Rolls Royce ของไม้เอ็นจิเนียร์
ฟัง พุทธธรรม ชุด
Furniture
ลงโฆษณา
พระไตรปิฎกเสียง คลิก

10 ความเชื่อและเหตุผลทางฮวงจุ้ยในการเลือกทำเลที่พักอาศัย

27 Jul 2014 - akanek_ja_ja

วันก่อนมีโอกาสไปฟัง อาจารย์สมชัย เจริญวรเกียรติ ผู้ที่ปรึกษาด้านฮวงจุ้ยให้กับหน่วยงานต่างๆ มาแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับฮวงจุ้ยกับที่อยู่อาศัย ในงานเสวนาหัวข้อ ฮวงจุ้ยและเทคนิคการแต่งบ้าน ศาสตร์ที่ต้องรู้คู่ธุรกิจอสังหาฯ โดยมีเจ้าภาพใหญ่อย่าง DDproperty  และ ผลิตภัณฑ์ SHERA ที่ร่วมกันจัดขึ้น ก็เลยขอนำมาแชร์ต่อให้กับคนที่สนใจเกี่ยวกับฮวงจุ้ย ได้ทราบที่มาที่ไป ที่คนโบราณห้ามเอาไว้ เผื่อจะได้ลองนำไปปรับใช้กันดู

 

อาจารย์สมชัยให้ข้อคิดเกี่ยวกับเรื่องของฮวงจุ้ยไว้ว่า หากมองให้ลึกลงไปแล้ว ฮวงจุ้ยเป็นเรื่องของการปรับให้เข้ากับธรรมชาติ  ไม่ฝืนธรรมชาติที่เป็นอยู่ แต่เนื่องจากศาสตร์ฮวงจุ้ยมีมาพันกว่าปีแล้ว หลักเกณฑ์ที่ใช้เมื่อพันกว่าปีมาแล้ว อาจจะไม่ได้ผลหรือไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน เนื่องจากสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น การนำหลักของฮวงจุ้ยที่เป็นศาสตร์เมื่อพันกว่าปีที่แล้วมาใช้กับสภาพแวดล้อมทุกวันนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องผสมผสานเอาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์  วิศวกรรม สถาปัตย์และการตกแต่งภายในมาใช้ร่วมกัน  

 

ซึ่งความเชื่อต่างๆ ในศาสตร์ของฮวงจุ้ยนั้น อาจารย์สมชัยได้บอกถึงเหตุผลในเชิงวิทยาศาสตร์เอาไว้ ลองมาดูกันว่า ความเชื่อทางฮวงจุ้ย 10 เรื่องต่อไป มีเหตผลทางวิทยาศาสตร์อย่างไรกันบ้าง 

 

1. ความเชื่อที่ว่า...หน้าบ้านเป็นน้ำ หลังบ้านเป็นเขา เป็นทำเลสุดยอด คนที่อยู่ในบริเวณนั้นจะเจริญก้าวหน้าขึ้น ในทางกลับกัน ใครที่เลือกทำเลบ้านที่ที่ดินข้างหน้าสูง ข้างหลังต่ำ จะไม่เป็นมงคล ยากจน ไม่มีทรัพย์

เหตผล : ในสมัยก่อน  เวลาหน้าน้ำ หรือน้ำท่วม คนที่สร้างบ้านบนที่ดินที่ที่ด้านหลังอยู่สูงกว่าที่ดินด้านหน้า จะได้เปรียบกว่าทำเลอื่นๆ ตรงที่สามารถขนย้ายข้าวของขึ้นไปอยู่บนที่สูงได้    อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ฝุ่นละอองต่างๆ โดยธรรมชาติแล้ว เวลาปลิวจะลอยตัวต่ำๆ ไม่ขึ้นที่สูง ถ้าสร้างบ้านอยู่บนที่สูง ฝุ่นละอองก็จะลอยขึ้นไปไม่ถึงในบ้าน คนในบ้านก็รอดปลอดภัยจากโรคภูมิแพ้ที่เกิดจากฝุ่นละออง

 

ถ้าเทียบกับปัจจุบัน ทำเลทองแบบข้างบนคงจะหาได้ยากแล้ว  แต่คอนเซ็ปที่ว่า ข้างหน้าต่ำ ข้างหลังสูงก็ยังสามารถเอามาใช้ได้  โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ริมถนน พยายามสร้างพื้นบ้าน(ข้างหลัง)ให้สูงกว่าถนน(ข้างหน้า) เพื่อป้องกันเวลาฝนตก น้ำจากถนนจะได้ไม่ไหลเข้ามาในตัวบ้าน

 

2. ความเชื่อที่ว่า...ทำไมสร้างบ้านโดดๆ และสร้างให้สูงกว่าบ้านคนอื่น จึงเป็นสิ่งไม่ดี มีผลให้บ้านมีแต่เรื่องเดือดร้อน คนในบ้านมีเคราะห์

เหตุผล : อาคารที่สร้างสูงโดดกว่าอาคารอื่นๆ ตัวอาคารทั้งสี่ด้านจะได้รับแดดเต็มๆ บ้านจะร้อนมากกว่า และอาคารที่สูงกว่าอาคารอื่นในละแวกเดียวกัน มักจะโดนฟ้าผ่าลงมา (ถ้าลองไปดูตึกสูงๆ เขาจะมีเสาสายล่อฟ้าติดตั้งอยู่ที่ยอดตึกกันทั้งนั้น เพื่อป้องกันฟ้าผ่า) เสี่ยงที่จะเกิดอัคคีภัยได้ง่าย รวมถึง อาคารยิ่งสูงเด่นยิ่งขาดความเป็นส่วนตัว  ปัจจุบันมีการคิดค้นวัสดุป้องกันความร้อนออกมา ทั้งฉนวนกันความร้อน  ฟิล์มกันความร้อน กระจกกันความร้อน หรือ ม่าน มู่ลี่  และวัสดุที่สร้างความเป็นส่วนตัวออกมาให้ใช้กัน เช่น ฟิล์มทึบแสง กระจกทึบแสง หรือม่าน มู่ลี่

 

3. ความเชื่อที่ว่า...ทำไมห้ามสร้างบ้าน หรือซ่อมบ้าน (แม้จะเป็นงานซ่อมเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม) ในระหว่างที่คนในครอบครัวกำลังตั้งครรภ์อยู่ เพราะอาจจะทำให้แท้งลูกได้

เหตุผล : ที่คนโบราณห้ามไว้ก็เพราะว่า ถ้าคนท้องต้องมาอยู่ในบ้านที่มีการก่อสร้าง หรือซ่อมแซมบ้าน มีเศษวัสดุฟุ้งกระจาย ถ้าหายใจเอาฝุ่นผงจากเศษวัสดุหรือฝุ่นจากงานก่อสร้าง อาจมีผลกับเรื่องสุขภาพร่างกายและจิตใจ ทำให้เครียดได้ง่ายๆ  เครื่องไม้เครื่องมือวางกองไว้เต็มบ้าน อาจจะทำให้เสียหลัก ลื่นล้มได้

 

ดังนั้น หากจำเป็นต้องซ่อมแซมบ้าน ถ้ารีบทำได้ก็ควรจะรีบทำทันที และซ่อมแซมให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อลดอุบัติเหตุและมลพิษในอากาศจากฝุ่นละอองที่เกิดจากการก่อสร้าง หรือมลพิษทางเสียงจากการก่อสร้าง

 

4. ความเชื่่อที่ว่า...ทำไมที่ดินที่อ่อนนุ่ม ไม่แน่น ถ้าอยู่อาศัยจะไม่เจริญ ทำธุรกิจก็อับเฉา ขาดทุน

เหตุผล : โดยธรรมชาติแล้วที่ดินที่อ่อนนุ่ม ถ้านำมาสร้างอาคาร มักจะมีอาการแตกร้าว ทรุดตัวตามมา มีโอกาสที่อาคารจะล้มพังลงมา เนื่องจากดินนุ่มเกินไป รับน้ำหนักอาคารไม่ไหว ทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมสูง หรือเจ้าของอาคาร เจ้าของบ้านต้องลงทุนงานก่อสร้างมากขึ้น เพื่อให้ที่ดินบริเวณนั้นสามารถสร้างอาคารแล้วเกิดการทรุดตัว แตกร้าวน้อยที่สุด

 

ปัจจุบัน ถ้าพื้นที่ตรงไหนสำรวจแล้วพบว่าเป็นที่ดินอ่อนตัว ทางวิศวกรจะพิจารณาใช้เสาเข็มที่ยาวขึ้น เพื่อช่วยรับน้ำหนักตัวอาคาร หรือสร้างอาคาร สร้างบ้านบนคานหล่อ แทนที่จะสร้างลงไปบนดินโดยตรง

 

5. ความเชื่อที่ว่า...ทำไมสร้างบ้านคร่อมบ่อน้ำร้าง จะไม่ดี

เหตุผล : ที่คนโบราณห้ามสร้างบ้านคร่อมบ่อน้ำร่างก็เพราะว่า บ่อน้ำร้างหรือบ่อน้ำเดิมจะมีความชื้นค่อนข้างสูง พื้นที่บริเวณนั้นก็จะเต็มไปด้วยเชื้อรา จุลินทรีย์  ความชื้นที่สะสมอยู่ใต้บ้านก็จะค่อยๆ กลายเป็นเชื้อราราอาละวาดอยู่ตามผนัง กำแพง ที่ร้ายยิ่งกว่าก็คือ ความชื้นจากบ่อน้ำร้างพวกนี้ สามารถแทรกซึมไปตามผนังอาคารเข้าไปทำให้เหล็กโครงสร้างเป็นสนิม บวมดันคอนกรีตให้แตก เหล็กผุจนโครงสร้างอาคารเสียหายได้

 

 

6. ความเชื่อที่ว่า...ทำไมบ้านที่หน้ากว้าง หลังแคบ จะเก็บทรัพย์ไม่อยู่

เหตุผล : สมัยก่อนในประเทศจีน ยังมีการรุกราน มีโจรชุกชุม เจ้าของบ้านจึงต้องหาทางป้องกันไม่ให้โจรเข้ามาในบ้านได้ง่ายด้วยการสร้างรั้วสูง ทึบ ทางเข้าแคบๆ จะกันการบุกรุกได้ง่ายกว่า  อีกอย่างหนึ่งสมัยก่อน บ้านเรือนสร้างกันไม่ได้สูงมาก เมื่อเกิดภัยธรรมชาติอย่างลมพายุพัดเข้ามาบ้านที่หน้ากว้างก็จะรับลมมากกว่า  โครงสร้างบ้านไม่ได้แข็งแรงมาก พอโดนลมแรงๆ ก็อาจจะพัง เสียหายได้ 

 

ปัจจุบันนี้ มีการจัดสรรที่ดินเพื่อสร้างบ้าน ที่ดินก็จะถูกแบ่งแปลงเป็นสี่เหลี่ยมหน้าหลังกว่าเสมอกันอยู่แล้ว ปัญหาเรื่องบ้านหน้าแคบ หลังกว้างก็เลยไม่ค่อยมีให้เห็นเท่าไหร่ (ยกเว้นที่ดินที่เป็นมรดก อาจจะมีแปลงที่ดินไม่ได้สี่เหลี่ยมเท่ากันทุกด้าน)  กลับกันถ้าเป็นร้านค้า ทำธุรกิจ ควรเปิดให้ด้านหน้ากว้าง คนผ่านไปผ่านมาก็จะได้เห็นชัดเจน และสามารถต้อนรับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการได้สะดวก

 


7 . ความเชื่อที่ว่า...ทำไม หน้าบ้านที่มีก้อนหินใหญ่มาขวางหน้า คนในบ้านจะเจ็บไข้ได้ป่วย หรือเกิดอุบัติเหตุ

เหตุผล : ถ้ามีก้อนหินใหญ่มาอยู่หน้าบ้าน โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุหน้าบ้นก็มากขึ้น เช่นเดินไปชน ทำให้ได้รับบาดเจ็บ  ทุกวันนี้เราเดินทางกันด้วยรถยนต์กันเป็นส่วนใหญ่ ก็มีโอกาสที่เราจะขับรถชนก้อนหินได้ โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนหรือเย็นๆ เวลาโพล้เพล้ ที่สายตาเราอาจจะมองเห็นได้ไม่ชัดหรือเห็นได้ไม่ไกลนัก  นอกจากนี้ก้อนหินก็มักจะมีฝุ่นละอองติดมาด้วย ถ้ามีความชื้นสะสมมากๆ ก็เป็นเชื้อรา เป็นที่อยู่ของสัตว์มีพิษ  ทางที่ดี ถ้าสามารถเคลื่อนย้ายออกไปได้ก็ควรทำ หรือหากติดขัดไม่สามารถทำได้ก็ให้ทำเครื่องหมายเตือนให้ระวังตัวใหญ่ๆ เห็นชัดๆ

 

 

8 . ความเชื่อที่ว่า...ทำไมบ้านที่มองเห็นเสาหลักของบ้านจากภายนอก บ้านนั้นอาจจะมีลูกอกตัญญู

เหตุผล : ในทางวิศวกรรม สถาปัตยกรรม เสาหลักถือว่าเป็นจุดรับน้ำหนักของตัวบ้าน ตัวอาคาร ถ้าเสามีอันเป็นไป ถูกทำลาย ทำให้เสียหาย อาคารหรือบ้านทั้งหลังอาจจะพัง ทรุดตัวลงมาได้ง่ายๆ ดังนั้นจึงต้องหาอะไรมาหุ้ม คลุมป้องกันไม่ให้เสาเกิดความเสียหายได้ แต่ถ้าไม่สามารถหาอะไรมาหุ้ม คลุมไว้ได้ อาจจะออกแบบให้เสากลายเป็นส่วนหนึ่งของผนัง หรือสร้างห้องมากั้นเสาเอาไว้ หรือทำเป็นพาทิชั่นหรือฉากกั้นเอาไว้ แต่ควรเป็นฉากกั้นที่แข็งแรงพอสมควร

 


9 . ความเชื่อที่ว่า...ทำไมรั้วที่มีรอยแตกร้าว ชำรุดหรือมีต้นไม้มาพันจนรกรุงรัง จะนำความเดือนร้อนเข้ามาในบ้าน

เหตุผล : กำแพงหรือรั้วที่เกิดอาการแตกร้าว หากเป็นการแตก ร้าวมากๆ มีความเสี่ยงที่จะพังลงมา เป็นอันตรายกับทั้งคนในบ้านและคนที่เดินอยู่นอกกำแพง นอกรั้วอาจจะได้รับบาดเจ็บจนต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกัน  เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าพบว่ารั้ว กำแพงแตกร้าว ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญหรือวิศวกรมาตรวจสอบดูว่า ปลอดภัยมั้ย หรือควรจะซ่อมแซมอย่างไร

 


10 . ความเชื่่อที่ว่า...ทำไมบ้านที่มีโรงพยาบาล วัดอยู่หน้าบ้าน คนในบ้านจะไม่อยู่ไม่เป็นสุข ธุรกิจจะไม่ดี

เหตุผล : สมัยก่อน ตามโรงพยาบาล วัด หรือสุสานเป็นแหล่งที่มีเชื้อโรคอยู่มากมาย ถ้าสถานที่เหล่านี้อยู่ใกล้ๆ บ้าน เชื้อโรคต่างๆ อาจจะแพร่กระจายเข้ามาถึงบ้าน ทำให้คนในบ้านเจ็บไข้ได้ป่วยอยู่เรื่อยๆ รวมถึงการที่เห็นภาพคนเจ็บ คนป่วย หรือคนตายบ่อยๆ ก็อาจจะทำให้คนที่เห็นเป็นประจำ เกิดหดหู่ เศร้าใจ ส่งผลต่อสุขภาพจิตได้

 

แต่ปัจจุบัน การแพทย์ก้าวหน้าไปมาก โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ สามารถดูแลควบคุมได้ การจัดการร่างผู้เสียชีวิตใช้การเผาแทนการฝัง  หรือถ้าจะฝังก็จะมิดชิดกว่าแต่ก่อน ดังนั้น ถ้าบ้านสมัยนี้จะอยู่ใกล้โรงพยาบาลก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าห่วงเกี่ยวกับเชื้อโรคสักเท่าไหร่ ที่ดูจะรบกวนมากกว่า น่าจะเป็นเรื่องของเสียง ความพลุ่กพลาน รถที่เข้า-ออก ต่างหากที่อาจจะรบกวนได้  แต่ถ้าจะให้ดี ทำเลที่ใกล้สถานที่พวกนี้ เหมาะที่จะนำมาเปิดธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ร้านขายเวชภัณฑ์ ยา เครื่องมือเครื่องใช้ที่เกี่ยวกับผู้ป่วย หรือร้านอาหารมากกว่าที่จะเป็นที่อยู่อาศัย

 

ฮวง และ จุ้ย

ฮวงจุ้ย ประกอบด้วยคำสองคำ  ฮวง แปลว่า ลม  จุ้ย แปลว่าน้ำ  (อันนี้คนที่เคยอ่านหรือศึกษาตำราฮวงจุ้ยมาบ้างก็คงพอจะทราบกันดี)  และคำว่าฮวงและจุ้ยนี่เองที่เป็นบ่อเกิดของชีวิต

 

ฮวง คือ ลม หรือก็คืออากาศที่เราหายใจเข้า หายใจออกนี่เอง ถ้าบ้านของเรามีลมพัดเข้า-ออกที่พอเหมาะพอดี ลมก็จะพาความเย็นสบายเข้ามาในบ้าน ทำให้คนที่อยู่ในบ้านรู้สึกสบายตัว และลมที่กระจายไปทั่วถึงทั้งบ้าน จะช่วยลดความอับชื้นในบ้านที่เป็นบ่อเกิดของเชื้อโรค และพัดพาเอาความชื้นไปยังบริเวณที่ร้อนกว่าเพื่อกำจัดเชื้อโรคด้วยความร้อนและแสงแดด

 

แต่ทุกวันนี้ เราหันมาใช้เครื่องปรับอากาศ เพื่อทำให้บ้านเย็นสบายแทนการพึ่งพาลม ทำให้ตัวบ้านต้องมีลักษณะทึบตัน มีช่องให้ลมผ่านได้น้อยลง ไม่นิยมเปิดประตูหน้าต่างเพราะกลัวฝุ่นละออง เสียงดัง  ฮวงหรือลมธรรมชาติจึงถอยห่างจากเราไปทุกที

 

จุ้ยหรือน้ำ องค์ประกอบสำคัญของชีวิตทุกชีวิต  สมัยก่อนทั้งที่อยู่อาศัย แหล่งทำมาหากินต่างก็อยูไม่ห่างจากแหล่งน้ำ แม่น้ำลำคลอง ด้วยเหตนี้ บ้านที่ได้รับน้ำสะอาดและอาหารที่เพียงพอที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ บ้านนั้นก็จะมีความสุข

 

เพราะฉะนั้นแล้ว ฮวงจุ้ยในมุมของอาจารย์สมชัย มันก็คือหลักการอยู่อาศัยให้ถูกที่ถูกทาง ไม่ฝืนธรรมชาติ และรู้จักปรับตัวตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป   ถ้าต้องการสร้างบ้านให้ถูกฮวงจุ้ย เราก็ควรจะเข้าใจสภาพแวดล้อมรอบตัวเสียก่อน รู้จักทิศทาง แดด ลมเข้ามาทางไหน ออกทางไหน  แล้วจึงออกแบบ-วางตำแหน่งบ้านบนที่ดินให้เหมาะกับการใช้งาน กำหนดตำแหน่งของช่องเปิด หรือหน้าต่างเพื่อให้ลมพัดผ่านเข้า-ออกได้สะดวก แสงสว่างเข้ามาในบ้านในปริมาณที่พอดี ไม่ร้อนเกินไป  เลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม  กันความร้อนได้ แข็งแรง ทนทาน ยังไงก็ลองเอาไปพิจารณาการดูนะคะ  ใครปรับแล้วเป็นอย่างไร ส่งข่าวมาบอกกันบ้าง 

 

Showcase

About the Author

กอง บก. AKANEK - มีกันอยู่ 2-3 คน ไม่ดุ ไม่กัด เขียนทุกวัน เขียนทุกเรื่อง

Comments