Rolls Royce ของไม้เอ็นจิเนียร์
ฟัง พุทธธรรม ชุด
Furniture
ลงโฆษณา
พระไตรปิฎกเสียง คลิก

6 เทคนิคแมวมอง เฟ้นหาต้นไม้ลักษณะดี ไม่โดนย้อมแมวขาย

24 Oct 2013 - akanek_ja_ja

 ปัญหาหนึ่งเวลาที่เราไปหาซื้อต้นไม้ถึงร้านขายต้นไม้แล้วก็คือ เลือกไม่เป็น รู้ว่าจะเลือกต้นแบบไหน  เขาดูกันยังไงว่าต้นไม้แข็งแรง ต้นไม้อ่อนแอ เป็นโรค ซื้อไปปลูกแล้วไม่น่ารอด เพราะว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องใช้สายตาอันเฉียบคม เฟ้นหาต้นไม้ที่สุขภาพดี แข็งแรง รูปทรงสวย ลักษณะดีกลับมาปลูกที่บ้าน วันนี้ก็เลยไปหาเทคนิคการเลือกซื้อต้นไม้ ที่รับรองว่าถ้าเลือกตามคำแนะนำนี้แล้ว ได้ต้นไม้สวย ถูกใจ ไม่โดนย้อมแมวขายแน่  

ต้องขอบคุณข้อมูลจาก   นพพล เกตุประสาท  นักวิชาการเกษตรชำนาญการ หน่วยอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พืชพรรณ ฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ. นครปฐม

เทคนิคการเลือกต้นไม้ลักษณะดี ไม่ต้องกลัวโดนย้อมแมว

 

เดิน Survey ให้ทั่ว

ซื้อต้นไม้ต้องใจเย็น ไม่ต้องรีบร้อนซื้อ ถ้าไปซื้อตามแหล่งขายต้นไม้ที่มีหลายๆ ร้าน ลองเดินสำรวจให้ทั่วก่อน  แล้วสแกนหาต้นที่เราสนใจ ราคาที่เราตั้งงบเอาไว้  ร้านไหนไม่ได้ติดป้ายราคาเอาไว้ก็ลองสอบถามจากพ่อค้าแม่ค้าต้นไม้ ดูสภาพต้นไม้ว่าสดแค่ไหน ดูเฉาๆ รึป่าว แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเลือกต้นไหน ย้อนกลับไปซื้อก็ยังไม่สาย  จากประสบการณ์ ต้นไม้ตามร้านแต่ละร้านราคาจะใกล้เคียงกัน แต่สภาพต้นไม้จะไม่เหมือนกัน บางร้านต้นแข็งแรง บางร้านต้นดูหงอยๆ ไม่สดชื่นก็มี     

อ้อ อีกอย่าง ถ้าเป็นไปได้ แนะนำให้ซื้อต้นไม้กับร้านที่ขายประจำ มีร้านเป็นหลักแหล่ง จะได้ต้นไม้ราคาย่อมเยากว่าร้านที่มาออกบูธ ออกร้านตามงานต่างๆ เพราะร้านที่มาออกงาน พ่อค้าแม่ค้าเขามีค่าใช้จ่ายในเรื่องค่าเช่าสถานที่ ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะต้องจ่าย เพราะฉะนั้นเขาก็จะเอาค่าใช้จ่ายพวกนี้บวกไปในราคาต้นไม้ด้วยอยู่แล้ว

 

ทรงพุ่มสวย ลำต้นตรง

ต้นไม้ลักษณะดี ลำต้นต้องตั้งตรง ทรงพุ่มต้องสวยงาม (เรื่องทรงพุ่ม แนะนำให้ไปลองหาข้อมูลก่อนว่า ต้นไม้ที่เราสนใจ ทรงพุ่มของเขาเป็นแบบไหน ทรงกลม ทรงรูปไข่ ฯลฯ) ใบชูตั้ง ไม่ห่อเหี่ยว

 

รากเต็มกระถาง เต็มถุง 

ลองสังเกตรากที่อยู่รอบๆ กระถาง หรือถุงหรือตุ้มว่ามีรากมากน้อยแค่ไหน  ทำไมต้องเลือกกระถางที่มีรากเยอะ?  ก็เพราะว่าต้นไม้ที่ออกรากเยอะๆ แล้ว เวลาเอาไปลงดิน เขาจะฟื้นตัวเร็ว โอกาสตายน้อยลง เพราะรากแข็งแรงพอที่จะเริ่มหาอาหารได้แล้ว  โตเร็ว แข็งแรง ทนสภาพอากาศได้ดี ถ้าดูแล้วรากมีน้อยหรือรากยังเป็นสีขาวๆ แสดงว่า ต้นไม้เพิ่งจะแตกราก ยังไม่แข็งแรงพอ ถ้าเอาไปปลูกลงดินเลย รากยังอ่อนก็จะชอนไชดินได้ไม่ดี หาอาหารได้ไม่เต็มที่ ต้นก็จะอ่อนแอ ถ้าได้ต้นไม้ที่รากยังอ่อนอยู่ ต้องเอาไปเลี้ยงต่ออีกสักระยะ รอจนกว่ารากเขาจะเปลี่ยนเป็นรากแก่ (รากเขาจะเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีออกน้ำตาลๆ ) แล้วค่อยเอาลงแปลงปลูก ลงปลูกในกระถาง

 

กิ่งที่ทาบแนบสนิทดีกับต้นต่อแล้วรึยัง 

ในกรณีทีเป็นต้นไม้ที่ขยายพันธุ์ด้วยการทาบกิ่ง เราจะดูได้ว่าต้นนั้นแข็งแรง เอาไปปลูกแล้วโอกาสรอดสูง  ให้สังเกตตรงรอยทาบระหว่างต้นตอกับกิ่งที่นำมาทาบว่า แผลแห้งสนิท เนื้อผสานเป็นกิ่งเดียวกันดีแล้วรึยัง  ถ้าแผลแห้ง เนื้อไม้แนบสนิทดีแล้วก็แสดงว่าทาบกิ่งมานานพอสมควร ต้นแข็งแรงดีแล้ว แต่บางร้านเขาจะพันเทปตรงรอยทาบมา จะมองไม่เห็นรอยทาบก็ให้ดูว่าเทปที่พันมาให้ เก่าแค่ไหน ถ้าเทบยังดูใหม่ๆ ก็แสดงว่า ต้นนั้นเพิ่งจะทาบกิ่งมาได้ไม่นาน แผลอาจจะยังไม่สนิทดี ถ้าซื้อไปปลูก ต้นอาจจะโตแบบแคระแกร็น ไม่แข็งแรง ส่งผลไปถึงการออกดอกออกผลที่จะไม่สมบูรณ์ได้

 

ต้นไม้ที่มีไม้ปักผูกเชือกประคองต้นไม่ควรเลือก

ถ้าไปเจอว่าต้นไม้ที่คนขายหยิบมาให้ มีไม้ปักแล้วมีเชือกผูกรัดกับต้นไว้ ให้คนขายเลือกต้นใหม่ให้เลย เพราะว่าไม้และเชือกที่รัดต้นไม้เอาไว้นั้น แสดงว่า ต้นไม้ต้นนั้นรากยังไม่แข็งแรงดี  ถึงต้องมีไม้หลักปักแล้วผูกเชือกรัดประคองต้นเอาไว้  ปลูกไปแล้วต้นก็มักจะไม่สมบูรณ์ ถ้าเป็นต้นที่รากแข็งแรงแล้ว  อีกวิธีหนึ่งให้ลองมองเวลาที่คนขายหยิบต้นไม้มาให้เราดู ถ้าหยิบจับที่ลำต้นเลยก็สบายใจได้อย่างหนึ่งว่า ระบบรากของต้นนั้นแข็งแรง คนขายถึงได้กล้าหยิบลำต้นดึงขึ้นมาได้ ถ้าระบบรากยังไม่แข็งแรงหรือรากเพิ่งจะแตกออกมา แล้วหยิบต้นไม้ด้วยวิธีนี้ รากจะกระทบกระเทือน รากขาด ต้นตายได้    ถ้าแบบว่าหยิบจับแบบประคบประหงม พิถพิถันจับเต็มที่ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่า ต้นนั้น รากอาจจะยังไม่แข็งแรง บอกให้คนขายเปลี่ยนต้นใหม่ให้เลย

 

ดูที่สีใบ

ถ้าใบสีเขียวเข้มมากๆ จนเกือบจะเป็นสีดำ แสดงว่าต้นไม้ต้นนั้นได้ปุ๋ยมาเต็มที่ แล้วก็เป็นต้นไม้ที่เพาะเลี้ยงในโรงเรือนเพาะชำมาก่อน แบบนี้ไว้ใจได้ซื้อได้เลย  แต่ซื้อมาแล้วอย่าเพิ่งใจร้อนรีบปลูกเลย ควรให้เลี้ยงในกระถางต่ออีกสัก 1-2 เดือน เพื่อให้ต้นไม้เขาค่อยๆ ปรับสภาพก่อน เพราะว่าต้นไม้ถูกเลี้ยงมาในโรงเรือนที่มีการควบคุมแสง ถ้าย้ายมาปลูกในสภาพกลางแจ้งหรือไม่ได้มีการควบคุมปริมาณแสงเลย ต้นไม้อาจจะยังปรับตัวไม่ได้ ใบอาจจะไหม้ได้  ทางที่ดีเวลาไปเลือกซื้อต้นไม้ ถ้าเจอใบแหว่ง เว้าไปบ้าง ก็ไม่ต้องแคร์อะไรมาก ขอให้ลำต้นแข็งแรง ใบไม่ตก ไม่เหี่ยว ลำต้นไม่แคระแกร็นก็พอ

 

ได้เคล็ดลับการเฟ้นหาต้นไม้จากร้านต้นไม้กันไปแล้ว ลองเอาไปใช้ตอนไปแวะช็อปปิ้งต้นไม้ตามร้านต้นไม้กันดู ได้ผลเป็นยังไง แวะมาเล่าให้ฟังบ้างก็ได้
 

About the Author

กอง บก. AKANEK - มีกันอยู่ 2-3 คน ไม่ดุ ไม่กัด เขียนทุกวัน เขียนทุกเรื่อง