Rolls Royce ของไม้เอ็นจิเนียร์
Furniture
ทำบ้านให้เป็นสปา
เกาะกูดไอส์แลนด์รีสอร์ท
ลงโฆษณา

Alternative living for the future : บ้านไทยนาโน เฮ้าส์ บ้านทางเลือกสำหรับอนาคต

01 Mar 2011 - akanek_ja_ja

เมื่อพูดถึงบ้าน หลายๆ คนคงนึกถึงอาคารทรงสี่เหลี่ยมหลังคาจั่ว หรือบ้านสไตล์โมเดิร์นหลังคาเรียบ หรือหลังคาเชิงเรขาคณิต แต่ถ้าใครเคยเห็นบ้าน Thai nano House ที่มีรูปโดม กลมๆ มนๆ เป็นครั้งแรก ก็จะรู้สึกและเห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนกับรูปแบบบ้านที่ให้ความรู้สึกแปลกใหม่  คล้ายกับบ้านในการ์ตูน แถมยังมีชื่อน่ารักๆ อย่าง บ้านไข่ บ้านมะขามป้อม บ้านหมูอ้วนอีกด้วย

บ้านไทยนาโน เฮ้าส์ เป็นผลงานการคิดค้น วิจัย ออกแบบ และพัฒนาโดย อาจารย์ ชาติชาย สุภัควนิช ผู้ก่อตั้งบริษัท ไทยนาโน เฮ้าส์ (Thai Nano House)  บริษัท ทูพลัส ซอฟท์ จำกัด และ บริษัท ทูพลัส เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด วิศวกร นักวิชาการ อาจารย์ นักคิด นักเขียนรับเชิญ ที่มองว่า lifestyle ของมนุษย์ในอนาคตจะเปลี่ยนไป ความต้องการในการอยู่อาศัยก็จะเปลี่ยนไป ที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่ก็จะตามมาเพื่อรองรับความต้องการนั้น

เมื่อโลกเปลี่ยน ที่อยู่อาศัยต้องปรับ

คำว่า นาโน นั้น refer ถึงหน่วยที่เล็กที่สุด ซึ่งเป็นคำที่อธิบาย concept ของบ้านไทยนาโน เฮ้าส์ ได้ชัดเจนว่าเป็นบ้านขนาดเล็ก เพราะอาจารย์ชาติชายกล่าวว่า แนวโน้มคนในอนาคตจะอยู่กันเพียง 1-2 คน ต่อหนึ่งครอบครัว ที่อยู่อาศัยจึงควรจะสร้างขึ้นโดยเฉพาะเพื่อครอบครัวขนาดเล็ก และอาจารย์ยังมองว่าภัยธรรมชาติทั้งพายุ แผ่นดินไหว สึนามิ ฯลฯ จะมีมากขึ้นและรุนแรงมากขึ้นกว่าในปัจุบัน บ้านในอนาคตจึงต้องสามารถปกป้องชีวิตและทรัพยสินของผู้อยู่อาศัยได้ นอกจากนั้นแล้ว บ้านที่ดี ยังต้องมีส่วนในการช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกด้วย ซึ่งการสร้างบ้านขนาดเล็กนั้นจะใช้ทรัพยากรในการก่อสร้างน้อยลงเท่ากับเป็นการรบกวนธรรมชาติน้อยลงไปในตัว

 
 
 

ด้วยเหตุผลทั้ง 3 ข้อข้างบนนี้  อ. ชาติชาย ใช้เวลาค้นหาอยู่เกือบ 3 ปี ออกเดินทางไปจนเกือบทั่วโลก ทั้งประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรป และจีน เพื่อเรียนรู้ เก็บเกี่ยวข้อมูลและประสบการณ์ เพื่อให้ได้บ้านที่คิดว่าเหมาะกับการอยู่อาศัยในอนาคตมากที่สุด จนได้บ้านไทยนาโนเฮาส์ที่ตอบโจทย์ข้างต้นได้ทุกอย่าง และที่สำคัญที่สุด มีราคาที่เหมาะสมกับผู้บริโภคไทย  อย่างที่อาจารย์พูดติดตลกว่า คนไทยรสนิยมสูงแต่รายได้ต่ำ เพื่อให้บ้านไทยนาโน เฮ้าส์ มีราคาที่ผู้บริโภคไทยส่วนใหญ่รับได้

บ้านเล็กแต่เทคโนโลยีสูง

ด้วยความที่อาจารย์ชาติชายไม่ได้เป็นวิศวกรทั่วๆ ไป แต่เป็นอาจารย์ นักคิด นักพัฒนา นักอ่าน นักแสวงหาประสบการณ์ ที่มีความคิดล้ำสมัย เมื่อพูดกันถึงวัสดุก่อสร้างและเทคโนโลยีที่ใช้ในการก่อสร้างบ้านไทยนาโน เฮ้าส์ จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมอาจารย์บอกว่า ไม่กลัวคู่แข่งที่สร้างบ้านลักษณะคล้ายกัน เพราะอาจารย์มั่นใจว่าบ้านไทยนาโนเฮาส์นั้น เหนือกว่าในทุกด้านทั้งคุณภาพ มาตรฐานและราคา

อาจารย์ชาติชายอธิบายถึงการก่อสร้างบ้านทั่วไปว่า บ้านทั่วไปที่ใช้เทคนิคก่ออิฐ ฉาบปูน มีรูปทรงสี่เหลี่ยม มีหลังคา น้ำหนักของตัวอาคารส่วนใหญ่จะอยู่ตามมุมทั้ง 4 ด้าน ทำให้ตัวบ้านมีความเสี่ยงเรื่องบ้านถล่มเมื่อมีแรงกระแทกเข้ามาที่ตัวบ้าน  หรือ เมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือน แรงปะทะจะวิ่งเข้าที่มุมบ้านซึ่งเป็นจุดรับน้ำหนักของบ้านอยู่ ทำให้ตัวบ้านแตกร้าวหรือพังถล่มลงมาได้ 

ส่วนหลังคาบ้านนั้น เป็นส่วนประกอบอีกชิ้นหนึ่งที่นำไปวางบนโครงบ้านหลักนั้นเป็นจุดที่มีความเสี่ยงต่อความสูญเสียสูง อย่างที่เราจะเห็นเป็นประจำเมื่อมีข่าวความเสียของบ้านเรือนกับภัยพิบัติต่างๆ ว่า หลังคาจะเป็นส่วนแรกที่พังลงมาหรือปลิวหายไปทำให้เกิดความสูญเสียต่อทรัพย์สินที่อยู่ภายในตัวบ้าน

และเพราะว่าบ้านเป็นสี่เหลี่ยม  จึงมีพื้นที่รับแสงแดดและความร้อนเต็มๆ เพราะ 33% ของความร้อนที่ถ่ายเข้าสู่ตัวบ้านจะผ่านเข้ามาทางผนัง ส่วนอีก 33% จะผ่านเข้ามาทางหลังคา ซึ่งถึงแม้ว่าอาคารเหล่านี้จะมีฉนวนกันความร้อน และมีการใส่ฉนวนใต้หลังคาเพื่อกันความร้อนจากใต้หลังคาเข้าสู่ตัวบ้านก็ตามแต่ อาจารย์มองว่าการวางฉนวนเหล่านั้นอาจไม่ช่วยกันความร้อนเข้าสู่ตัวอาคารได้มากเท่าที่ควรเพราะการใส่ฉนวนกันความร้อนที่ผนังจะใส่ที่ด้านในของผนัง หลังจากที่ ความร้อนได้ผ่านผนังบ้านด้านนอกเข้ามาแล้ว   และฉนวนที่ใส่ไว้ใต้หลังคา เมื่อนานวันไป ฝุ่นที่สะสมอยู่ใต้หลังคา จะทำให้ประสิทธิภาพในการสะท้อนความร้อนกลับลดลง

บ้านนาโนจึงเปลี่ยน paradigm ความคิดในการสร้างที่อยู่อาศัยที่เราคุ้นเคยด้วยบ้านที่ มีรูปทรงโค้ง มน ไม่มีหลังคา และใช้โครงสร้างระบบ thin shell structure ที่มีฉนวนกันความร้อนอยู่ด้านนอกของตัวอาคาร

 
Thai Nano House  
 

รูปทรงที่โค้งมน

เหตุผลที่อาจารย์เลือกรูปทรงโค้งมนให้กับบ้านไทยนาโนนั้นก็ด้วยคุณสมบัติหลายประการที่เหนือกว่าบ้านรูปทรงสี่เหลี่ยม บ้านที่โค้งมนนอกจากจะให้ความแตกต่างในด้านรูปแบบแล้ว ยังตอบโจทย์หลายอย่างตั้งแต่ ลดพื้นที่รับความร้อน และช่วยลดแรงปะทะที่เกิดจากภัยธรรมชาติต่างๆ ตั้งแต่พายุ แผ่นดินไหว ถ้าใครนึกภาพไม่ออกว่าความโค้งมนมีส่วนช่วยลดแรงปะทะหรือแรงต้านอย่างไร ให้นึกถึงรถยนต์ที่มีลักษณะเพรียวลมหรือที่เรียกกันติดปากว่าเป็นรูปทรง aero-dynamic ที่ช่วยให้ลมขับเคลื่อนได้เร็วขึ้นแต่กินน้ำมันน้อยลง เพราะรูปทรงของรถช่วยลดแรงปะทะ

ไม่มีหลังคา

อาจารย์ชาติชายเลือกที่จะไม่ใช้หลังคาเพื่อเลี่ยงปัญหาหลังคาปลิวหรือพังลงมา เพื่อให้สามารถต้านภัยธรรมชาติได้ ด้วยเทคนิคการขึ้นโครงสร้างพิเศษที่อาจารย์ชาติชายคิดค้นขึ้น ด้วยการการพ่น PU ใต้โครงผ้าใบที่นอกจากจะทำให้รูปทรงโค้งมนทำได้โดยง่ายแล้ว ยังทำให้โครงสร้างผนังและหลังคาเป็นชิ้นเดียวกัน เพิ่มความแข็งแรงให้กับตัวบ้าน และตัดความจำเป็นในการมีหลังคาอีกด้วย

โครงสร้างแบบ thin shell structure และ Exterior Insulation Finishing System (EIFS)

หลายคนคงสงสัยว่า แล้วบ้านแบบ thin shell structure นั้น  มันต่างจากการสร้างบ้านธรรมดาอย่างไร 

โครงสร้างการก่ออิฐ ฉาบปูนแบบทั่วไปที่เราเคยชินว่าให้ความแข็งแรงที่ดีนั้น การก่อผนังจะก่อด้วยอิฐมอญหรืออิฐมวลเบาและฉาบปูนทับด้านนอกเพื่อความสวยงาม ส่วนด้านในนั้นจะซ้อนด้วยฉนวนกันความร้อน ก่อนที่จะปิดทับด้วยวัสดุหรือฉาบปูนเป็นผนังด้านในอีกครั้งหนึ่ง

 
 

อาจารย์บอกว่าปัญหาทั่วไปที่พบบ่อยกับการฉาบปูนคือผนังปูนร้าวหรือเป็นรอยแตกงาทำให้ความสวยงามลดลง  และในส่วนของการกันความร้อนเข้าสู่อาคารนั้น อาจารย์มองว่าเพราะฉนวนอยู่ด้านในของผนัง ความร้อนจากภายนอกผ่านได้ผ่านชั้นผนังเข้ามาแล้ว  จึงค่อยถูกฉนวนกรองความร้อนบางส่วนเอาไว้ แต่ท้ายสุดความร้อนที่ผ่านเข้ามา ก็จะระบายเข้าสู่ตัวบ้านได้อยู่ดี

ส่วนการก่อผนังแบบเปลือกบางหรือ thin shell structure ของ Thai Nano House จะตัดส่วนที่เป็นอิฐออกไป เหลือเพียงการฉาบผิวผนังหรือ base coat ลงบนฉนวนกันความร้อนโดยตรง แล้วจึงเป็นโครงสร้างผนังด้านในซึ่งเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งเรียกว่า exterior insulation finishing system (EIFS) อาจารย์บอกว่าระบบวางฉนวนกันความร้อนที่ด้านนอกนี้ (EIFS) เป็นที่นิยมมากในต่างประเทศและมีการใช้ระบบดังกล่าวนี้มานานมากแล้ว เพราะระบบผนังประเภทนี้จะช่วยลดความร้อนจากภายนอกเข้ามาสะสมอยู่ภายในบ้านตั้งแต่ต้นทาง ช่วยกันความร้อนในหน้าร้อนและกันความเย็นในหน้าหนาว 

 
thai nano house
 

ครงสร้างผนังของบ้านไทยนาโนจึงต่างจากการสร้างบ้านทั่วไปมาก โดยพอสรุปโครงสร้างจากด้านนอกตัวบ้านเข้าด้านในตัวบ้านได้ดังนี้ 

1.  Base coat วัสดุฉาบผิวชนิดพิเศษของ Twoplus Technologies (ซึ่งอาจารย์ชาติชายเป็นเจ้าของ) ที่มีความหนาไม่เกิน 3 มิลลิเมตรและมีคุณสมบัติพิเศษหลายประการตั้งแต่การกันน้ำ anti-cracking และ UV shield   อาจารย์ชาติชายบอกว่าวัสดุชนิดนี้เป็นลิขสิทธิ์พิเศษของ Twoplus Technologies ที่อาจารย์ดั้นด้น ค้นคว้าเป็นเวลานาน กว่าจะพบผู้ผลิตที่สามารถผลิต base coat ให้มีคุณสมบัติได้ตามที่ต้องการในราคาที่รับได้

2.  Fiberglass mesh ซึ่งเป็นวัสดุคล้ายตาข่ายมุ้งลวด ที่เพิ่มความแข็งแรงให้กับผนัง

3.  PU Foam ที่ทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อน หนาประมาณ 2 นิ้ว เหตุผลที่อาจารย์เลือกใช้ PU foam แทน EPS นั้น เพราะ EPS มีลักษณะเป็นแผ่นๆ ไม่เหมาะกับการขึ้นรูปทรง free form ที่มีความโค้งมน ในขณะที่ PU foam สามารถขึ้นรูปได้ด้วยการฉีด จึงให้อิสระและความรวดเร็วในการก่อสร้างได้ดี และการนำฉนวนโฟมมาไว้ด้านนอกตัวอาคาร ทำให้ความร้อนถูกสะท้อนออกทันทีโดยเหลือผ่านเข้าสู่ชั้นผนังน้อยมาก

4. โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ในส่วนนี้ก็จะเหมือนกับโครงสร้างบ้านทั่วไป ที่มีคอนกรีตเสริมเหล็ก แต่ในบ้านของไทยนาโน เฮาส์ ส่วนของคอนกรีตเสริมเหล็กจะอยู่ด้านในของตัวบ้าน ซึ่งจะผสมสีกันเชื้อรา ต่อต้านแบคทีเรียลงไปด้วย

สำหรับใครที่สงสัยว่า ผนังที่ไม่มีอิฐนั้นจะมีความแข็งแรงจริงหรือ อาจารย์ชาติชายโชว์ความแข็งแรงของโครงสร้างบ้านแบบ thin shell structure ด้วยวีดีโอสาธิตการใช้ค้อนปอนด์ทุบลงไปบนผนังที่สร้างด้วยระบบ thin shell structure  ซึ่งเอกเขนกก็ทึ่งมากว่า ไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับผนังบ้านเลย และในปีนี้ อาจารย์ชาติชายจะได้มีโอกาสสาธิตความแข็งแรงของบ้านไทยนาโนร่วมกับทางฐานทัพเรือสัตหีบที่ใช้บ้านไทยนาโนในการก่อสร้างอาคารเฉลิมพระเกรียติ ทดสอบความแข็งแรงด้วยวัตถุระเบิดว่าตัวอาคารระบบ thin shell structure นั้น สามารถรับแรงระเบิดได้จริง

 
ภาพจำลอง ศูนย์เรียนรู้เฉลิมพระเกียรติฯ สัตหีบ
  

นอกจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่อาจารย์ชาติชายนำมาใช้แล้ว อาจารย์ยังมีเทคนิคง่ายๆ ในการแก้ปัญหา เรื่องปลวก ยุงและหนูให้กับบ้านไทยนาโนเฮาส์ทุกหลัง โดยการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุไม่ให้สัตว์และแมลงเหล่านี้เข้าบ้านได้ ยกตัวอย่างเช่น ยุง แมลงสาบและหนูที่อาจารย์บอกว่า มักจะใช้ท่อระบายน้ำทิ้งในห้องน้ำเป็นทางเข้า-ออก ท่อน้ำทิ้งของบ้านไทยนาโน จึงเป็นรูปตัว U  หรือคอห่าน เพื่อให้มีน้ำบางส่วนขังอยู่ที่ด้านล่างสุดของท่อ และมีตะแกรงเหล็กปิดปากท่อระบายน้ำ สัตว์ก็จะไม่สามารถมุดหรือว่ายน้ำผ่านเข้ามาได้ และด้วยความที่บ้านไม่มีหลังคา หนูจึงไม่สามารถเข้าบ้านผ่านเชิงหลังคาได้ ในส่วนของปลวกนั้น  อาจารย์บอกว่าช่างรับเหมาบางรายมักง่าย พอหล่อปูนเสร็จก็จะทิ้งไม้แบบไว้บริเวณก่อสร้างกลายเป็นอาหารและแหล่งที่อยู่อาศัยชั้นดีให้ปลวก  เนื่องจากบ้านไทยนาโนไม่ต้องใช้ฐานไม้ จึงตัดปัญหาส่วนนี้ออกไปได้

แต่ที่สำคัญที่สุดอาจารย์บอกว่าอย่าปล่อยให้บ้านเป็นแหล่งสะสมขยะหรือเศษอาหาร ลดจำนวนถังขยะในบ้าน ถังขยะทุกใบต้องมีฝาปิดมิดชิด  ก็จะช่วยป้องกันปัญหาเรื่องสัตว์และแมลงรบกวนได้

 
thai nano house ห้องน้ำสาธารณะ
 

ส่วนใครที่กำลังสงสัยว่า บ้านที่เป็นกลมๆ จะตกแต่งกันอย่างไร เพราะคุ้นเคยแต่กับบ้านที่เป็นห้องสี่เหลี่ยม  อาจารย์ก็นำรูปมาให้ดูว่า การตกแต่งบ้านไทยนาโนเฮาส์นั้น ไม่ได้ต่างจากบ้านทั่วไปเลย มีทั้งห้องครัว ห้องน้ำ หรือจะทำเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินก็ไม่เป็นปัญหา และเพราะท่อน้ำ ระบบไฟฟ้าทุกอย่างถูกเดินอยู่ใต้พื้นหรือผนังที่ฉาบทับด้วยคอนกรีตหมดแล้ว บ้านไทยนาโนเฮาส์อาจจะไม่เหมาะกับการต่อเติมเพิ่มในภายหลังได้ ดังนั้นหากในอนาคตต้องการจะขยับขยายหรือต่อเติม อาจารย์ชาติชายแนะนำว่าอาจจะใช้วิธีเพิ่มเป็น module ไป

และเนื่องจากอาจารย์คิดค้นบ้านไทยนาโนขึ้นมาเพื่อรอบรับการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดเล็ก ซึ่งมีขนาดเท่าที่จำเป็นใช้ บ้านไทยนาโนจึงเหมาะกับการสร้างบ้านไม่เกิน 2 ชั้น และมีพื้นที่ไม่มากนัก

ถ้าใครอยากทราบขั้นตอนการก่อสร้างและวัสดุมาตรฐานที่ใช้กับบ้านไทยนาโนเฮาส์ เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.thainanohouse.com

 

ประโยชน์ของบ้านไทยนาโน เฮ้าส์เมื่อเทียบกับบ้านทั่วไป

ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในราคาที่รับได้

ด้วยระบบวางฉนวนกันความร้อนที่ด้านนอกที่กรองความร้อนไม่ให้เข้าบ้านได้สูง และรูปทรงโดมของบ้านที่ทำให้พื้นที่ที่ความร้อนจากภายนอกผ่านเข้าสู่ภายในตัวบ้านถูกจำกัดลง การสะสมความร้อนภายในบ้านจึงลดลง เครื่องปรับอากาศก็จะทำงานน้อยลงตามไปด้วยหรือถ้าใครจะไม่เปิดแอร์ ก็อยู่สบายมากขึ้นได้ ประกอบกับบ้านไทยนาโนเฮาส์มีขนาดเล็ก ทำให้ใช้วัสดุในการก่อสร้างน้อยลง ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างก็ลดลงตามไปด้วย

แข็งแรง ทนทาน ต้านภัยธรรมชาติ

ด้วยรูปทรงที่โค้งมนของโครงสร้าง เมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือน หรือ แรงปะทะเข้ากับตัวโครงสร้าง แรงปะทะจะถูกกระจายออกสู่ด้านข้าง ทำให้ตัวบ้านไม่ได้รับความเสียหายจากแรงปะทะนั้น  

ในกรณีลมพายุก็เช่นกัน หากเป็นบ้านทั่วไปที่มีกระเบื้องหลังคา ลมพายุจะพัดเอาหลังคาปลิวหายไปก่อน แต่ถ้าเป็นบ้านนาโน เฮ้าส์ ซึ่งไม่มีกระเบื้องหลังคา ทำให้ภัยธรรมชาติหรือพายุพัดผ่านไปโดยไม่สร้างความเสียหายใดๆ  แก่ตัวบ้านและทรัพย์สินภายใน

 
 
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
 

ก่อสร้างเร็ว ไม่ปวดหัวกับงานก่อสร้าง

อีกหนึ่งความพิเศษของบ้านไทยนาโน เฮ้าส์คือ ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างสั้นกว่าบ้านทั่วไป เนื่องจากตัดลดขั้นตอนการก่อสร้างลงไปหลายขั้นตอน ไม่จำเป็นต้องใช้ผู้รับเหมาก่อสร้าง เนื่องจากตัวโครงสร้างสามารถทำสำเร็จจากโรงงานภายใน 30 วัน ส่วนการติดตั้งก็ใช้เวลาราว 3 วัน รวมไปถึงการติดตั้งระบบไฟฟ้า ประปาภายในบ้านให้เรียบร้อยเช่นเดียวกับบริษัทรับสร้างบ้านทั่วไป

ทนไฟ

Foam PU ทีใช้ในบ้านไทยนาโน จะมีการผสมสารไม่ติดไฟและยังสามารถดับไฟได้ด้วยตัวเองลงไปด้วย แต่ถ้ายังต้องการความมั่นใจเพิ่มขึ้น อาจารย์แนะนำให้เพิ่มค่าก่อสร้างอีก ตร.ม.ละ 50 บาทก็จะได้ผนังคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีส่วนผสมพิเศษที่สามารถทนไฟได้นาน 3 ชม. และไม่ปล่อยสารไซยาไนต์ออกมา (อาจารย์บอกว่าสาเหตุหลักที่มีการเสียชีวิตเวลาที่เกิดเพลิงไหม้เป็นเพราะคนสูดเอาสารพิษชนิดนี้เข้าไป) นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมที่เป็นลูกเล่นของอาจารย์ อย่างลูกบอลดับเพลิงที่สามารถระเบิดตัวเองออกมาดับไฟได้ในกรณีที่เกิดเพลิงไหม้ขณะที่ไม่มีคนอยู่บ้าน ที่มีความปลอดภัยกับอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็คโทคนิคส์ต่างๆ

ดูแลรักษาง่าย

อาจารย์ชาติชายบอกว่า บ้านไทยนาโนเฮาส์นั้นแทบจะ maintenance-free เพราะ base coat ที่อยู่ด้านนอกของตัวอาคาร มีคุณสมบัติ anti-cracking และป้องกันเชื้อรา จึงไม่ต้องการกังวลเรื่องพื้นผิวแตกหรือเกิดคราบเชื้อรา

และถ้าใครกังวลกับเรื่องท่อน้ำแตก น้ำรั่ว หนูกัดสายไฟก็หมดห่วงได้เพราะสายไฟจะถูกร้อยท่อซ่อนอยู่ในผนังที่ปิดทับด้วยคอนกรีตจึงไม่มีทางที่หนูจะเข้าไปกัดสายไฟได้ ส่วนเรื่องท่อน้ำแตกก็จะไม่เกิดขึ้น เพราะบ้าน Thai Nano Houseใช้ท่อประปาแบบม้วนไร้รอยต่อ ปัญหาน้ำรั่วซึมหรือท่อชำรุดจึงไม่เกิดขึ้นแน่นอน

ระยะเวลาคุ้มทุนเร็ว

ประโยชน์ข้อนี้จะเหมาะสำหรับกับกลุ่มรีสอร์ต และผู้ที่สร้างอาคารบนพื้นที่เช่า เพราะบ้านไทยนาโน เฮ้าส์นั้นได้เปรียบกว่าการสร้างบ้านทั่วๆ ไป ตรงที่ระยะเวลาการคืนทุนใช้เวลาสั้น โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 3 ปี ซึ่งสั้นกว่าการก่อสร้างแบบทั่วไปที่มีระยะคืนทุนที่ 7-8 ปี กว่าเท่าตัว

 
 

รูปแบบ ราคาและการใช้งาน

ตอนนี้บ้านไทยนาโน เฮ้าส์ มีอยู่ด้วยกัน 2 รุ่น คือ รุ่น mobile สร้างสำเร็จจากโรงงาน และรุ่น onsite ที่ก่อสร้างหน้างาน แต่ละรุ่นมีอยู่ด้วยกัน 2-3 แบบ และแต่ละแบบก็มีชื่อน่ารักอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งอาจารย์ชาติชายบอกว่ากำลังพัฒนาแบบเพิ่มเติมขึ้นอีก และถ้าใครสนใจอยากให้อาจารย์ออกแบบใหม่เพื่อให้เข้ากับคอนเซ็ปที่ตัวเองต้องการก็สามารถทำได้ โดยมีค่าบริการออกแบบอยู่ที่ 30,000 บาท สำหรับบ้านขนาดเล็ก หากเป็นแบบอาคารขนาดกลางถึงใหญ่ จะอยู่ที่ประมาณ 100,000 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มมาก เพราะจะได้เป็นแบบเฉพาะโครงการนั้นๆ ไม่ได้นำไปใช้ที่อื่นอีก 

ส่วนค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง อาจารย์บอกว่า ด้วยระบบการก่อสร้างพิเศษที่กล่าวมาข้างต้น จึงลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างได้ถึง 50 % เมื่อเทียบกับบ้านทั่วไป บ้านไทยนาโน เฮ้าส์ จึงสร้างได้ด้วยงบประมาณ 8,000-12,000 ตร.ม. (รวมงานภายในอาคาร) นับว่าคุ้มค่ามาก เมื่อเทียบกับคุณภาพและความสวยงามที่ได้

นอกจากนี้ ยังมีค่าขนส่งอยู่ที่ประมาณหลังละ 60,000 บาท แต่ถ้าสั่งซื้อจำนวนมาก ค่าขนส่งต่อหลังก็จะถูกลงเพราะสามารถเหมาเช่ารถ trailer เป็นรายเดือนได้

 
 

สร้างบ้านประหยัดพลังงาน ต้องเปลี่ยนวิธีการก่อสร้าง

อาจารย์ชาติชายบอกว่าถึงแม้จะมีวัสดุก่อสร้างที่ช่วยประหยัดพลังงานเกิดขึ้นมากมาย แต่หากวิธีการหรือกระบวนการนำไปใช้งานยังคงเป็นรูปแบบเดิมๆ   การสร้างบ้านที่ประหยัดพลังงานที่แท้จริงก็อาจจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้

โดยอาจารย์ยกตัวอย่างกระเบื้องมุงหลังคา ที่หล่อขึ้นจากซีเมนท์ที่สะสมความร้อนง่ายถึงแม้จะมีการการเคลือบหรือฉาบทับด้วยสารสะท้อนแสงอาทิตย์ออกได้บ้างเป็นบางส่วน  ทำให้ความร้อนก็ยังผ่านเข้าไปสะสมใต้หลังคาได้ในจำนวนมาก เมื่อเทียบกับการสร้างบ้านด้วยเทคนิคใหม่อย่างบ้านไทยนาโน

อนาคตสถาปนิกไทยกับ trend สถาปัตยกรรมในอนาคต

อาจารย์ชาติชายยังมองไปถึงเทรนด์สถาปัตยกรรมในอนาคตที่จะมีความอิสระทางรูปทรงมากขึ้น (free form) ซึ่งตอนนี้ก็มีให้เห็นมากขึ้นในต่างประเทศ และส่วนใหญ่ก็จะเป็นผลงานของสถาปนิกต่างชาติ อาจารย์ซึ่งทำงานอยู่ในสายอาชีพใกล้ชิดกับสถาปนิกก็หวังได้เห็นชื่อของสถาปนิกไทยเป็นเจ้าของผลงานออกแบบอาคารรูปทรงแปลกตาทัดเทียมกับต่างชาติบ้าง ซึ่งต้องอาศัยทักษะ การใฝ่รู้และการพัฒนาตัวเอง ที่สำคัญอาจารย์บอกว่า อยากให้ทุกคนแข่งกันทำงานให้ดีขึ้น แข่งกับตัวเองไม่ต้องไปแข่งกับใคร แล้ว ผลงานจะเป็นตัวพิสูจน์ความสามารถของเราเอง

มุมมองที่เราได้เห็นในวันนี้ อาจารย์ชาติชายคือผู้ชายที่ไม่ยอมหยุดนิ่ง รักการเรียนรู้ใหม่ๆ พร้อมที่จะพัฒนาตนเองอยู่เสมอ และไม่ลืมที่จะแบ่งปันเป็นวิทยาทานแก่ผู้อื่น อาจารย์แอบกระซิบเราว่า ทุกวันนี้นอกจากดูแลธุรกิจซอฟแวร์แล้ว ยังมีเวลาไปดูแล www.thaicontractors.com ชุมชนออนไลน์ของคนในแวดวงก่อสร้าง และเว็บไซต์อื่นๆ อีกกว่า 30 เว็บ และ Facebook page อีกกว่า 30 หน้า ถ้าใครสนใจอยากติดต่อสื่อสารกับอาจารยร์ก็สามารถตามไปกด like  ได้ที่ http://www.facebook.com/MeetChatchai   

ใครที่สนใจบ้านที่ให้ทั้งความปลอดภัยและประหยัดพลังงาน ก็ลองเข้าไปดูผลงานและรายละเอียดอื่นๆ ได้ที่
http://www.thainanohouse.com/

หรือถ้าใครกำลังหาวัสดุก่อสร้างประหยัดพลังงานที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ   สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.twoplustechnologies.com/about-us

หลังจากที่เปลี่ยน Akanek look ใหม่  ข้อมูล like จาก Facebook และ Twitter จะหายไป  Akanek เลยเก็บตัวเลขเอาไว้ให้ดู  ส่วนใครที่สงสัยว่า ทำไมมีสองตัวเลข  นั่นเป็นเพราะ อันหนึ่งเป็น http://community.akanek.com   ส่วนอีกอันหนึ่งมี /th ตามหลัง  http://community.akanke.com/th  

 
Statistics as of March 14, 2011 approx. 3:30pm

 

About the Author

กอง บก. AKANEK - มีกันอยู่ 2-3 คน ไม่ดุ ไม่กัด เขียนทุกวัน เขียนทุกเรื่อง

Comments

nitinart's picture

 ไปเจอบริษัทของทางเยอรมันมาบริษัทหนึ่ง ชื่อ Binishells  เป็นบริษัทหนึ่งใน 31 บริษัท ที่ Forbes featured ว่า เป็นบริษัทที่ควรรู้จักในปี 2011  เห็นปุ๊ปนึกถึง บ้านไทยนาโน ทันที มีทั้งรูปที่เป็นโครงการใหญ่อย่าง resort กับ สนามบิน  เก็บเฉพาะรูปที่เป็นบ้านมาให้ดูกัน

 

เพดานที่โค้งมนให้ความรู้สึกที่น่าสนใจ

 

ไม่รู้นางแบบสวยกว่าบ้าน หรือบ้านสวยกว่านางแบบ

 

ทำเป็น green roof (หลังคาสีเขียว)ได้ด้วย

 

 

ถ้าอยากดูข้อมูลเพิ่มเติม เข้าไปดูกันได้ที่ http://www.binishells.com 

Buy Less, Choose Well, Make it Last. - Vivienne Westwood