Rolls Royce ของไม้เอ็นจิเนียร์
ฟัง พุทธธรรม ชุด
Furniture
ลงโฆษณา
พระไตรปิฎกเสียง คลิก

จะเลือก one-piece หรือ two-piece ดี

30 May 2012 - akanek_ja_ja

อย่าเพิ่งเข้าใจว่าเรากำลังจะชวนคุณคุยเรื่องชุดบิกินีริมชายหาด ริมทะเลของสาวๆ แต่วันพีซ ทูพีซ ที่เราพูดถึงหมายถึงโถสุขภัณฑ์ที่เราต้องใช้กันทุกวันต่างหาก
ที่หยิบเรื่องนี้มาพูดก็เพราะว่า ใครที่เคยไปเดินดูโถสุขภัณฑ์ตามแผนก Sanitary ในห้างขายวัสดุ-อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน แล้วไปเจอคำว่า โถสุขภัณฑ์ชิ้นเดียวหรือโถสุขภัณฑ์สองชิ้น ก็อาจจะสงสัยเหมือน AKANEK ว่า เอ๊ะ... แล้วเจ้าโถ one piece กับโถ two-piece มันต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่ากัน วันนี้ AKANEK ถือโอกาส ไปตามหาความแตกต่างระหว่าง one-piece toilet กับ two-piece toilet มาฝากกันค่ะ

โถสุขภัณฑ์วันพีซกับทูพีซต่างกันตรงไหน
ที่เรียกว่า ชิ้นเดียว กับสองชิ้น นั้น หมายถึงตัวโถกับหม้อเก็บน้ำค่ะ ถ้าเป็นโถสุขภัณฑ์แบบสองชิ้น ตัวโถกับหม้อเก็บน้ำจะแยกชิ้นกัน เวลาติดตั้งต้องติดตั้งสองชิ้น ส่วนแบบชิ้นเดียว ตัวโถกับหม้อเก็บน้ำจะถูกหลอมขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกัน รูปทรงก็จะกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน ดูสวย โมเดิร์นกว่า และไม่ใช่แค่นั้นนะค่ะ ในความแตกต่างก็ยังมีข้อดี ข้อเสียต่างกันด้วย
 
 
 
โถแบบชิ้นเดียว
       ข้อดี                                                                 ข้อเสีย    
      -  รูปทรงที่สวยกว่า                                                  -  ราคาสูงกว่าแบบสองชิ้น
      -  ทำความสะอาดง่าย ทั่วถึง                                       -  ชำรุด พัง แตก หัก ต้องเปลี่ยนทั้งชิ้น
      -  น้ำไม่รั่ว เมื่อใช้ไปนานๆ                                                                 
      -  ติดตั้งง่าย ไม่ต้องประกอบชิ้นส่วน                                                     
      -  ระบบชำระทำงานเงียบ                                                                 
 
โถแบบสองชิ้น
      -  ราคาถูกกว่าแบบชิ้นเดียว ตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักหมื่น      -  ทำความสะอาดยาก มักจะมีคราบหรือสิ่งสกปรก เชื้อโรค                                                                                         ตกค้างอยู่ตามซอกมุมรอยต่อ
      -  ชำรุด พัง แตก หัก เปลี่ยนเฉพาะชิ้น                             -  ระบบชำระทำงานเสียงดัง
                                                                                -  ใช้ไปนานๆ มักมีปัญหาน้ำรั่วตามรอยต่อ
                                                                                -  ติดตั้งหลายขั้นตอนมากกว่าแบบชิ้นเดียว
 

แต่คงไม่มีใครเลือกโถสุขภัณฑ์เพียงแค่เพราะมันเป็นโถแบบชิ้นเดียวหรือโถแบบสองชิ้น ยังมีปัจจัยอื่นที่เราต้องดู ต้องคำนึงถึง ที่จะเอามาเป็นตัวตัดสินใจได้ด้วย เช่น

1. ความพอเหมาะพอดีเวลานั่งและลุก
2. ระบบชำระ (Flush System)
3. ปัจจัยประกอบอื่นๆ เช่น ราคา อะไหล่สำรอง เป็นต้น

ความพอเหมาะพอดีเวลานั่งและลุก
อันนี้หลายๆ คนคงเคยสงสัยว่า ทำไมโถบางโถนั่งสบาย จนสามารถนั่งนานๆ ได้ ส่วนบางโถนั่งแล้วอึดอัดต้องขยับตัวไปมาให้ลงตัว อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับหลายๆ เหตุผลตั้งแต่ รูปร่างของเราเอง ความสูงของโถ รูปทรงโถ ถ้าจะให้ดี ก่อนจะตัดสินใจซื้อโถก็ควรจะลองลุกนั่งกับโถจริงดูหลายๆ ครั้ง อาจจะดูประหลาดนิดๆ แต่รับรองว่าได้โถที่เหมาะกับการใช้งานของเราแน่

ลองมาไล่ดูว่า อะไรบ้างที่ทำให้โถสุขภัณฑ์ นั่งสบายหรือไม่สบาย

  - ความสูงของโถ โดยปรกติโถสุขภัณฑ์หรือชักโครก จะมีความสูงอยู่ที่ 14 นิ้ว สำหรับบ้านใครที่มีผู้ใหญ่ คนเจ็บ หรือคนชรา ก็อาจจะเลือกโถที่มีขนาดสูงหน่อยเพื่อให้ลุกนั่งได้สะดวกขึ้น ทาง ADA (Americans with Disabilities Act) ของสหรัฐอเมริกาก็มีการกำหนดว่าควรจะมีความสูงที่ 16.5 นิ้ว

  - รูปทรงโถ (Bowl Shape) ทั่วไปแล้ว โถที่ใช้กัน มีอยู่ 2 ทรง ก็คือ โถทรงกลมหรือ round shape กับโถทรงรีหรือ elongated โถทรงรีจะเหมาะกับห้องน้ำมีพื้นที่ใหญ่หน่อย เพราะโถทรงนี้ หน้าจะยาว กินพื้นที่ แต่นั่งสบายที่สุด เพราะโถใหญ่ รองรับสรีระได้เต็มที่ ส่วนถ้าห้องน้ำใครมีพื้นที่ไม่มากนัก ก็ต้องเป็นโถที่กินพื้นที่น้อยๆ อย่างโถทรงกลม
  
                         โถทรงรี                                                                         โถทรงกลม

  - ฝารองนั่งด้วย ปรกติแล้ว ตัวโถทรงไหน ฝารองนั่งก็จะเป็นทรงเดียวกัน แต่หลายคนมักจะมองข้ามเรื่องคุณภาพ ฝารองนั่งที่ดีจะช่วยให้เรานั่งสบายขึ้น เวลานั่งไม่ขยับหรือเลื่อนไปเลื่อนมา ใช้งานได้ทนทาน ในบ้านเราก็มีอยู่หลายคุณภาพให้เลือกกัน ถ้าราคาถูกหน่อย มักจะเป็นรุ่นฝากลม เล็กๆ นั่งไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ ใช้ไปนานๆ ฝาจะเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองๆ บางชิ้นเวลานั่งลงไปแล้วเลื่อนไปมาได้ด้วย ถ้าเป็นฝาที่ราคาสูงขึ้นมาอีกนิดก็จะดูแข็งแรงขึ้น ขนาดใหญ่ขึ้น นั่งสบายขึ้นมาอีกนิด

ระบบชำระล้าง (Flush System)
ระบบชำระล้างที่นิยมใช้กับสุขภัณฑ์สำหรับบ้านพักอาศัยมีอยู่ 2 ระบบหลัก ๆ คือระบบ washdown กับระบบ Siphon ทั้งสองระบบจะต่างกันทั้งเรื่องการประหยัดน้ำและปัญหาท่ออุดตัน

ภาพจาก cotto

ระบบ washdown
ถ้าเป็นระบบ washdown ระบบนี้ น้ำแรง เสียงดัง หมดจดไว้ใจได้ ประหยัดน้ำ ท่อใหญ่ (ประมาณ4นิ้ว) สั้น ทำให้น้ำที่ปล่อยลงมาหม้อเก็บน้ำ มีทั้งความแรงและความเร็ว ชำระล้างได้หมดจดอย่างรวดเร็ว ไม่ค่อยมีปัญหาท่ออุดตันให้ต้องหงุดหงิด รำคาญใจ แต่ที่น่าจะรำคาญมากกว่าคงเป็นคราบสกปรกที่อาจจะตกค้างติดอยู่ที่คอห่าน เนื่องจากคอห่านค่อนข้างแคบ น้ำที่หล่อเลี้ยงอยู่ในคอห่านมีน้อย

ระบบ siphon
ส่วนคนที่ไม่ชอบเสียงดังของระบบชำระแบบ washdown ก็ต้องหันมาดูระบบชำระแบบ Siphon ข้อสังเกตง่ายๆ คือ ตัวคอห่านจะค่อนข้างกว้าง น้ำจะขังอยู่ในคอห่านเยอะ แต่ถ้ามีอะไรเข้ามาติดอยู่ในท่อ เศษกระดาษทิชชู่ กระดุมหรือของชิ้นเล็กๆ ก็ท่ออาจจะอุดตันได้ง่ายๆ เพราะท่อจะแคบกว่า ระยะทางถึงท่อน้ำทิ้งยาวกว่าแล้วยังคดเคี้ยวกว่าแบบแรก เปลืองน้ำมากกว่า คราบตกค้างในคอห่าน ไม่ค่อยมีให้เห็นเพราะคอห่านกว้างมีน้ำหล่อเลี้ยงว้เยอะ ระบบชำระทำงานค่อนข้างเงียบ

นอกจากนี้ ระบบ Siphon ยังแยกย่อยลงไปอีก เช่น Siphon Jet จะได้น้ำจากหัวเจ็ทที่ขอบโถมาช่วยผลักดันน้ำอีกแรง , Siphon Vortex ที่มีหัวเจ็ตติดอยู่ที่ใต้ระดับน้ำ ปล่อยน้ำเพื่อสร้างน้ำวนในโถ ทำให้การชำระนุ่มนวบ เงียบกว่า แต่ก็เปลืองน้ำมาก ส่วนใหญ่จะพบตามโถสุขภัณฑ์แบบชิ้นเดียวเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ก่อนซื้อเพื่อความแน่ใจว่าซื้อไปไม่ผิดแน่ ก็อาจจะต้องลองถามพนักงานขายดูว่า ระบบ flush ของโถนั้นเป็นระบบไหน
ปัจจัยประกอบอื่นๆ

นอกจากปัจจัยหลักๆ ที่เอ่ยมาแล้ว ยังมีปัจจัยประกอบอื่นๆ อีกที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือก เช่น ราคา อะไหล่สำรอง หรือแม้แต่ข้อมูลเชิงเทคนิค ที่ควรจะทราบไว้ก่อนไปเดินเลือกซื้อโถสุขภัณฑ์กันนะค่ะ

     ราคา ปัจจัยลำดับต้นๆ เลยในการตัดสินใจซื้อโถสุขภัณฑ์ก็ว่าได้ บางคนดูจากงบประมาณที่มี บางคนก็เอาถูกไว้ก่อน ระบบค่อยว่ากันทีหลัง บางคนก็ดูที่ความสวยงาม แต่สวยกว่าก็แพงกว่า บางคนก็ชอบเทคโนโลยีที่มาอำนวยความสะดวกให้ชีวิต แต่ยิ่งไฮเทคก็ยิ่งแพงขึ้น อันนี้ก็แล้วแต่ความพอใจของแต่ละคน

     อะไหล่สำรอง บางที่ตอนเราซื้อโถสุขภัณฑ์ มัวแต่สนใจกับตัวโถจนลืมนึกไปว่า ถ้ามีชิ้นส่วนเสีย ชำรุด หัก พัง ใน 5-10 ปีข้างหน้า ยี่ห้อที่เราซื้อจะมีอะไหล่เปลี่ยนให้เรามั้ย? เพราะว่าโถสุขภัณฑ์ชิ้นหนึ่งอายุการใช้งาน เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 10-15 ปี หรือบางบ้านดูแลดีหน่อย อาจจะอยู่ได้ถึง 20 ปี ถึงเวลานั้น จะยังมีอะไหล่ให้เราเปลี่ยนได้มั้ย ทางที่ดีพยายามเลือกยี่ห้อที่มีโรงงานผลิตในบ้านเราและเป็นยี่ห้อที่ติดตลาดแล้ว เผื่ออีก 5 ปี10ปี เกิดต้องเปลี่ยนอะไหล่จะไม่ต้องกลัวว่าอะไหล่จะหายาก เลิกผลิตหรือ ไม่นำเข้าแล้ว
รู้จักสินค้า

     ข้อมูลเกี่ยวกับตัวสินค้า ก็เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องรู้ไว้ก่อนเลือก ขนาดของโถเหมาะสมกับพื้นที่ห้องน้ำของคุณหรือไม่ เดี๋ยวนี้ตามห้างร้านที่จำหน่ายสุขภัณฑ์ เขาสามารถให้คำแนะนำได้ว่าควรเลือกโถสุขภัณฑ์ไซส์ไหนให้เข้ากับพื้นที่ห้องน้ำที่เรามี สำคัญว่าคนซื้ออย่าลืมวัดพื้นที่ห้องน้ำติดไปด้วย เดี๋ยวนี้โทรศัพท์ถ่ายรูปได้ก็ถ่ายติดไม้ติดมือไปด้วยก็ช่วยได้เยอะค่ะ

รู้กันอย่างนี้แล้ว น่าจะพอเป็นไอเดียให้คุณไปเลือกซื้อโถสุขภัณฑ์ได้บ้าง หวังว่าทุกคนคงจะได้โถสุขภัณฑ์มาปลดทุกข์ได้อย่างสบายอารมณ์ไปใช้กันนานๆ นะคะ
 
 

รู้จักกับวัสดุ

Comments

akanek_ja_ja's picture

หยิบเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเรื่องโถสุขภัณฑ์มาฝากกันอีกนิดค่ะ

หลังจากสุขภัณฑ์(ยุคขันตัก)ราดน้ำผ่านพ้นไป ระบบทำความมสะอาดแบบฟลัชช์ (กด) ก็เข้ามาแทน มีการแบ่งแยกประเภทตามการใช้งานออกเป็น 2 แบบคือ แบบฟลัชช์วาลว์ โถสุขภัณฑ์จะไม่มีหม้อเก็บน้ำ แต่จะต่อตรงจากท่อน้ำเลย เห็นได้ตามห้องน้ำสาธารณะทั่วไปหรือในสถานที่มีคนใช้จำนวนมาก โถประเภทนี้จะค่อนข้างอึด ทน ถึก รองรับการใช้งานหนักได้ดี  อีกแบบคือ แบบฟลัชแทงค์ ที่ใช้กันตามบ้าน จะเป็นโถสุขภัณฑ์ที่มีหม้อเก็บน้ำติดมาด้าวยโดยน้ำจะไหลไปเก็บไว้ที่หม้อเก็บน้ำ ก่อนจะถูกปล่อยลงมาเมื่อเรากดใช้งาน และต้องรอให้น้ำไหลเข้ามาเติมหม้อจนเต็มซะก่อน ถึงจะกดซ้ำได้อีกครั้ง 
(-เคยไปเที่ยวที่ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ค่ายพระราม 6 ที่ชะอำ แล้วก็มีโอกาสเห็นโถสุขภัณฑ์ในสมัยรัชกาลที่ 6 ด้วย (หารูปนั้นไม่เจอแล้วก็เลยไม่ได้โพสต์ให้ดูประกอบ) สมัยก่อน ตัวหม้อเก็บน้ำจะอยู่สูงกว่าตัวโถสุขภัณฑ์มาก นั่งแล้วสูงท่วมหัวเลย และเมื่อเสร็จกิจต้องกดน้ำ ก็จะมีใช้การชักสายชักที่ห้อยลงมาจากหม้อเก็บน้ำ น้ำที่ถูกปล่อยลงมาจากหม้อเก็บน้ำก็จะดัง โครกๆ ก็เลยเป็นที่มาของชื่อ ชักโครกค่ะ)

อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของ ออฟชั่นประหยัดน้ำ กับระบบ* Dual flush system ที่เขาว่ากันว่ามาช่วยให้เราประหยัดน้ำในทุกครั้งที่กดชำระ  เดี๋ยวนี้เรื่องประหยัดน้ำ ใช้น้ำในการชำระล้างน้อยลง กลายเป็นจุดขายของโถสุขภัณฑ์ยุคใหม่ไปแล้ว โถสุขภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ จะเปลี่ยนมาเป็นรุ่นประหยัดน้ำ แล้วยังแยกลงไปอีกได้ดว่าสามารถเลือกกดหนักหรือกดเบาได้ ( Dual flush system) ถ้าเป็นธุระเบาๆ ก็กด 3.5ลิตรก็พอ แต่ถ้าเป็นธุระหนักหน่อยก็เลือกกด 6 ลิตร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการใช้น้ำน้อยจะชำระได้หมดจดเสมอไปนะค่ะ บางครั้งอาจต้องกดเพิ่มอีกครั้ง จากที่คิดว่ากดครั้งเดียวแล้วจบ ก็กลายเป็นใช้น้ำเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้ประหยัดน้ำเลย  
 
ฝากเอาไว้สำหรับใครที่กำลังเลือกซื้อโถสุขภัณฑ์ห้องน้ำ  จะได้เลือกได้ถูกใจ ใช้กันไปนานๆ ค่ะ 
 

กอง บก. AKANEK - มีกันอยู่ 2-3 คน ไม่ดุ ไม่กัด เขียนทุกวัน เขียนทุกเรื่อง

akanek_ja_ja's picture

วันนี้ไปเดินเล็งๆ เครื่องซักผ้าแล้วผ่านไปตรงโถสุขภัณฑ์ เลยได้รูปนี้มาฝากกันค่ะ เป็นระดับความสูงของโถสุขภัณฑ์ที่เหมาะกับรูปร่างของผู้ใช้งานแต่ละคน

รู้สึกว่าจะแบ่งเป็น  3 size  S  M   L 

S =  ความสูงวัดจากพื้นถึงขอบที่นั่งโถ อยู่ที่  35 ซม. (สำหรับคนที่มีรูปร่างเล็ก)

M =  ความสูงวัดจากพื้นถึงขอบที่นั่งโถ อยู่ที่ 40 ซม. (สำหรับคนที่มีรูปร่างมาตรฐานทั่วไป)

L = ความสูงวัดจากพื้นถึงขอบที่นั่งโถ อยู่ที่  45 ซม. (สำหรับคนตัวสูงใหญ่)

 

 

อันนี้เป็นคำแนะนำในการซื้อโถสุขภัณฑ์ ควรซื้ออุปกรณ์พวกนี้ด้วยค่ะ  + คำแนะนำในการดูแลรักษาสุขภัณฑ์ที่ถูกต้อง

กอง บก. AKANEK - มีกันอยู่ 2-3 คน ไม่ดุ ไม่กัด เขียนทุกวัน เขียนทุกเรื่อง