Rolls Royce ของไม้เอ็นจิเนียร์
ฟัง พุทธธรรม ชุด
Furniture
ลงโฆษณา
พระไตรปิฎกเสียง คลิก

เรื่องต้องรู้ก่อนสร้างบ้านบนที่ดินตัวเอง

20 May 2014 - akanek_ja_ja

วันก่อนมีโอกาสติดรถคนรู้จักไปดูที่ดินที่จะสร้างบ้านที่ต่างจังหวัดด้วยกันมา ด้วยความที่ไม่มีความรู้เรื่องที่ดินกันทั้งคู่ ก็ดูกันไปแบบงูๆ ปลาๆ  ทำให้ได้บทเรียนกลับมาว่า เราควรจะทำความรู้จักที่ดินของตัวเองเสียก่อน ว่ามีขนาดที่ดินเท่าไหร่ รูปร่างหน้าตาที่ดิน ที่ดินของเราอยู่ติดกับอะไรบ้าง หรือมีอะไรที่ต้องแก้ไข หรือปรับปรุงก่อนที่จะสร้างบ้าน เพราะว่ามันจะเป็นปัจจัยสำคัญอีกตัวหนึ่งที่จะต้องมีการวางแผน ออกแบบ จัดวางตำแหน่งให้เหมาะสมกับความต้องการ และการใช้งานของเจ้าของบ้าน 

หลังจากนั้นก็เลยเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับที่ดิน จนไปเจอเอกสาร ปัญหาที่ควรทราบก่อนสร้างบ้าน จากเว็บของกรมโยธาธิการและผังเมือง   ตอนหนึ่งที่พูดถึงที่ดินก็เลยขอมาแชร์ความรู้ต่อให้กับคนที่กำลังวางแผนสร้างบ้านให้ได้ลองเอาไปใช้ประกอบการพิจารณาในการเลือกซื้อที่ดิน หรือออกแบบ จัดวางตำแหน่งบ้านให้เหมาะกับที่ดินที่มีอยู่  หากเราไม่พิจารณาเรื่องเหล่านี้เสียตั้งแต่แรก เมื่อลงมือก่อสร้างไปแล้ว อาจจะเกิดปัญหาขึ้นภายหลังได้ เช่น น้ำท่วม ไม่มีทางระบายน้ำเสีย บ้านเกิดอาการทรุดตัวได้


ขนาดของที่ดินและพื้นที่เปิดโล่ง

ก่อนที่เราจะออกแบบบ้าน หรือกำหนดว่าบ้านของเราจะมีพื้นที่มากน้อยแค่ไหน สิ่งแรกที่ต้องเช็คก่อนก็คือ ที่ดินที่จะสร้างบ้านนั้นมีขนาดเท่าไหร่  ใหญ่พอที่จะสร้างบ้านได้ตามที่ต้องการมั้ย  และเมื่อสร้างไปแล้ว จะมีพื้นที่ว่าง หรือที่คนในแวดวงสถาปัตย์เขาจะเรียกกันว่า “พื้นที่เปิดโล่ง (open space)”  มากน้อยแค่ไหน  เพราะเจ้าพื้นที่ว่างๆ นี่แหละ ที่จะช่วยให้เกิดภาวะน่าสบายน่าอยู่บนที่ดินผืนนั้นได้

 

ตามหลักเกณฑ์มาตรฐานการประเมินอาคารประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน บอกไว้ว่า

สำหรับบ้านเดี่ยวนั้น ควรมีพื้นที่เปิดโล่งมากกว่า 50%  ของพื้นที่ดิน  ส่วนบ้านแถวและอาคารอยู่อาศัยรวม ควรมีพื้นที่เปิดโล่งมากกว่าร้อยละ 25%  ของพื้นที่ดิน (อ่านแล้ว หันไปดูที่ดินสร้างบ้านสมัยนี้แล้ว หลักเกณฑ์นี้ทำได้ลำบากไม่น้อย ส่วนใหญ่แล้ว ถ้าเป็นที่ดินผืนเล็กๆ ก็มักจะสร้างบ้านจนกินเนื้อที่เกินครึ่งทั้งนั้น อย่างเก่งก็มีพื้นที่เปิดโล่งรอบตัวบ้าน 2-3เมตร  ยกเว้นคนที่มีที่ดินเยอะๆ ก็พอจะกันพื้นที่เปิดโล่งได้มาก


ลักษณะของที่ดิน 

นอกจากขนาดพื้นที่โดยรวมแล้ว  เรื่องของความกว้าง ยาว (ลึก) ของที่ดินก็มีผลกับการออกแบบบ้านเช่นเดียวกัน เพราะมันจะไปมีผลกับการกำหนดรูปร่างของตัวบ้าน พื้นที่ใช้สอย และการตัดสินใจเลือกหน้าตา ลักษณะของตัวบ้าน เช่น ที่ดินหน้าแคบ ลึก แต่คุณต้องการพื้นที่ใช้สอยมากๆ ก็อาจต้องเลือกสร้างบ้าน 2ชั้น หรือทาวน์โฮม 3-4ชั้น แทน แต่ถ้าที่ดินที่มีอยู่เป็นหน้ากว้าง คุณสามารถสร้างบ้านชั้นเดียวแต่ได้พื้นที่ใช้สอยเท่ากับบ้านสองชั้นหรือทาว์โฮม 3-4ชั้นได้

 

ลักษณะทางกายภาพของที่ดิน

เช็คก่อนว่าที่ดินต่ำกว่าระดับถนนมั้ย?  ที่ดินเนินเขา หรือที่ราบลุ่ม ที่ดินลุ่มต่ำ น้ำท่วมถึง ไปจนถึงพื้นที่ข้างเคียงที่ดินของเราก็มีผลกับหลายเรื่องเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การเลือกระบบก่อสร้าง การเลือกใช้วัสดุก่อสร้าง-วัสดุตกแต่งให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ หรืออาจจะต้องมีการปรับสภาพพื้นที่ ถม ปรับ ขุดก่อนเริ่มก่อสร้าง ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมานอกเหนือจากค่าก่อสร้างที่เจ้าของบ้านมือใหม่หลายคนไม่ทราบกัน 


ที่ดินกับถนนนอกที่ดิน

ถนนนอกที่ดินมาเกี่ยวอะไรกับที่ดินของเราด้วย? 

ถนนที่ตัดผ่านหน้าที่ดินของเราไป มีความสำคัญกับการวางตำแหน่งตัวบ้าน เพราะจะเป็นตัวกำหนดทางเข้าบ้านของเรา  เมื่อเราได้ตำแหน่งของทางเข้า-ออกตัวบ้านได้แล้ว การกำหนดตำแหน่งตัวบ้านก็จะง่ายขึ้น 

สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ ที่ดินของเราอยู่ใกล้ทางแยกมั้ย ถ้าที่ดินอยู่ใกล้ทางแยก ก็ควรจะเลือกตำแหน่งทางเข้าบ้านให้อยู่ห่างจากทางแยกมากที่สุด ป้องกันอุบัติเหตจากการเข้า-ออกบ้าน  หรืออุบัติเหตจากรถที่วิ่งไปมาผ่านทางแยกนั้น


พื้นที่เปิดโล่งกับประโยชน์ใช้สอยของบ้าน

อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า บนที่ดินทั้งหมด ควรจะแบ่งพื้นที่เปิดโล่งไว้บ้าง เพื่อให้พื้นที่เปิดโล่งนั้นได้ใช้ประโยชน์ใช้สอยได้เต็มที่  โดยดูจากการใช้สอยพื้นที่บ้านของเจ้าของบ้าน

สมมติว่า ต้องการบ้านที่มีเฉลียงหน้าบ้านหรือ ส่วนของห้องรับแขกก็ควรจะอยู่ส่วนหน้าตัวบ้าน พื้นที่เปิดโล่งก็ควรจะอยู่ตำแหน่งหน้าบ้าน เพื่อให้การใช้งานห้องรับแขกสามารถเชื่อมต่อไปถึงพื้นที่เปิดโล่งหน้าบ้านที่แบ่งพื้นที่บางส่วนจัดสวน ปลูกต้นไม้เพิ่มเติม

หรือออกแบบให้ส่วนพักผ่อนหรือห้องทานอาหารอยู่ด้านข้างหรือหลังบ้าน พื้นที่เปิดโล่งก็ย้ายมาอยู่ด้านข้างตัวบ้านหรือค่อนไปด้านหลังของตัวบ้าน เพื่อไปรองรับกิจกรรมของครอบครัวที่จะเกิดขึ้น


ทิศทาง แดด ลม ฝน

ในการสร้างบ้าน ทิศทางแดด ลม และฝน จะมีส่วนสำคัญกับการจัดวางตำแหน่งตัวบ้านและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้าน

บ้านที่ดี ควรจะมีการถ่ายเทอากาศทีดี มีช่องให้ลมใหม่พัดเข้าและช่องสำหรับลมเก่าพัดออกไป บ้านก็จะเย็นสบาย แต่บางครั้งก็มีข้อจำกัดบางอย่างที่ทำให้การถ่ายเทของอากาศไม่สะดวก ติดขัด เช่น ด้วยรูปทรงของตัวบ้านเอง หรือตำแหน่งห้องต่างๆ ในบ้านที่ขัดกับทิศทางแดด ลม ฝน

อย่างที่เคยบอกไว้แล้วใน บทความ สำรวจทิศทางแดดลม เพื่อบ้านเย็นตลอดปี   ที่ว่าทิศทางของแดดในบ้านเราอ้อมใต้   ดังนั้น ในช่วงบ่ายๆ แดดจะแรงมากเป็นพิเศษ และได้รับแดดเป็นเวลานาน  ฉะนั้น บริเวณที่ไม่ต้องการแสงแดดมากๆ เช่น ห้องนอน จึงไม่ควรอยู่ในตำแหน่งที่โดนแดดจัดเป็นเวลานาน อย่างทิศตะวันตกหรือทิศตะวันตกเฉียงใต้  แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็อาจจะลดความร้อนจากแสงแดดที่จะเข้ามาด้วยการปลูกต้นไม้บังแดดในฝั่งนั้น หรือทำชายหลังคาให้ยื่นยาวลงมาช่วยบังแดดบ่าย

 

ใครที่มีที่ดินอยู่แล้วกำลังคิดจะสร้างบ้าน ลองเอาคำแนะนำนี้ไปประกอบการพิจารณาในการเลือก วางตำแหน่ง ออกแบบบ้านกันดูนะคะ  น่าจะช่วยให้ไม่เจอปัญหาปวดหัวตอนที่สร้างเสร็จ หรือเข้าอยู่แล้ว

 

ที่มา  http://www.dpt.go.th/trat/main/images/stories/pdf/download/hom02.pdf 

Showcase

About the Author

กอง บก. AKANEK - มีกันอยู่ 2-3 คน ไม่ดุ ไม่กัด เขียนทุกวัน เขียนทุกเรื่อง

Comments