต้องเลี้ยงดูอย่างไร สายพันธุ์) และ เรื่องพลังงานทดแทน (สามารถทำได้อย่างไร เพื่ออะไร ใช้อย่างไร ต้นทุนเท่าไร ผลิตพลังงานได้เท่าไร เพื่อใช้ทำอะไร คุ้มไหม)
  4. เรียนรู้ชาวนาที่เคยเช่านาอยู่ เพราะ เขาต้องเปลี่ยนแปลงมาทำงานในสภาพใหม่ (เขาทำอะไร ต้องการอะไร จะเปลี่ยนแปลงเขาได้ไม๊ จะต้องทำอย่างไร) <-- รีบนัดคุย และ มีชีวิตอยู่กับเขา ด้วยวิธีไหน?
  5. ทำ Project Plan และ Strategic & Implementation Plan (SIP .... หากใครอยู่บริษัทสามารถ คงรู้จัก format การทำ SIP กันได้ดีนะจ้ะ พี่นุกเป็นคนริเริ่มขึ้นมาเองแหละ ใช้ได้ตลอดการทำงานเลยละคะ แล้วจะได้เห็นใน blog ต่อๆ ไปกันนะค่ะ)

3) ความรู้ใหม่ๆ ที่ต้องเรียนรู้ให้เร็ว และ รอบ ก่อน และ ระหว่างการทำงาน (On the Job Training) > ทุกอย่างใหม่หมด มีแต่งานบริหารโครงการ (Project Management) งานการขาย และ งานการตลาด (Sale & Marketing) เท่านั้นที่ฉันถนัด นอกนั้นนับหนึ่งใหม่ทุกวิชา และ ดันเป็นสายวิทย์ด้วยนะดิ ไม่ว่าจะสถาปัตย์ วิศวะ การเกษตร (ฉันจบสายศิลป์คำนวณน่ะฮ้า)

นุกคิดให้กำลังใจตัวเอง : "พยายามคิดว่ากำลังเรียนตรี - โท - เอก ต่อหลายตัวพร้อมๆ กันละกัน ..... นะนุก"

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาฉันได้สนิทสนมกับครูคนใหม่ ไฉไล 24 ชั่วโมง คือ "คุณครูยูทูป" ่กับ "คุณครูกูเกิล" ที่วันๆ ฉันก็นั่ง search เรียนเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ข้าว, ข้าวโพด, การปลูกผักแทบทุกชนิด, การเลือกวัว, หมู, เป็ด, ไก่, ไส้เดือน, การพัฒนาที่ดิน, การทำโครงการจัดสรรที่ดิน, พลังงานทางเลือก ฯลฯ และ มีคุณพ่อของฉันเป็นที่ปรึกษาทางโทรศัพท์

 

4) ผู้ช่วยคิด ช่วยทำ ช่วยสร้างที่เก่ง ฝีมือ รับผิดชอบ ทัศนคติตรงกัน เชื่อใจ และ ถูกใจฉัน  (Right Team)

ณ ขณะนั้น ฉันมีผู้ช่วยคิดในชีวิตฉันอยู่เพียง 6 คน  คือ พ่อ เป็นผู้ที่จะแนะนำฉันด้านเกษตร, แม่ ช่วยเรื่องบัญชี การจัดการเรื่องเงิน, เอ็ดดี้ของเขย และ นิ้งน้องสาว มือ Design ที่เก่งที่สุดของฉัน ที่่ท้องโย้ใกล้คลอดเต็มที, ยุ้ย ลูกน้องคนสนิทที่เปรียบเสมือนน้องสาวแท้ๆ  ทำงานร่วมทุกข์มาก สุขน้อยกันมาสิบกว่าปีแล้ว, และ ปั๊บ (สามี) ผู้รู้เรื่องการก่อสร้างทั้งสร้างบ้าน งานประดิษฐ์ งานช่างต่างๆ และ เป็นคนที่อยู่ข้างๆ ให้กำลังใจ พร้อม เสียงหัวเราะ และ เสียงดนตรี ทุกนาทีที่มีเธอ <3  

แต่อย่างไรก็ตาม ..... ฉันยังคงต้องหา "ผู้ช่วยเฉพาะทาง" เข้ามา plug in ในแต่ละฟังค์ชั่นงานให้ครบ

ถามเอง : "ผู้ช่วยเฉพาะทางนั้นมีใครบ้าง?"

ตอบเอง : "ไม่รู้ ... รู้แต่ว่าติดตามหา "ใครคนนั้น" มาอยู่ข้างฉันในเร็ววันนี้"

ทางออกของฉันตอนนั้น คือ หา "เพื่อนที่ทำอะไรคล้ายๆ โปรเจคนี้ ไว้ใจได้ และ ไม่เกรงใจได้" ให้คำปรีกษา และ สอนฉันด่วน และ ฉันก็ยกหูโทรหาเพื่อนสนิทที่ทำงาน Business Development โครงการของเครือโรงแรมต่างชาติชื่อดังแห่งหนึ่ง เพื่อขอให้ brief สอนลักษณะการทำโครงการของเขาให้ฉันฟัง เพื่อให้เห็นเป็นภาพเบื้องต้นของการก้าวเดินของฉันต่อไป

ฉันพอจะนึกออกแล้วว่าฉันต้องหาทีมงานอะไรบ้าง? แต่จะเป็นใครคนนั้น ... ต้องหาต่อไป 

 

5) เงินทุน (Money)

คำถามที่ต้องหาคำตอบก่อนเริ่มโครงการคือ : ต้องใช้เงินเท่าไร?? เรามีพอหรือไม่? ถ้าไม่พอทำอย่างไร? แต่จะรู้ว่าต้องใช้เงินเท่าไร ฉันต้องจัดการกับข้อ 1,2,3,4 ให้เร็วที่สุด

ไม่เพียงแต่เงินของการสร้างโครงการนี้นะคะ ...... งานนี้ต้องสละเวลา 100% ไม่สามารถรับงานอื่นได้เลย  เท่ากับว่าระยะเวลาที่ทำงานนี้ ต้องสละรายรับทั้งหมด ทุ่มงานนี้อย่างเดียว โดยไม่มีรายได้เป็นเวลา 1-2 ปี ต้องบริหารเงินเก็บ และ เงินในครอบครัวมาบริหารใหม่ ใช้ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

 

ห้าสิ่งนี้ <Concept>  <To Do Lists>  <Right Team> <On the Job Learning>  <Money> เป็น 5 สิ่งที่จะเริ่มขยายความในตอนต่อๆ ไปนะคะ

นี่แหละ คือ ความจริงของ "ปฎิบัติการล่าฝัน ที่ไม่มี Academy ใดๆ เปิดสอน" ของฉัน 

ศุกร์หน้าเจอกันคะ (^^)/ 

นุก สุจินดา