Rolls Royce ของไม้เอ็นจิเนียร์
ฟัง พุทธธรรม ชุด
Furniture
ลงโฆษณา
พระไตรปิฎกเสียง คลิก

ระบบควบคุมการใช้พลังงานอัจฉริยะของ Schneider

22 Mar 2011 - akanek_ja_ja

มีการคาดการณ์กันออกมาว่า ภายในปี 2050 ความต้องการใช้พลังงานของมนุษย์จะมากขึ้นเป็น 2 เท่าจากปัจจุบัน ฟังแล้วน่าตกใจอยู่ไม่น้อย

 

เพราะปัญหาที่จะตามมาคือการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) เข้าสู่บรรยากาศโลก

ไล่มาตั้งแต่กระบวนการผลิต (บ้านเราผลิตกระแสไฟฟ้าจากวัตถุดิบหลายชนิด เช่น ถ่านหิน น้ำมันเตา ก๊าซธรรมชาติ) การขนส่งพลังงานไปยังโรงงาน บริษัท ที่อยู่อาศัย และการใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ซึ่งก่อให้เกิดปัญหา global warming อย่างที่ประสบกันอยู่ในปัจจุบัน

ในขณะที่การใช้พลังงานสูงขึ้นเท่าตัว กระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อนก็ทำให้ประชาคมโลกตกลงใจที่จะวางกฎ ข้อบังคับให้มีการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2 Emission) ลง 2 เท่า โดยจะมีการวัด carbon footprint ของหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนใส่ใจในผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการใช้ พลังงานของตัวเอง

ข้อมูลข้างบนนี้ผู้บริหาร บริษัท ชไนเดอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด นำโดย คุณ Marco Corti ผู้อำนวยการฝ่ายขายระบบติดตั้งและควบคุม และคุณสราวุฒิ คำกลาง ผู้จัดการฝ่ายขายระบบติดตั้งและควบคุมระดับอาวุโส บอกให้เอกเขนกทราบ

คุณมาร์โก้ จาก บริษัท ชไนเดอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก ผู้นำทางด้านการบริหารจัดการพลังงาน ขยายความให้ฟังว่า ทุกวันนี้ การ ใช้พลังงานโดยเฉพาะการใช้ไฟฟ้าเพื่อให้เกิดแสงสว่างต้องคำนึงถึง การบริหารการใช้ไฟฟ้าให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นอาคารขนาดใหญ่หรือในบ้านพักอาศัยก็ตาม

 
 

บริโภคพลังงานอย่างยั่งยืน

อย่างที่รู้กันว่าไฟส่องสว่างนั้นนอกจากจะทำให้แสงสว่างแล้ว ยังสามารถสร้างอารมณ์ ความรู้สึกและความสวยงามให้กับสถานที่ต่างๆ อีกด้วย แสงต่างๆ จากหลอดไฟหลากชนิดที่ใช้กันในห้างสรรพสินค้า โรงแรม ร้านค้า สถานที่ทำงาน หรือบ้านพักอาศัยนั้น ล้วนใช้พลังงานทั้งสิ้น และจุดประสงค์ในการใช้ชนิดของหลอดไฟหรือตำแหน่งของ แสง ก็มิใช่เพียงแค่ให้ความสว่างเท่านั้น  ยังต้องตอบสนองความสุนทรีย์ของผู้คนในเรื่องของความสวยงาม และการสร้างอารมณ์ หลอดไฟบางชนิด เช่น หลอดฮาโลเจนที่ขึ้นชื่อว่าให้แสงที่สวย นุ่มนวล ถึงแม้จะใช้ไฟฟ้ามากกว่าปรกติแล้ว ยังเป็นหลอดไฟที่มีประสิทธิภาพต่ำเพราะมีการถ่ายเทหรือแผ่พลังงานความร้อน สูงออกมาอีกด้วย แต่ก็เป็นที่นิยมทั้งในหมู่ดีไซน์เนอร์และคนใช้งาน เพราะคุณสมบัติแสงที่นวล สวย

เมื่อเป็นอย่างนั้น แล้ว ทางชไนเดอร์   พูดชวนให้คิดว่า เรา จะทำอย่างไรที่จะใช้ประโยชน์จากแสงสว่างอย่างที่เราคุ้นเคยอยู่ ที่ให้ทั้งประโยชน์ใช้สอย ความสวยงาม และการสร้างอารณ์ จะมีวิธีใดบ้างที่เราจะสามารถใช้พลังงานบนพื้นฐานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม   ทางชไนเดอร์   บอกเราว่า “เป็นไปได้” ถ้ามีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ตอนเริ่มออกแบบและติดตั้งระบบการใช้ไฟฟ้าเพื่อให้เกิดแสงสว่าง

พอฟังถึงตรงนี้ หลายๆ คนอาจจะแปลกใจว่าเป็นไปได้อย่างไร จริงๆ แล้วในทางทฤษฏีทั่วไป ก็ไม่ได้มีอะไรยุ่งยากเลย ทำได้ง่ายๆ ด้วยซ้ำไป  แต่ ในทางปฏิบัติจริงๆ แล้ว อาจจะเป็นไปได้ยาก หรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เช่น การปิดไฟในจุดที่ไม่ใช้  ปิดไฟหรือหรี่ไฟลง เมื่อมีแสงจากภายนอกมากขึ้น หรือเปิดม่านเพื่อให้แสงเข้าห้อง หรือปิดม่านเพื่อป้องกันความร้อนเข้ามา

ฟังแล้วเหมือนง่ายใช่มั๊ยคะ แต่ลองมาคิดดูกันเล่นๆ ว่า บ่อยแค่ไหนที่เราลืมปิดไฟเมื่อออกจากห้องหรือออกจากบ้าน หรือเผลอเปิดผ้าม่าน หรือมู่ลี่เอาไว้ ทำให้ความร้อนจากภายนอกเข้ามาสู่ในตัวอาคารโดยตรง หรือในอาคารสำนักงานที่จะ ต้องเปิดไฟห้องน้ำไว้ตลอดเวลาแม้ว่าไม่มีคนใช้ก็ตาม

ด้วยเหตุนี้ ชไนเดอร์ จึงคิดค้นระบบ ซิมโฟลัคซ์ (Sympholux)”  สำหรับการควบคุมการใช้แสงสว่างในส่วนของ commercial (อาคารสำนักงานตึกสูง) และระบบ“ไวเซอร์ (Wiser)” สำหรับ บ้านพักอาศัย เพื่อแก้ปัญหาข้างต้น ระบบเหล่านี้จะควบคุมการการเปิด ปิดไฟ หรี่แสง ปรับมู่ลี่และอื่นๆ อีกหลายอย่างโดยอัตโนมัติตามสภาพการใช้งานโดยมีตัวเซ็นเซอร์คอยตรวจจับว่า พื้นที่ใดมีการใช้งานหรือไม่ หากไม่มีการใช้งาน ระบบจะสั่งหรี่หรือปิดไฟส่องสว่าง ทำให้ระบบควบคุมอุณหภูมิ การระบายและปรับอากาศทำงานน้อยลง หรือหากภายนอกมีแสงสว่างมากกว่า ระบบจะหรี่หรือปิดไฟส่องสว่างภายในห้องให้สมดุลกัน

 

 

ระบบอัจฉริยะสำหรับอาคารขนาดใหญ่ ช่วยประหยัดไฟและค่าใช้จ่ายได้จริง

สำหรับภาคธุรกิจโดยเฉพาะอาคารสำนักงานต่างๆ เรื่องการบริหารจัดการพลังงานนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ถึงขั้นมีการคำนวณออกมาเป็นตัวเลขเลยว่า หากมีการบริหารจัดการพลังงานแล้วจะช่วยลดค่าใช้จ่ายเรื่องพลังงานได้มากน้อย เพียงใด

ทราบมั้ยว่า อาคารสำนักงานทั่วไปมีการใช้พลังงานในส่วนของการใช้แสงสว่าง (แสงไฟ หรือหลอดไฟต่างๆ) ถึง 30% ของการใช้พลังงานทั้งหมด (ที่เหลือเป็นการใช้พลังงานจากระบบปรับอากาศ, บันไดเลื่อน ลิฟต์โดยสาร ฯลฯ) ทางชไนเดอร์ เองแนะนำว่าหากนำระบบ Sympholux ซึ่ง เป็นอุปกรณ์ควบคุมการใช้ไฟฟ้าภายในอาคารมาใช้ สามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 60% จากยอดการใช้ไฟฟ้าสำหรับแสงสว่างของอาคาร (30% ที่กล่าวไว้ข้างต้น) ระบบอัจฉริยะนี้จะเข้ามาควบคุมระบบไฟส่องสว่างทั้งหมดและสามารถปรับให้เข้า กับการใช้งานได้เพื่อให้เกิดสภาพแสงและการประหยัดพลังงานที่ดีที่สุด โดยไม่ทำให้คุณภาพแสงด้อยลงอย่างไร

เรียกว่าระบบดังกล่าวเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการทำงานและ อยู่อาศัย เป็นการควบคุม ปรับสภาพแสงตามความต้องการของแต่ละองค์กร โดยแต่ละองค์การสามารถวางแผน ติดตั้ง ใช้งาน บำรุงรักษา และเปลี่ยนแปลงการทำงานและการจัดการได้ง่าย โดยไม่ต้องไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการรื้อผนังหรือเปลี่ยนสายไฟใหม่

แน่นอนว่าระบบต่างๆ เหล่านี้ ย่อมมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง ซื้ออุปกรณ์และควบคุมดูแลซึ่งแลกกับความอัจฉริยะของมัน แต่สำหรับอาคารขนาดใหญ่แล้ว ค่าไฟที่ประหยัดได้ในแต่ละปีจากการบริหารจัดการไฟส่องสว่างก็จะช่วยให้เจ้า ของอาคารคืนทุนจากการลงทุนได้ และยังได้กำไรจากการประหยัดค่าไฟหลังจากที่คืนทุนแล้วอีกด้วย 

 
 

ระบบอัจฉริยะสำหรับการอยู่อาศัย : Wiser Home Automation System

คราวนี้เราลองมาดูระบบอัจฉริยะสำหรับบ้านพักอาศัยกันบ้าง ที่ผ่านมาเรามักต้องควบคุมใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านทีละอย่าง มีการใช้งานพลังงานโดยไม่จำเป็น แต่คุณมาร์โก้บอกเราว่า ด้วยระบบ Wiser ของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เราจะสามารถสั่งให้เพลงโปรดเล่นแผ่นทันทีที่เราเดินเข้ามาภายในบ้าน หรือสามารถสั่งเปิด-ปิดหรือหรี่ไฟฟ้าแสงสว่าง เครื่องปรับอากาศเมื่อผู้อาศัยเข้านอน สั่งเปิด-ปิดผ้าม่านมูลี่ได้เองในตอนบ่ายผ่านอุปกรณ์ควบคุมหรือจากโทรศัพท์ มือถือหรือคอมพิวเตอร์ หรือแม้กระทั่งลืมปิดแอร์ก่อนออกจากบ้านก็สามารถสั่งปิดได้จากโทรศัพท์มือ ถือ

ความอัจฉริยะของระบบดังกล่าวยังรวมไปถึงการควบคุมระบบต่างๆ ที่เจ้าของบ้านสามารถสั่งการหรือควบคุมได้ทุกนาทีไม่ว่าจะอยู่ภายในบ้านหรือ นอกบ้าน ผ่านตัว Monitor ควบคุม หรือสั่งงานผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ โน้ตบุค หรือไอแพต ทำให้อุ่นใจได้ว่าไม่ว่าเจ้าของบ้านจะอยู่ที่ไหนก็จะทราบความเป็นไปภายใน บ้านได้ตลอด 24 ชม.

โดย ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จะมี Application ให้กับเจ้าของบ้านได้ ดาวน์โหลดไว้ใช้ ซึ่ง Application ที่ว่านี้จะแสดงผลการใช้พลังงานภายในบ้านออกมา เช่น มีการเปิดแอร์หรือไม่ มีไฟดวงใดเสียหรือไม่ หรือสามารถสั่งให้ม่านอัตโนมัติเลื่อนปิดเมื่อเห็นว่าแสงแดดส่องเข้าห้องมาก เกินไป สามารถเช็คความเคลื่อนไหวได้ว่ามีไฟฟ้ารั่วอยู่จุดใดของบ้านบ้าง หรือหากขับรถออกมาจากบ้านแล้วนึกได้ว่าลืมปิดไฟ ปิดแอร์ก็สามารถสั่งปิดผ่านโทรศัพท์มือถือได้

Application อันหนึ่งที่เอกเขนกเห็นว่าน่าสนใจมากคือภาพกราฟที่ แสดงให้เห็นการใช้พลังงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิด เช่น แสงสว่าง ตู้เย็น แอร์ เป็นต้น ที่สนใจเพราะหลายๆ ครั้งที่ได้รับบิลค่าไฟมาในแต่ละเดือน แล้วค่าไฟสูงกว่าที่เราคิด ก็จะสงสัยอยู่ร่ำไปว่าที่ค่าไฟสูงนั้น มันเป็นเพราะอะไร Applicationนี้ จะแสดงให้เรารู้ว่า อะไรกินไฟที่สุด เราก็สามารถที่จะจัดการกับมันได้ เช่น ถ้าแอร์ใช้ไฟเปลืองที่สุด เราก็อาจจะเปลี่ยนแอร์ที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น หรือบ้านใครที่ใช้ตู้เย็น เก่าที่กินไฟมาก ก็อาจจะซื้อตู้เย็นใหม่มาใช้ได้ ถึงการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่จะเป็นค่าใช้ จ่ายในเบื้องต้น แต่ถ้ามันจะช่วยให้เราประหยัดค่าไฟในแต่ละเดือนได้ ก็จะคุ้มทุนในเวลาไม่นาน

 

ในประเทศแถบยุโรปเองนั้น การใช้ไฟฟ้าในแต่ละช่วงเวลาจะมีอัตราที่แตก ต่างกัน เพราะฉะนั้นผู้ใช้ไฟฟ้าจึงต้องมีการจัดตารางการใช้ไฟฟ้าในแต่ละช่วงเวลากัน ให้เหมาะสม ในบ้านเราก็สามารถปรับใช้ได้เช่นกัน เช่น เลื่อนเวลาในการทำกิจกรรมที่ใช้ไฟฟ้ามาเป็นช่วงเช้าแทนช่วงบ่าย  หรือลดการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อมๆ กันในช่วงเวลาประมาณ 20.00-22.00 น. (เป็นช่วงเวลาที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าในครัวเรือนสูงสุด) จะเห็นได้ว่าเมื่อมีการใช้ไฟส่องสว่างน้อยลง หรือมีการกำหนดช่วงเวลาการใช้งานจะช่วยในเรื่องประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้า ได้ไม่น้อย อาคารหรือบ้านพักอาศัยนั้นจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อยู่สบายขึ้นมากขึ้น

ส่วนเรื่องของราคาค่าใช้จ่ายการติดตั้งระบบ Wiser สำหรับบ้าน นั้น ราคาจะเริ่มต้นที่ประมาณ 20,000บาท จนถึงหลายล้านบาท แล้วแต่ว่าต้องการให้บ้านมีความเป็นอัจฉริยะมากน้อยแค่ไหน ตั้งแต่การตั้ง Schedule การเปิดปิดไฟอัตมัติ การควบคุมระบบเสียงและภาพของห้องต่างๆ (Audio Visual Control) ระบบสัญญาณกันขโมย จนไปถึงการเชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เน็ต เพื่อให้เราสามารถสั่งปิดไฟ หรือเปิดแอร์ได้จากคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือของเรา

ทางชไนเดอร์ บอกว่า ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบจะเริ่มต้นที่ประมาณ 500บาท ต่อตารางเมตร จนถึงหลายพันบาทต่อตารางเมตร ซึ่งนอกจากตัวฟังค์ชั่นต่างๆ ที่พูดถึงข้างบนแล้ว วัสดุปิดผิวของอุปกรณ์ที่เจ้าของบ้านเลือกก็จะมีผลกระทบต่อราคาเช่นกัน

สำหรับการรับประกันของระบบ Wiser นี้ ก็จะแยกเป็น 2 ส่วนด้วยกันคือ การรับประกันตัวสินค้าเองและการรับประกันในส่วนของบริการหลังการขาย และเนื่องจากอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคส์เหล่านี้ ไม่เหมือนกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ มือถือ หรืออินเตอร์เน็ต ที่เปลี่ยนกันแทบทุกวัน คนที่วางระบบไปแล้วไม่ต้องกังวลว่าระบบที่ติดตั้งไป จะล้าสมัย เพียงแต่อาจจะต้อง Upgrade application หรือ features ใหม่ๆ หากต้องการ ส่วนเรื่องของอายุการใช้งานของระบบนั้น หากไม่นับเรื่องของคุณภาพไฟฟ้า เช่น ไฟกระชาก หม้อแปลงภายนอกระเบิด ฟ้าผ่า ก็มีเพียงการบำรุงรักษาตามอายุการใช้งานเท่านั้น

 
 

ความสวยงาม เติมความรู้สึกสบายให้กับผู้ใช้งาน

การติดตั้งระบบ Home Automation System แม้จะเป็นการลงทุนสูง แต่ก็เป็นการรวมศูนย์การควบคุมการใช้งานอุปกรณ์ในส่วนต่างๆ ของบ้าน มาไว้ในจุดเดียวกัน ช่วยให้ผู้อาศัยสะดวกสบายในการควบคุมสั่งงาน หากถามว่าระบบเหล่านี้จะช่วย เราประหยัดค่าไฟได้หรือไม่ ก็คงตอบว่าได้เพราะการที่เราบริหารจัดการการใช้ พลังงานอย่างชาญฉลาดย่อมทำให้ค่าไฟลดลงได้ แต่หากจะให้คำนึงถึงจุดคุ้มทุนเหมือนกับอาคารใหญ่ก็อาจจะเป็นไปได้ยาก เพราะประโยชน์หลักๆ ที่เราได้รับนอกเหนือจากการประหยัดพลังงานแล้ว คือความสะดวกสบายในการใช้งาน ความสวยงาม ที่ช่วยเสริมคุณภาพชีวิตของคนในบ้านให้ทันสมัยขึ้น

จริงๆ แล้วระบบ Home Automation System ก็มีกันอยู่หลายบริษัท หลายยี่ห้อ หลายเทคโนโลยี  ระบบของ Schneider เป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง ที่อาจจะมีราคาสูงสักเล็กน้อย ถ้าใครมีงบประมาณจำกัด ก็อาจจะลองดูระบบของบริษัทอื่นๆ ได้  ซึ่ง option ก็จะมีมากกว่าสำหรับบ้านพักอาศัย  ส่วนอาคารสำนักงานหรือคอนโดแล้ว  ทางเลือกก็อาจจะมีน้อยลง เพราะระบบที่ต้องใช้จะ sophisticate และ complicate มากขึ้น

###

เกี่ยวกับชไนเดอร์ อิเล็คทริค

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการพลังงานระดับโลก ได้นำเสนอวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ แบบบูรณาการ เพื่อที่จะทำให้คุณใช้พลังงานได้อย่างคุ้มค่าและทำให้เกิดผลผลิตที่มากขึ้น เพียงพอ และเชื่อถือได้ทั้งในด้านพลังงานและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ โรงงาน เครือข่ายศูนย์รวมข้อมูลอาคาร รวมไปถึงตลาดที่อยู่อาศัย โดยมีพนักงานกว่า 100,000 คน จากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก สร้างรายได้กว่า 15.8 พันล้านยูโรในปี 2552 และสามารถช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถใช้พลังงานได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

ติดต่อบริษัทฯ ได้ที่ ที่อยู่: 44/1 อาคารรุ่งโรจน์ธนกุล ชั้น 14 ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม. 10320 โทรศัพท์: 02-617-5500 เว็บไซด์: www.schneider-electric.co.th

 

 

รู้จักกับวัสดุ